บริการข่าวไทยรัฐ

แล้งข้าวตาย 2 พันไร่-ประชุมกำนัน ผญบ.รับมือไฟป่า

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศที่ จ.พะเยา ขณะนี้เริ่มร้อนอบอ้าว แหล่งน้ำสำคัญ อาทิ กว๊านพะเยาปริมาณน้ำลดลงจากเดิม 50 ล้าน ลบ.ม. เหลือเพียง 35 ล้าน ลบ.ม. และหนองเล็งทราย อ.แม่ใจ ต้นน้ำอิงจากเดิมมีปริมาณน้ำ 11 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้เหลือเพียง 7 ล้าน ลบ.ม.ทั้งยังส่งผลให้เกษตรกรชาวไร่ ชาวนา และพืชผักอื่นๆ ขาดแคลนน้ำหล่อเลี้ยงพืชไร่ นายปาโมก ปิงเมือง หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานจังหวัดพะเยา กล่าวว่า สถานการณ์ น้ำจากแหล่งน้ำ 60 แห่งใน จ.พะเยาขณะนี้ได้ลดลงทุกวัน โดยเฉพาะแหล่งกักเก็บน้ำสำคัญ อาทิ อ่างเก็บน้ำแม่ปืม เดิมมีปริมาณกักเก็บ 43,000ล้าน/ลบ.ม. ปัจจุบันเหลือ 39.280 ล้าน/ลบ.ม. คิดเป็น 91.34% อ่างเก็บน้ำแม่ต๋ำ กักเก็บน้ำ 37,000 ล้าน/ลบ.ม. ปัจจุบันเหลือ 34,608 ล้าน/ลบ.ม. คิดเป็น 93.53% อ่างเก็บน้ำแม่ใจ กักเก็บน้ำ 3,000 ล้าน/ลบ.ม. ปัจจุบันเหลือ 2,694 ล้าน/ลบ.ม. คิดเป็น 89.82%

จ.นครสวรรค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ได้ส่งผลกระทบต่อ เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทาน หลายพื้นที่ต้องปล่อยให้พืชผล ทางเกษตรยืนต้นตายเนื่องจากขาดแคลนน้ำ พื้นที่อ.ลาดยาว ชาวนาจำนวนมากต้องปล่อยทิ้งให้ข้าว ยืนต้นตายกว่า 2,000 ไร่ เนื่องจากคลองสาธารณะแห้งขอด ทั้งยังถูกแมลงบั่ว แมลงศัตรูพืชทำลายต้นข้าวเสียหายเป็นบริเวณกว้าง สำหรับ จ.นครสวรรค์ ใน ขณะนี้มีพื้นที่ขาดแคลนน้ำ และเริ่มประสบกับปัญหาภัยแล้งแล้ว 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนครสวรรค์ อ.เก้าเลี้ยวอ.โกรกพระ อ.ชุมแสง อ.บรรพตพิสัย อ.แม่วงก์ และ อ.ลาดยาว มีพื้นที่การเกษตรทั้งนาข้าวและพืชไร่ชนิดอื่นๆได้รับผลกระทบแล้วกว่า 1 แสนไร่

จ.เชียงใหม่ นายนิพนธ์ อุดปวง ผอ.สถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 เปิดเผยว่า ได้รณรงค์ไถกลบตอซังและเศษวัชพืช ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกและการอบรมหมอดินอาสา เน้นย้ำเรื่องการทำเกษตรแบบไม่เผา การนำเศษวัสดุทางการเกษตรมาทำปุ๋ยหมัก เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่า จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่ทำการเกษตร ประมาณ 1.6 ล้านไร่ คิดเป็น 13 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด มีเศษเหลือของวัสดุจากการเกษตร เช่น ตอซังข้าว ข้าวโพด และอื่นๆกว่า 540,000 ตันต่อปี แต่เกษตรกรยังขาดการจัดการที่เหมาะสม มีการเผาทิ้งหลังการเก็บเกี่ยวจนก่อมลพิษหมอกควันไฟโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสุขภาพอนามัยประชาชน

“การรณรงค์ไถกลบตอซังและเศษพืชเป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยลดปัญหาหมอกควันในพื้นที่ โดยสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ มีเป้าหมายรณรงค์ไถกลบตอซังและเศษพืชใน 25 อำเภอของ จ.เชียงใหม่ และพื้นที่ที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ทั้งนี้ เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รู้ถึงประโยชน์จากการไถกลบตอซังและเศษพืชเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุในดินและช่วยบำรุงดินให้ดีขึ้น รวมทั้งลดการเกิดภาวะหมอกควันจากการเผาตอซัง และเศษพืช ซึ่งทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น” นายนิพนธ์กล่าว

จ.แม่ฮ่องสอน ตอนสายวันเดียวกัน ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ได้เรียกประชุมด่วนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเขต อ.เมืองแม่ฮ่องสอน หลังจากช่วงเช้ามีหมอกควันไฟป่าปกคลุมเมืองแม่ฮ่องสอนค่อนข้างหนาแน่นกว่าทุกวัน ค่าฝุ่นละอองสูงถึง 160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทั้งที่ก่อนหน้านี้ 1 วันค่าฝุ่นละอองเฉลี่ยอยู่เพียง 94 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเท่านั้น สาเหตุเกิดจากไฟป่าในพื้นที่ ต.ห้วยผา และ ต.ปางหมู อ.เมือง ซึ่งผู้ว่าฯได้มอบหมายให้ กำนันและผู้ใหญ่บ้านหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ในเบื้องต้นได้มอบเงินให้หมู่บ้าน ละ 21,600 บาท เพื่อเป็นงบประมาณสกัดไฟในเขตรับผิดชอบของแต่ละหมู่บ้าน พร้อมกับวางมาตรการหากใครเข้า-ออกป่าจะต้องขออนุญาตและแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านก่อนทุกครั้ง ขณะนี้ได้จับกุมบุคคลทำให้เกิดไฟป่าและจุดเผาเศษวัชพืชโดยไม่ได้รับอนุญาตดำเนินคดีไปแล้ว 3 ราย ในท้องที่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน 1 ราย และ อ.ปาย 2 ราย.