บริการข่าวไทยรัฐ

วิบากเบาๆของดิสนีย์

โดย ภัค เศารยะ

กลายเป็นเรื่องฮือฮาก่อนภาพยนตร์เรื่องบิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสต์ (Beauty and the Beast) หรือ “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” ที่ถูกสร้างใหม่จะเข้าฉาย เพราะทันทีที่เผยว่ามีฉากสื่อนัยถึงชาวรักร่วมเพศระหว่าง “กัสตอง” ตัวร้ายชายกับ “เลอฟู” เพื่อนหนุ่มคู่หู ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดตัวละคร “เกย์” ในภาพยนตร์ของวอลท์ ดิสนีย์ ก็มีเสียงต่อต้านจากผู้ไม่เห็นด้วย เพราะนี่คืองานสร้างของบริษัทที่ประทับยี่ห้อความไว้วางใจว่างานจากค่ายนี้ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อเด็กๆในครอบครัวแน่นอน

แต่แล้วฉากเจ้าปัญหาที่สื่อนัยระหว่างชายรักชาย ทำให้ผู้เคร่งศาสนาบางคนไม่พอใจพร้อมเรียกร้องให้ระงับการฉายไปเลย มาเลเซียเป็นชาติล่าสุดที่มีการสั่งตัดฉากดังกล่าวและเลื่อนฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนด ก่อนหน้านี้ในรัสเซียก็มีคนออกมาเคลื่อนไหวเช่นเดียวกับสภา

คริสตจักรแห่งชาติสิงคโปร์ ได้เตือนให้ผู้ปกครองใช้ดุลพินิจในการพาเด็กๆไปชม แม้กระทั่งที่สหรัฐอเมริกาเองในรัฐอลาบามาก็มีเจ้าของโรงภาพยนตร์บางแห่งปฏิเสธให้ฉาย ด้านบิล คอนดอน ผู้กำกับภาพยนตร์ซึ่งเคยออกมาอธิบาย
ความคิดของตัวละครเกย์นั้น ได้ออกมาขอร้องว่าอยากให้ข้ามผ่านฉากนี้ไปเถอะ ในขณะที่มีบางคนวิจารณ์ว่ามันเป็นฉากเบาสมองและดูขำๆไปจะดีกว่า

เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่วอลท์ ดิสนีย์ประสบ พวกเขาเคยถูกคว่ำบาตรจากฝ่ายคริสตจักรอย่างคณะแบ๊บติสต์ภาคใต้ในสหรัฐอเมริกานานถึง 8 ปี เมื่อ พ.ศ.2540 และยุติเมื่อปี 2548 โดยผู้นำกลุ่มแบ๊บติสต์ให้เหตุผลว่า วอลท์ ดิสนีย์ได้หันมาให้ความบันเทิงที่เป็นมิตรกับครอบครัวมากขึ้นและสร้างภาพยนตร์ที่น่ารังเกียจน้อยลง แต่ยังตรวจสอบศีลธรรมในผลงานของดิสนีย์ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อกระตุ้นให้สร้างสรรค์งานที่เหมาะสมสำหรับครอบครัวเท่านั้น

บิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสต์ ฉบับล่าสุดได้เอ็มมา วัตสัน มารับบทของเบลล์ ในชีวิตจริงเธอเป็นทูตสันถวไมตรีแห่งสหประชาชาติและนักสิทธิสตรี ส่วนบทเบลล์นั้นเป็นผู้หญิงที่มีบุคลิกลักษณะโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในโลกของเทพนิยาย ด้วยความกล้าหาญออกเผชิญอันตรายนอกบ้าน โดยไม่ร้องขอหรือรอคอยเจ้าชายขี่ม้าขาว ฝ่าฟันอุปสรรคในโลกที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ก้าวข้ามความอัปลักษณ์จนได้พบกับรักแท้ เป็น แบบฉบับของผู้หญิงพึ่งพาตนเองที่ร่วมสมัย และคงไม่มีใครเหมาะสมกับบทนี้ไปกว่าเอ็มมา วัตสันอีกแล้วในเวลานี้.

ภัค เศารยะ