บริการข่าวไทยรัฐ

ส.ป.ก.สรุปคดีวินด์ฟาร์มเดือนนี้ ชง "ฉัตรชัย" ชี้ขาดเอกชนบุกที่รัฐ

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์

การันตีเกษตรกรค้านล้มโครงการ

นายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้การตรวจสอบข้อมูลเอกชนทั้ง 15 ราย ที่ติดตั้งกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า (วินด์ฟาร์ม) บนพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินที่ จ.ชัยภูมิ และ จ.นครราชสีมา เพื่อพิจารณาว่า ดำเนินการตามเงื่อนไขอย่างครบถ้วนหรือไม่ตามคำสั่งของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ภายใน 45 วัน เสร็จเรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างสรุปข้อมูล ซึ่งคาดว่าจะส่งให้ พล.อ.ฉัตรชัยพิจารณาได้ภายในสิ้นเดือน มี.ค.นี้

สำหรับการตรวจสอบข้อมูล แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.จากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด 2 จังหวัด คือ จ.ชัยภูมิและ จ.นครราชสีมา 2.จากผู้ประกอบการทั้ง 15 รายและ 3.จากเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งทุกฝ่ายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยการดำเนินการทั้งหมดยืนยันว่าเป็นไปด้วยความรอบคอบ

ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ชอบโครงการติดตั้งกังหันลมฯ มาก เนื่องจากได้รับเงินโดยตรงจากภาคเอกชน ถนนในหมู่บ้านได้รับการปรับปรุง นอกจากนี้ผลตอบแทนที่ ส.ป.ก.ได้รับต่อปียังนำเข้ากองทุนช่วยเหลือด้านสวัสดิการแก่เกษตรกร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถทำการเกษตรบนที่ดินได้เช่นเดิม โดยที่วิถีชีวิตไม่เปลี่ยนแปลง จึงไม่เห็นด้วยหากมีการยกเลิกโครงการไป

“ผมสั่งให้เจ้าหน้าที่ลงไปเก็บข้อมูลในพื้นที่ถึง 2 ครั้ง เพื่อรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนทุกด้าน เกษตรกรบางรายถึงกับร้องไห้ ไม่อยากให้ยกเลิกโครงการดังกล่าว เพราะผลตอบแทนที่ได้ต่อไร่ สูงถึง 35,000 บาทต่อปี กังหันลม 1 อันใช้พื้นที่กว้างกว่า 3 ไร่ ผลตอบแทนดังกล่าวเกษตรกรใช้ในการส่งบุตรหลานเรียนหนังสือหากยกเลิกโครงการไปจะเกิดความลำบาก เพราะรายได้จากภาคการเกษตรยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา โดยข้อมูลทั้งหมด ส.ป.ก.จะส่งให้ พล.อ.ฉัตรชัยเป็นผู้พิจารณา ซึ่งถ้าผิดก็ว่ากันไปตามผิด แต่ถ้าไม่ผิดก็เดินหน้าต่อไป”

นอกจากนี้ ส.ป.ก.ได้ทำหนังสือถึงศาลปกครองสูงสุดขอคำจำกัดความถึงคำพิพากษา กรณีไม่ได้ให้ประโยชน์กับเกษตรกรโดยตรง ซึ่งทำให้ ส.ป.ก.ต้องยกเลิกสัญญาของบริษัทเทพสถิต วินด์ฟาร์มในการติดตั้งกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าบนพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินที่ จ.ชัยภูมิว่า จะให้ ส.ป.ก.ปฏิบัติอย่างไร ซึ่งศาลปกครองสูงสุดตอบกลับว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของศาลฯ จึงส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลปกครอง จ.นครราชสีมาพิจารณาต่อไป.