บริการข่าวไทยรัฐ

ชูพระราชดำรัส “ในหลวง ร.9” สู่ผู้สูงวัย

ทรงยึดหลัก “พอเพียง” ดูแลกาย ทั้งทรงใช้ทศพิธราชธรรมชโลมใจ

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่อาคารสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข มีการประชุมวิชาการที่ประชุมผู้บริหารองค์กรของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเฉพาะ (ทอพ.) 16 องค์กร ครั้งที่ 4 หัวข้อ “ประชารัฐร่วมใจ สู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ” โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “สูงวัยอย่างมีคุณค่า น้อมพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง” ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสูงวัยอย่างไม่รู้ตัว การเตรียมการรองรับจึงไม่ค่อยมีความสมบูรณ์นัก การเป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณค่า ต้องดูแลทั้งกายและจิตใจ ซึ่งปัจจุบันคนเรามักดูแลแต่ร่างกาย เอาร่างกายไปพักผ่อน แต่ไม่ดูแลจิตใจ ดังนั้นจึงควรยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงและทศพิธราชธรรม ตามพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในการดูแลร่างกาย ซึ่งต้องใช้สติและการพิจารณามองสิ่งต่างๆ ด้วยปัญญาว่า จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตหรือไม่ เช่น การกินต้องมีความพอดี อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงไม่ยึดติดกับสิ่งของ

ดร.สุเมธกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของจิตใจเป็น เรื่องที่สำคัญ คือจิตต้องโปร่งใส อย่าสร้างความมืดมัวให้ตัวเอง โดยขอให้ยึดตามหลักทศพิธราชธรรม ที่ประกอบด้วย ทาน ศีล ปริจาคะ อาชวะ มัททวะ ตบะ อักโกธะ อวิหิงสา ขันติ และอวิโรธนะ เพราะอารมณ์ ต่างๆที่เกิดขึ้นเกิดจากตัวเราสร้างเองทั้งนั้น ทั้งโกรธ เกลียด ความอยาก นอกจากนี้ ผู้สูงอายุควรหาโอกาสช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่ทำได้ เหมือนเมื่อครั้งที่ผมอายุ 72 ปี แล้วกราบพระบาทขอพระราชทานพรพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำรัสกับตนว่า ให้มีร่างกายแข็งแรงนะ เพื่อทำประโยชน์ให้คนอื่นได้ ก็จะทำให้เป็นผู้สูงอายุอย่างมีคุณค่า ที่สำคัญอีกประการที่ควรยึดไว้คือ อวิโรธนะ คือการดำรงอยู่ในความถูกต้องเสมอ หรืออยู่ในธรรม ซึ่งธรรมของพระองค์ คือต้องดีและถูกต้อง

ดร.สุเมธกล่าวด้วยว่า เมื่อครั้งตอนอายุ 60 ปี ได้กราบทูลในหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่องเกษียณ พระองค์ก็ทรงดุว่าเกษียณ หรือหยุด ซึ่งพระองค์มีพระชนมพรรษา 72 พรรษาแล้วก็ยังทรงงาน นับจากนั้นตนก็ไม่มีคำว่าเกษียณหลุดออกมาอีกเลย และเมื่อครั้งอายุ 72 ปี ตนก็ขอพระราชทานพร พระองค์ก็ทรงนำพระหัตถ์มาเขย่าที่ไหล่แล้วมีพระราชดำรัสว่า “สุเมธงานยังไม่เสร็จนะ” 3 หน ถือเป็นคำสั่งสุดท้ายที่พระราชทานให้ ดังนั้น ผู้สูงอายุจึงไม่ควรหยุดงาน และควรมีอารมณ์ขันตลอดเวลา ซึ่งพระองค์เคยรับสั่งว่า หากทำงานไม่สนุกก็จะเบื่อจึงต้องสนุกตลอดเวลา โดยยึดหลัก “ร่าเริง รื่นเริง คึกคัก ครึกครื้น”.