บริการข่าวไทยรัฐ

ป.ค้นห้อง นายไบรท์ มือไขควง ฆ่า ‘นศ.ปี4’ พ่อปัดช่วย

กองปราบฯร่วมกับกอง พิสูจน์หลักฐานลุยค้นห้อง “ไบรท์” มือไขควงแทงหัวนักศึกษาปี 4 ม.ศิลปากร หาหลักฐานและตรวจดีเอ็นเอประกอบสำนวนคดีในอพาร์ตเมนต์ซอยจรัญสนิทวงศ์ 65 ย่านบางบำหรุ พบกางเกงยีนส์มีรอยคล้ายคราบเลือด 1 ตัว ขณะที่ รอง ผกก.สส.บก.ภ.จ.กาฬสินธุ์ พ่อมือไขควง นรต.36 รุ่นเดียว “บิ๊กแป๊ะ” เข้ากรุงให้การ “ศรีวราห์” ยันไม่เคยวิ่งคดีช่วยเหลือลูก และไม่เคยโทรศัพท์ไปร้องไห้ ขอให้ช่วยเหลือคดีลูกชาย ซ้ำภรรยายังบอกให้ลูกชายสารภาพไปตามความจริง

ภายหลังพนักงานสอบสวนกองปราบปราม แจ้งข้อหานายเดชาธร หรือไบรท์ มูลศรี อายุ 21 ปี และเพื่อนรวม 16 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันบุกรุกในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น และอั้งยี่ซ่องโจร โดยทั้งหมดร่วมกันก่อเหตุใช้ไขควงแทงนายธีรพงศ์ หรือปอนด์ ฐิตะฐาน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี เสียชีวิต หลังรับโอนคดีและผู้ต้องหาทั้งหมดจาก สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ตามคำสั่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.นั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 มี.ค. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. เปิดเผยว่า ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ตามที่ญาติผู้เสียชีวิตกล่าวอ้าง ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 3 คน จะต้องพิสูจน์ให้แน่ชัดก่อน ถึงจะสามารถขอศาลออกหมายจับได้ ประกอบกับในทางการสืบสวน หนึ่งในผู้ที่ญาติสงสัยว่าเป็นผู้ร่วม ก่อเหตุ มีข้อมูลว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ แต่ญาติเชื่อว่ามีส่วนรู้เห็น ต้องพิสูจน์ทุกอย่างให้ชัดเจน ส่วนความคืบหน้าคดีในวันนี้ ได้สั่งการให้ กก.5 บก.ป.ลงพื้นที่กรุงเทพฯ ไปตรวจค้นในที่พักแห่งหนึ่ง เพื่อค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เป็นไปได้ว่าอาจพบเครื่องแต่งกาย เสื้อผ้าที่เปื้อนเลือด หรือพยานหลักฐานอื่นๆเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี ขณะที่ตำรวจที่ จ.เพชรบุรี ได้ส่งชุดสืบสวนประสานข้อมูลกับฝ่ายสืบสวน สภ.ชะอำ ร่วมกันค้นหาพยานหลักฐาน อื่นๆเพิ่มเติม แต่ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้

ผบก.ป.กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่น่ามีกลุ่มผู้มีอิทธิพลออกมาเคลื่อนไหวกดดัน หรือข่มขู่พยาน ให้เกิดความหวาดกลัวได้อีก ส่วนพยานหลักฐานที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นได้ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) นำไปตรวจเปรียบเทียบ ดีเอ็นเอแล้ว และยังต้องรอผลการพิสูจน์หลักฐานอีกระยะหนึ่ง ยืนยันว่าคดีนี้จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายได้ และไม่มีผู้มีอิทธิพลเข้ามาแทรกแซงคดี ประกอบกับตัวผู้ต้องหาที่ลงมือก่อเหตุ ให้การรับสารภาพ เชื่อว่าจะสามารถดำเนินคดี และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายได้ ส่วนญาติของผู้เสียชีวิต จากการสอบถามเพิ่มเติม ยังไม่พบว่ามีเรื่องติดใจหรือสงสัยในประเด็นใดเป็นพิเศษ

