บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนธิกำลังรื้อถอนร้านค้าหลังวิหารพระมงคลบพิตร

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 15 มี.ค. พ.อ.รณวุธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผอ.รักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สนธิกำลังทหาร ตำรวจ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เจ้าหน้าที่เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา กว่า 200 นาย แก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่และการย้ายร้านค้าบริเวณวิหารพระมงคลบพิตร โดยใช้มาตรการเด็ดขาดตัดน้ำ ตัดไฟ ทหาร ตำรวจ ปิดกั้นทางเข้า-ออกตรวจรถทุกชนิดไม่ให้ผ่านนอกจากรถของพ่อค้าที่มาย้ายของและให้รถนักท่องเที่ยวไปจอดที่ศาลากลางหลังเก่า พร้อมติดป้ายประกาศ ชี้แจงร้านค้าที่ยังไม่ได้ขึ้นสิทธิ์ ให้เวลาภายใน 31 มี.ค. หากพ้นกำหนดถือว่าสละสิทธิ์ และให้แจ้งความประสงค์ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และเลือกล็อกจำหน่ายสินค้าที่อุทยานประวัติศาสตร์

เบื้องต้นจะปิดพื้นที่และเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการเร่งเคลื่อนย้ายสินค้าและรื้อถอนร้านค้าให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 5 วัน คือ ภายวันที่ 20 มีนาคมนี้ และจะดำเนินการทำความสะอาดและปรับปรุงให้เสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม โดยหากผู้ประกอบการไม่สามารถเคลื่อนย้ายของได้เอง สามารถยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่ช่วยขนย้ายได้ หากครบกำหนดแล้ว ยังไม่มีการเคลื่อนย้าย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการรื้อถอนทันที

ทั้งนี้ พบว่ายังไม่มีอะไรน่ากังวล เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ให้ความร่วมมือกับทางจังหวัด ในการย้ายไปสถานที่แห่งใหม่ บริเวณหลังศาลากลางหลังเก่า มีเพียงบางส่วนที่ไม่สะดวกในเรื่องการเก็บอุปกรณ์ หรือเต็นท์ สิ่งที่ต่อเติมอย่างถาวร อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์วันต่อวัน

จากการสำรวจก่อนหน้านี้ มีร้านค้าที่มีรายชื่อและขายของประจำอยู่บริเวณรอบวิหารพระมงคลบพิตรอยู่ 163 ร้านค้า เบื้องต้นมีผู้ประกอบการมาลงทะเบียนขอย้ายไปยังพื้นที่จำหน่ายสินค้าแห่งใหม่แล้ว 124 ร้านค้า ยังเหลืออีกกว่า 30 ร้านค้าที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน หากพ้นวันที่ 15 มี.ค.แล้วจะไม่มีสิทธิ์ร้องขอใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้ พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาเริ่มมีผู้ประกอบการร้านค้านำสินค้ามาวางขายในสถานที่แห่งใหม่ที่เตรียมไว้ให้บ้างแล้ว

นายปรีชา ขันธไพรศรี รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตามมติของคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหาการพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ทางเทศบาลได้ขอยกเลิกการใช้ไฟฟ้าของมิเตอร์ตั้งอยู่ด้านข้างวิหารพระมงคลบพิตร คือตัดไฟ ตัดน้ำตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. และนำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50 นายมาเก็บสายไฟฟ้าป้องกันอันตรายและรื้อเต็นท์พร้อมทำความสะอาดและต้องเคลื่อนย้ายร้านค้าทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายวันที่ 31 มี.ค.

ทางด้านนายประทีป เพ็งตะโก ผอ.สำนัก ศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา เผยว่า ทางกรมศิลปากรได้จัดเตรียมสถานที่รองรับนักท่องเที่ยวและร้านค้าที่ย้ายเข้ามาใหม่มีน้ำ ไฟฟ้า ห้องสุขา พร้อมสถานีรถรางที่รับนักท่องเที่ยวพาชมโบราณสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์ไว้อย่างเพียงพอโดยเก็บค่าโดยสารชาวต่างชาติคนละ 50 บาท คนไทย 30 บาท เด็กนักศึกษา 10 บาท เพื่อแก้ไขปัญหาการพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาให้เรียบร้อย.