บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พายุถล่มอุบลฯ 5 อำเภอบ้านพังเสียหายกว่า 200 หลัง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 มี.ค. ที่ศาลากลาง บ้านราษฎร์สำราญ ต.ท่าลาด อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.อุบลราชธานี พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี ทหาร มทบ.22 อุบลราชธานี ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบถุง ยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนบ้านราษฎร์สำราญ ที่ประสบวาตภัยพายุถล่ม บ้านเรือน ได้รับความเสียหาย รวม 178 หลังคาเรือน เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 14 มี.ค.

นายบุญมี แก้วจันดี อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 บ้านราษฎร์สำราญ ต.ท่าลาด อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี หนึ่งในชาวบ้านผู้ประสบเหตุ เปิดเผยว่า เย็นวานนี้ขณะพักอยู่ในบ้าน จู่ๆมีพายุฝนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง ต้นไม้ใบไม้ร่วงหล่นเต็มถนน รถต้องจอดหลบลมพายุฝน เพราะมืดฟ้ามัวดินมองอะไรไม่เห็น จากนั้นมีลมพายุหมุนพัดเข้ามาในหมู่บ้านจนหลังคาบ้านตนและเพื่อนบ้านปลิวว่อนไปตามแรงลม พายุพัดนานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสงบลง ตั้งแต่เกิดมามีครั้งนี้ที่พายุถล่มหมู่บ้านรุนแรงที่สุด จนต้องหลบอยู่ใต้ถุนบ้านทั้งคืนจนถึงเช้า

ขณะที่บ้านหว้าน หมู่ 2 ต.สำโรง อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี น.อ.เพชร ธรรมวิญญา รองผู้บังคับการกองบิน 21 และรอง ผอ.ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบิน 21 ได้นำชุดบรรเทาสาธารณภัยออกให้ความช่วยเหลือผู้ที่ประสบวาตภัยและมอบถุงยังชีพ พร้อมเวชภัณฑ์ จำนวน 4 หลังคาเรือน นางพัด ไชยรัตน์ อายุ 72 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 52 บ้านหว้าน หมู่ 2 ต.สำโรง อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี หนึ่งในผู้ประสบเหตุเล่าว่า เย็นวันที่ 14 มี.ค. ฝนตกลงมาอย่างหนัก ประมาณ 10 นาที ได้เกิดพายุหมุนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง จนหลังคาสังกะสีปลิวหลุดออกจากตัวบ้านทั้งหมดทำให้ทรัพย์สินในบ้านเปียกฝนได้รับความเสียหาย ตนได้แต่ยืนพนมมือสวดมนต์ด้วยความ กลัวอยู่ที่ใต้ถุนบ้านจนพายุสงบ โชคดีที่มีหน่วยงานราชการเข้ามาให้ความช่วยเหลือ

สำหรับเหตุวาตภัยที่เกิดขึ้นใน จ.อุบลราชธานีเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา มีพื้นที่ประสบเหตุ 5 อำเภอ มี อ.สำโรง เดชอุดม น้ำยืน โขงเจียม และวารินชำราบ บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 236 หลังคาเรือน แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว
วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น เป็นลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ มีผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้ ตั้งแต่วันที่ 15-18 มี.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.ชัยภูมิ ขอนแก่น อุดรธานี กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี และตราด ส่วนวันที่ 16-19 มี.ค.พื้นที่ภาคเหนือ จ.น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และพิจิตร ภาคกลาง ได้แก่ จ.ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา ดังนั้น ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าว.