ต่อมาเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.ชัยฏิภูมิ อำนวยชัย รอง ผกก.5.บก.ป. พร้อมชุดปฏิบัติการ กก.5บก.ป. และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำหมายค้นจากศาลจังหวัดตลิ่งชัน เข้าตรวจค้นที่ห้อง 405 ชั้น 4 ทีเจ อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 1616 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 65 แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด ของนายเดชาธร หรือไบรท์ มูลศรี หลังจากวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก. 5 บก.ป.ได้สอบปากคำนายเดชาธรจนยอมรับสารภาพ เป็นผู้ใช้ไขควงแทงนายปอนด์ หลังจากก่อเหตุที่ จ.เพชรบุรีแล้ว ได้หนีกลับมาที่ห้องพักในอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว พร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดทิ้งไว้ในห้องพัก

จากการตรวจค้นภายในห้องพักของนายเดชาธร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้พบกางเกงยีนส์ตัวหนึ่ง มีรอยลักษณะคล้ายคราบเลือด อยู่ในตะกร้าเสื้อผ้าที่ ใช้แล้ว คาดว่าน่าจะเป็นกางเกงยีนส์ตัวเดียวกับที่นายไบรท์สวมใส่ในวันก่อเหตุ นอกจากนี้ ยังได้เก็บ รวบรวมเสื้อผ้ากางเกงทุกตัว และผ้าปูที่นอน ถุงเท้า รองเท้า ทั้งที่สวมใส่แล้ว และยังไม่ได้สวมใส่ รวมถึง ร่องรอยคราบต่างๆที่พบในห้องน้ำ อ่างล้างหน้า เพื่อนำ ไปตรวจเทียบเคียงหาดีเอ็นเอของผู้ตาย และวัตถุพยานต่างๆทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อนำมาใช้ในการประกอบสำนวนคดีเพิ่มเติมให้แน่นหนามากเพิ่มขึ้น

จากการสอบถามผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ทราบว่า นายเดชาธร หรือไบรท์ ได้มาเปิดห้องเช่าพักเมื่อปี 58 เมื่อก่อนเคยมีเพื่อนมาอยู่ด้วยพักหนึ่ง จากนั้นอยู่คนเดียวมาตลอด ปกติถ้าเปิดเทอมนายไบรท์จะพักอยู่ที่นี่ตลอด จะไม่อยู่เฉพาะช่วงปิดเทอมเท่านั้น นอกจากนี้ จากการสอบถามผู้ที่พักอาศัยอยู่ห้องข้างเคียงทราบว่า ช่วงก่อนหน้าที่จะถูกแจ้งข้อหาจับกุมนั้น ภายในห้องดังกล่าวมีผู้คนเข้าออกพลุกพล่านและส่งเสียงดังเป็นประจำ

มีรายงานแจ้งว่า ในเวลา 11.00 น. วันที่ 16 มี.ค. น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มอบหมายให้นางจันทร์ชม จินตนานนท์ รองอธิบดีฯเข้าพบ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. ที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา 110,000 บาท ให้กับนางอารีรัตน์ ชมโลก มารดาของนายธีรพงศ์ ฐิตะฐาน ผู้เสียหายในคดีอาญากรณีถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายและใช้ไขควงแทงศีรษะเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลย ในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ในฐานะกำกับดูแลคดีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุใช้ไขควงแทงศีรษะนายธีรพงศ์ ฐิตะฐาน เสียชีวิต ได้เรียกตัว พ.ต.ท.ศักดินันท์ มูลมณี รอง ผกก.สส.บก.ภ.จ.กาฬสินธุ์ พ่อนายเดชาธร หรือไบรท์ มูลมณี ผู้ต้องหาใช้ไขควงแทงนายธีรพงศ์ มาสอบปากคำพร้อมภรรยา และ พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รอง ผบก.ภ.จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากถูกพาดพิงในคดีดังกล่าว

