บริการข่าวไทยรัฐ

สปท. ไฟเขียวสอบจริยธรรม 'อนุสร' หลังปมฉาวตบเด็กเรียก 'ป๋า'

"ทินพันธุ์" ไฟเขียวสอบจริยธรรม "อนุสร" บ่ายนี้ พร้อมเดินเครื่องประสานงานปรองดองรัฐ ด้านการปฏิรูป

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 60 ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) กล่าวว่า ก่อนการประชุมวิป สปท. ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. กล่าวต่อที่ประชุมว่า ตั้งแต่ทราบข่าวกรณี นายอนุสร จิรพงศ์ สมาชิก สปท. มีคดีทำร้ายร่างกายบาร์เทนเดอร์ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดย ร.อ.ทินพันธุ์ ปรารภว่าตลอดชีวิตการทำงานได้ยึดหลักจริยธรรม คุณธรรม และเสียสละเพื่อส่วนรวมของประเทศมาตลอด และพร้อมจะเสียสละต่อไป พร้อมให้ข้อคิดต่อคณะกรรมการจริยธรรม สปท.ที่จะพิจารณากรณีของ นายอนุสร ให้ยึดหลักประมวลจริยธรรม สปท.ประกอบกับรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) 2557 ซึ่งในเวลา 13.00 น.วันนี้ (16 มี.ค.) จะมีการประชุมคณะกรรมการจริยธรรม ที่มี น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท.คนที่ 2 เป็นประธาน ภายหลังการประชุมจะมีการแถลงผลการประชุมอีกครั้ง

"นอกจากนี้ ประธาน สปท.ยังแจ้งให้ประธานกรรมาธิการ สปท.ทุกคณะรับทราบว่า จากนี้ไปการทำงานของ สปท.จะสอดคล้องและเชื่อมโยงกับคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) ซึ่งวาระการปฏิรูปที่สำคัญเร่งด่วนในปี 2560 มี 27 วาระ นอกจากนี้ ร.อ.ทินพันธุ์ ยังย้ำว่าการทำงานของ สปท.จะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลรับผิดชอบคณะกรรมการขับเคลื่อน และปฏิรูปการบริหาราชการแผ่นดิน (กขป.) ทั้ง 6 คณะด้วย และประธานกรรมาธิการ ก็ได้เสนอให้มีการประสานงานกับรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปด้านต่างๆ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น" นายคำนูณ กล่าว

นายคำนูณ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาจะมีการงดประชุม สปท. 3 สัปดาห์ แต่คณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ ก็ยังทำงานอยู่ตลอด ดังนั้น ร.อ.ทินพันธุ์ จึงมีดำริให้คณะกรรมาธิการแต่ละคณะรวบรวมข้อมูลการประชุม และการทำงานในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งมายังวิป สปท.เป็นผู้รวบรวม เพื่อเป็นข้อมูลให้โฆษก สปท.ได้แถลงข่าวถึงการทำงาน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นพ้องว่าในการประชุม สปท.จะต้องประชุมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อพิจารณาวาระการปฏิรูปที่ยังค้างอยู่ หรือพิจารณาความคืบหน้าของการดำเนินการเกี่ยวกับ 27 วาระ 42 เรื่อง ในปี 2560

ด้านนายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต ส.ว.นนทบุรี กล่าวถึง กรณีสปท.สอบจริยธรรมนายอนุสร จิรพงศ์ สมาชิกสปท.ทำร้ายร่างกายบาร์เทนเดอร์ ว่า เรื่องแบบนี้ถ้าเป็นสมัยรัฐสภาประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง จะตั้งคณะกรรมการมาสอบจริยธรรม หากพบความผิดจะต้องแสดงสปิริตลาออก แต่วันนี้ แม้สปท.จะอ้างว่า มีข้อบังคับสภาตรวจสอบจริยธรรมอยู่ แต่ไม่เหมือนสภาแบบเดิมที่มีข้อบังคับเคร่งครัดกว่า มีความรับผิดชอบสูงกว่าเพราะประชาชนเลือกมาเป็นผู้แทน แต่เข้าใจว่า สปท.ถูกแต่งตั้งมาแบบพิเศษนอกระบบ เขาคงอยู่แบบพิเศษต่อไป ไม่น่ามีใครว่าเขาได้ ต้องขึ้นอยู่กับสปิริตของเจ้าตัวสถานเดียว