บริการข่าวไทยรัฐ

ทางยาวเริ่มเห็นผล

นานๆจะได้ยินเสียงของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่บังเอิญมีคิวพูดในวันเดียวกัน

ทางหนึ่ง “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการค่ายเยาวชน ฝากไปยังผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ที่มีหน้าที่สร้างเด็กให้เป็นคนดี โดยวิธีที่ดีที่สุดคือ การทำตัวเป็นแบบอย่างให้เด็กเห็น เพราะจะได้ภูมิใจที่เกิดมาได้ตอบแทนคุณแผ่นดิน ตามที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เคยรับสั่ง ขอให้สร้างคนดีมากกว่าสร้างคนเก่ง เพราะหากเป็นคนเก่ง แต่ไม่เป็นคนดี ก็อาจเป็นโทษแก่บ้านเมืองได้

วันเดียวกัน อีกด้านหนึ่งนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “สูงวัยอย่างมีคุณค่า น้อมพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง”

ระบุที่ผ่านมาระดับชาติยังไม่รู้ตัวในเรื่องการรองรับผู้สูงอายุ การเตรียมการจึงไม่สมบูรณ์ แต่งานวันนี้ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง ตัวเลขน่าตกใจ จำนวนผู้สูงอายุสูงมาก อายุยืน เกิดน้อย

“ดร.สุเมธ” แนะดูแลคนสูงวัยให้มีคุณภาพ

“ป๋าเปรม” แนะให้สร้างเด็กเป็นคนดี

เป็นโจทย์ 2 ข้อใหญ่ๆที่รัฐบาลของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ต้องจดไว้เป็นการบ้าน

ในสถานการณ์ที่แม่น้ำ 5 สายกำลังไหลลง

เพราะผู้ใหญ่ทำตัวไม่เป็นแบบอย่างที่ดีกับเด็ก และปัญหาคนสูงอายุที่ไม่มีคุณภาพ

จากกระแสร้อนๆปมฉาวที่ท่านผู้ทรงเกียรติ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีเรื่องขึ้นโรงพักไปเคลียร์คดีทำร้ายร่างกายบาร์เทนเดอร์ผับเพราะไม่พอใจที่ถูกเรียก “ป๋า”

เรื่องลามใหญ่โตถึงขนาด “นายกฯลุงตู่” ต้องตอบคำถามแบบละเหี่ยใจ

เพลียกับคุณภาพของ “นักลากตั้ง” ที่ฉุดเครดิต ถ่วงอำนาจพิเศษ

หาเหตุมาเพิ่มภาระให้รัฐบาลที่กำลังเดินหน้าปั๊มเนื้องาน เพื่อลดแรงเสียดทานในการประคองเรือแป๊ะช่วงท้ายๆปลายโรดแม็ป

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ยังพอมีข่าวดีๆที่แทรกมาเป็นระยะ

ตามการฟันธงของนางแอนนา กอร์บาโช เจ้าหน้าที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ภายหลังเดินทางมาประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยประจำปี 2560 ระบุชัดเลยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวต่อเนื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป

โดยการใช้จ่ายภาครัฐตามแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะมีบทบาทเป็นหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และมีส่วนช่วยกระตุ้นการลงทุนเอกชน

ผลการสรุปของไอเอ็มเอฟเป็นการสำทับที่เว็บไซต์บลูมเบิร์กได้จัดอันดับให้เมืองไทย “ครองแชมป์” ประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลก เทียบกับ 74 ประเทศ

วัดจากตัวเลขการว่างงานและภาวะเงินเฟ้ออยู่ในจุดที่น้อยกว่าบ้านเมืองอื่น

2 ช็อตสำคัญที่ยืนยันโดยองค์กรระดับโลก

ตอกย้ำว่า เศรษฐกิจไทย “มาถูกทาง”

อ้างได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า เป็นผลจากการทำงานหนักของ “นายกฯลุงตู่” กับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล

เป็นเนื้องานที่เห็นผลในระยะทางยาวๆ

และนั่นก็น่าจะเพิ่มความมั่นใจ ตามจังหวะที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดล่าสุด มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศฯ และร่าง พ.ร.บ.จัดทำยุทธศาสตร์ชาติฯ

ล็อกโมเดลปฏิรูปตามยุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปี

รัฐบาลชุดต่อไป ใครไม่ทำตาม มีผลทางกฎหมายถึงขั้นโดนถอดถอนหลุดจากอำนาจได้

อย่างน้อยก็เป็นความชัดเจนของนโยบายที่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ จะใช้เป็นฐานข้อมูลในการตัดสินใจวางแผนการลงทุนระยะยาวในประเทศไทย

ไม่ต้องเสียวกับการเมืองที่พลิกขั้วไป พลิกขั้วมา.

ทีมข่าวการเมือง