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว่า เบื้องต้น พ.ต.ท.ศักดินันท์ ยืนยันไม่เคยวิ่งเต้นช่วยเหลือบุตรชายในคดีดังกล่าว และไม่เคยโทรศัพท์ไปร้องไห้ ขอให้ช่วยเหลือคดีลูกชาย ส่วนจะเชื่อถือได้หรือไม่ก็ต้องดูที่พยานและเพื่อให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นตามกระบวนความ ได้เชิญผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.ท.ศักดินันท์มาสอบปากคำด้วย ในฐานะพยาน เพื่อประกอบในสำนวน ผู้บังคับบัญชาเขายืนยันหลังเกิดเหตุ ไม่พบว่า พ.ต.ท.ศักดินันท์ ไปยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้ แต่หากภายหลังพบว่าผู้บังคับบัญชาเข้าไปปกป้อง จะมีความผิด และหากพบมีใครพยายามเข้ามาช่วยเหลือผู้ต้องหาในคดีนี้ ต้องเรียกตัวมาสอบสวนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใคร หากพาดพิงถึงใครจะเรียกมาสอบปากคำ เรื่องนี้ยืนยันได้ว่าไม่มีผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

มีรายงานว่า พ.ต.ท.ศักดินันท์ให้การกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์เบื้องต้นว่า พอทราบเรื่องที่เกิดขึ้น มีความกลุ้มใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ไม่เคยโทรศัพท์ติดต่อหรือประสานเกี่ยวกับคดี ที่ผ่านมานานๆครั้ง จะได้คุยกับลูกชาย ยกเว้นเวลามีปัญหา ถึงจะโทรศัพท์คุยกันบ้าง ทราบว่าหลังเกิดเหตุ ภรรยาได้โทรศัพท์ไปคุยกับลูกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และย้ำให้ลูกพูดความจริงที่เกิดขึ้น หากได้ร่วมกระทำความผิดก็ให้รับสารภาพ หลังสอบปากคำ พ.ต.ท.ศักดินันท์ ซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ทั้งนี้ พ.ต.ท.ศักดินันท์ ยังเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 36 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ด้วย

ด้าน พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รอง ผบก.ภ.จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งถูก พล.ต.อ.ศรีวราห์ เรียกมาให้ปากคำ กล่าวว่า หลังเกิดคดีได้เรียก พ.ต.ท.ศักดินันท์ มาสอบถาม เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปให้การช่วยเหลือคดีกับลูกชายแต่อย่างใด ตนจึงได้กำชับว่าไม่ให้เข้าไปข้องเกี่ยวอย่างเด็ดขาด

ส่วนกรณีที่ น.ส.บี (นามสมมติ) เจ้าของหอพักหลังมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี สถานที่เกิดเหตุ 18 โจ๋ รุมทำร้ายใช้ไขควงปักหัวฆ่านายธีรพงศ์ ฐิตะฐาน นศ.ศิลปากร เปิดเผยหลังเข้าร้องเรียนกับ พ.ต.อ.กิตติ สะเภาทอง รอง ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี รรท.ผกก.สภ.ชะอำ ว่า มีกลุ่มบุคคลขับรถยนต์ 3 คัน ติดฟิล์มดำ วนเวียนอยู่หน้าหอพัก ถามหาตัวนายอ๊อฟ (นามสมมติ) 1 ในกลุ่มผู้เสียหายในคดีนี้ และฝากบอกกับยามที่เฝ้าประตูหอพักว่าจะมาเอาคืน ว่า ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับนักศึกษาในหอพัก โดยเปลี่ยนประตูรั้วหลักให้เป็นแบบสแกนบัตรประชาชน เข้า-ออก และจะเปิด-ปิดเป็นเวลาทั้งประตูใหญ่และประตูเล็กตอนเที่ยงคืน ส่วนยามรักษาความปลอดภัยจากเดิมมีคนเดียว จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 คนในช่วงกลางคืน และจะติดกล้องวงจรปิดเพิ่มอีก 2 ตัว รวมทั้งติดไฟส่องสว่างเพิ่มอีก 12 จุด พร้อมประสานตำรวจติดตั้งตู้แดงจุดตรวจไว้ที่หน้าหอพัก โดยทุกๆ 1 ชั่วโมง จะมีสายตรวจมาตรวจเพื่อรักษาความปลอดภัยด้วย