บริการข่าวไทยรัฐ

บรรษัทพลังงานแห่งชาติ

โดย หมัดเหล็ก

กรณีที่ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมและร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ยังค้างท่ออยู่ในการพิจารณาของ สนช. หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างดังกล่าว ยืนยันว่าจะไม่มีการขอขยายเวลาพิจารณาในวาระ 2 และ 3 อีก หลังจากที่ขอขยายเวลาการพิจารณามาแล้วถึง 6 ครั้ง ใช้เวลาพิจารณายืดเยื้อมาเกือบครึ่งปี สวนทางกับแนวทางการทำงานของ สนช.ที่ต้องการพิจารณากฎหมายออกมาให้เร็วที่สุดตามเหตุผลที่ต้องมีการเพิ่มจำนวน สนช.จนเต็มพิกัด

เมื่อกฎหมายเกี่ยวกับปิโตรเลียมยังไม่ผ่านการพิจารณาของสนช. ขั้นตอนการสัมปทานและขับเคลื่อนแผนพลังงานของประเทศเกิดอาการสะดุดทันที ในขณะเดียวกันแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมอาทิ แหล่งเอราวัณ จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี 2565 ที่จะถึงนี้ และ แหล่งบงกช ก็จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี 2566 เช่นกัน

ที่กลายเป็นปัญหาของการดำเนินงานที่ถูกสอดไส้เข้ามาในร่างกฎหมายฉบับนี้ก็คือ มีการระบุให้จัดตั้ง บรรษัทพลังงานแห่งชาติ ไว้ในมาตรา 10 ซึ่งมีคำอธิบายจากคณะกรรมาธิการวิสามัญว่า การตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ หรือ NOC จะเป็นเพียงการบัญญัติไว้เป็นกฎหมายเท่านั้นแต่ยังไม่มีนโยบายที่จะจัดตั้งในเวลานี้

คำถามก็คือ ทำไมกรรมาธิการจึงต้องสอดไส้การตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติเอาไว้ด้วย

มีเจตนาอื่นแอบแฝงหรือไม่ ปัญหาเฉพาะหน้า การสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ซึ่งมีผลกระทบต่อนโยบายพลังงานของประเทศสำคัญกว่ามากมายกลับถูกดึงเรื่องมาโดยตลอดและสอดคล้องกับความต้องการของฝ่ายที่ต่อต้านไม่เห็นด้วยกับการให้สัมปทานปิโตรเลียม ลุกลามจนกระทั่งจะให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการให้สัมปทานและแผนพลังงานของประเทศทั้งระบบ

เรื่องนี้มีความเห็นจาก พล.อ.สุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ที่ปรึกษา รมว.พลังงาน ที่แสดงความกังวลว่า บรรษัทพลังงานแห่งชาติ ที่ดำเนินการอยู่ในหลายประเทศ ส่วนใหญ่จะมีการเมืองเข้ามาแทรกแซง เช่นเดียวกับเรื่องที่ กลุ่มทวงคืนพลังงาน คปพ. ได้เสนอให้มีการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติจนมีการสอดไส้เอาไว้ใน พ.ร.บ.ปิโตรเลียม

วิกฤติที่เกิดจากการตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติที่เห็นเป็นตัวอย่างได้ชัดเจน เช่น วิกฤติในประเทศ เวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอเมริกาใต้ สามารถผลิตน้ำมันได้เท่ากับประเทศในตะวันออกกลาง เป็นประเทศที่เคยร่ำรวย จนกระทั่งประธานาธิบดี ฮูโก ซาเวส เข้าสู่อำนาจและตั้ง บรรษัทพลังงานแห่งชาติ เข้ามาบริหารจัดการโดยยึดกิจการน้ำมันของภาคเอกชนดูแลการผลิตน้ำมันและก๊าซโดยรัฐบาลทั้งหมด และใช้เงินอุดหนุนเพื่อให้น้ำมันราคาถูก แต่ในที่สุดการดำเนินธุรกิจน้ำมันโดยรัฐเองประสบปัญหาการขาดทุน กลายเป็นประเทศยากจนและเกิดวิกฤติทางสังคมและการเมือง เงินเฟ้อพุ่งถึง 800% เป็นอันดับ1 ของโลกหรือที่ เม็กซิโก เคยส่งออกน้ำมันเป็นอันดับ 4 ของโลกจนกระทั่งเมื่อรัฐยึดกิจการน้ำมันจากเอกชนมาบริหารเอง จากผู้ส่งออกน้ำมันกลายเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากสหรัฐฯไปฉิบ จนสุดท้ายต้องเปิดเสรีให้เอกชนเข้ามาดำเนินการด้านน้ำมันและก๊าซอีกครั้ง

เพราะฉะนั้นการจะออกมาทวงคืนพลังงานแบบไม่ลืมหูลืมตาก็ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th