บริการข่าวไทยรัฐ

มาดูกับมาดาม: ‘Beauty And The Beast’ ตระการตา สมการรอคอย

ฉากสวยมาก เพลงก็เพราะ (และชัดมาก) และ ‘เอ็มม่า วัตสัน’ สอบผ่านนะคะ

เชื่อว่าหลายคนคงตั้งหน้าตั้งตารอภาพยนตร์ในตำนานเรื่องนี้กันอยู่แน่ๆ และการกลับมาของ ‘Beauty And The Beast’ หรือชื่อไทย ‘โฉมงามกับเจ้าชายอสูร’ ในปี 2017 นี้ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โปรดักชั่นอลังการงานสร้าง องค์ประกอบศิลป์ต่างๆ ก็งดงามสมการรอคอย ที่สำคัญทีมนักแสดงก็ทำหน้าที่ได้ดี โดยเฉพาะ ‘เอ็มม่า วัตสัน’ แม่มดน้อยจากภาพยนตร์ชุด “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ก็ได้พิสูจน์ตัวเอง ฉีกคาแรกเตอร์กลายเป็นหนึ่งในไอดอลของดิสนีย์ได้ในที่สุด


สำหรับ ‘Beauty And The Beast’ เวอร์ชั่นภาพยนตร์นี้ ไม่ได้เป็นการตีความใหม่นะคะ เพราะฉะนั้นใครที่คิดว่าจะเจอนางเอก “เบลล์” (เอ็มม่า วัตสัน) ออกมาในแบบที่แตกต่าง คงต้องฝันสลาย เพราะเวอร์ชั่นนี้ยังคงเค้าโครงเรื่องเดิมได้อย่างเหนียวแน่น เรียกได้ว่าจำลองฉากจากเวอร์ชั่นภาพยนตร์แอนิเมชั่นในปี 1991 มาเกือบหมด

ฉากส่วนใหญ่ชวนฝันเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรายละเอียดที่แตกต่าง

ถ้าจะมีความแตกต่างก็คงเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในบทพูดหรือฉากที่ถูกจำลองมาใหม่ แต่กระนั้นก็ไม่ได้บิดเบือนหรือเปลี่ยนแปลงเรื่องราวในภาพรวมมาก ใครที่เคยดูเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นจนจำขึ้นใจ (แบบมาดาม) ก็อาจสัมผัสได้ในบางช่วง แต่ก็ไม่หลุดมากหรอกค่ะ แค่ทำให้เหมาะสมและสมจริงกับสิ่งที่สร้างมาใหม่เท่านั้น

คาแรกเตอร์ตัวละครที่ “ชัด” และ “ลึก” กว่าเดิม

อีกอย่างที่แตกต่างคือ “อินเนอร์” หรือเรื่องราวเบื้องหลังและคาแรกเตอร์ของตัวละคร โดยเฉพาะตัวละครเอกอย่าง “เบลล์” (เอ็มม่า วัตสัน) และ “อสูร” (แดน สตีเฟนส์) ที่ถูกขยายและขยี้เพิ่มเพื่อให้ตัวละครมีมิติ มีที่มาที่ไป และอธิบายการกระทำและการตัดสินใจของพวกเขาในแต่ละเหตุการณ์

เวอร์ชั่นนี้มีความเป็น “ภาพยนตร์” และความเป็น “ละครเวที” มากกว่าเดิม

โดยรวมคือเวอร์ชั่นนี้ถูกออกแบบมาให้มีความเป็น “ภาพยนตร์” และ “ละครเวที” มากขึ้น โดยเฉพาะฉากที่มีการร้องและเต้น มีการเชื่อมโยงเหตุการณ์และเชื่อมการกระทำของตัวละครให้เข้าใจได้มากขึ้นด้วย ซึ่งก็อาจทำให้บางช่วง (ในความเห็นส่วนตัวของมาดาม) มีจุดเนือยๆ บ้าง แต่ก็ไม่นับเป็นสาระสำคัญหรอกค่ะ เพราะก็ยังทำให้ใครหลายคนเคลิ้มได้อยู่ดี


เพลงประกอบในตำนาน ไพเราะและตรึงใจยิ่งกว่าเคย

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเพลงประกอบ หลายคนที่เคยดูคงคุ้นหูกับเพลงประกอบของเรื่องนี้อยู่บ้าง เวอร์ชั่นนี้ก็เก็บไว้ครบถ้วนค่ะ บอกเล่าเรื่องราวความรักสุดคลาสสิกระหว่าง “โฉมงาม” กับ “อสูร” ได้อย่างดีเหมือนเคย แถมไพเราะและชัดถ้อยชัดคำกว่าเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นเสียอีก โดยเฉพาะเสียงร้องของ “เอ็มม่า วัตสัน” ที่ร้องได้หวานซึ้งตรึงใจทีเดียวค่ะ


"ความงามจากภายใน" สารสำคัญของเรื่องที่ทรงพลังไม่เคยเปลี่ยน

ใครที่เคยชมเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นแล้ว คงทราบกันดีว่า "สาร" สำคัญของเรื่องนี้คือ "ความงดงามจากภายใน" คนเราตัดสินคนอื่นด้วยสิ่งที่เห็นจากภายนอกไม่ได้ แต่ต้องวัดกันที่ "คุณค่าในจิตใจ" ตัวละครทั้งสองถูกตัดสินจากสังคมภายนอก จากสิ่งที่เห็น คือเป็นผู้หญิงที่รักการอ่านและใฝ่รู้ไม่เหมือนผู้หญิงอื่นๆในหมู่บ้าน และเป็นอสูรหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ความแปลกและแตกต่างนั้น จะมีหัวใจงดงามซ่อนอยู่ 

เรียกว่าเป็น “สาร” สำคัญที่เข้าถึงง่าย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็เผชิญประสบการณ์แบบเดียวกัน ไม่น่าแปลกใจว่าผลงานมาสเตอร์พีซเรื่องนี้ของดิสนีย์จะครองใจผู้ชมทั่วโลกไม่เคยเปลี่ยน ก็เพราะ “สาร” ที่เข้าถึงได้ง่ายเหมือนเคย



เอาเป็นว่า ‘Beauty And The Beast’ เป็นหนังฟอร์มยักษ์และผู้ชมทั่วโลกคุ้นเคยกับเนื้อเรื่องดี คงไม่ต้องขายหรือเชิญชวนอะไรกันมาก นอกจากให้ลองแวะมาชม รับรองว่าจะเคลิ้มเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือตื่นตาตื่นใจมากขึ้น เพราะโปรดักชั่นของเวอร์ชั่นนี้เขาไม่ธรรมดาจริงๆ ค่ะ จัดชุดใหญ่ไฟกะพริบทีเดียว ยิ่งถ้าดูแบบ 3D หรือ 4DX จะยิ่งบรรเจิด...เหมือนได้เข้าไปในปราสาทที่ถูกสาปของอสูรไปพร้อมกับโฉมงามเบลล์จริงๆ เลยล่ะค่ะ

จนกว่าจะพบกันใหม่

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer