กีฬา
100 year

รวบแกนนำแดงเผาศาลากลางขอนแก่น

ไทยรัฐออนไลน์10 มิ.ย. 2553 14:00 น.
SHARE

ตำรวจ บุกรวบแกนนำเสื้อแดงขอนแก่น ผู้ต้องหาร่วมเผาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น คุยโว สายตรงเฉลิม - จตุพร ส่งคนมาช่วย...

วันที่ 10 มิ.ย. 2553 พ.ต.อ.ธวัชชัย นิลานุช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีเผาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีขอนแก่น ทำลายธนาคารกรุงเทพ และ บุกรุกเผาบ้าน นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย และ อดีต รมช.คมนาคม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ได้เข้าสอบปากคำ น.ส.ปาริฉัตร ภูนกยูง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 258 ม.14 ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ผู้ต้องหาในคดี ร่วมกันวางเพลิง เผาทรัพย์ผู้อื่นและโรงเรือนอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ.197/2553 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2553

นายไพรวัลย์ แสนสะท้าน อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 ม.3 ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาในคดี ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น,ร่วมกันบุกรุกเคหะสถาน โดยใช้กำลังประทุษร้าย, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และร่วมกันชุมนุมมั่วสุมกัน ณ ที่ใดหรือการกระทำการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ.203/2553 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 ที่ห้องขัง สภ.เมืองขอนแก่น ภายหลังการสอบสวนได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นทันที

แต่ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ คุมตัวผู้ต้องหาไปขึ้นรถ น.ส.ปาริฉัตร ภูนกยูง อายุ 38 ปี ได้บอกอีกว่า ตนไม่ผิด ตนไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. มาหลายครั้ง ไม่เคยทำผิด เมื่อถูกตำรวจจับก็ไม่กลัว เพราะได้ติดต่อทางโทรศัพท์มือถือกับป๋าเหลิม หรือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ นายจตุพร พรมพันธ์ แกนนำ นปช.ให้รับรู้แล้ว ซึ่งทั้งสองคน รับปากว่า จะให้ทนายความมาพูดคุย เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป

ทางด้าน พ.ต.อ.ธวัชชัย นิลานุช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนคดีเผาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีขอนแก่น ทำลายธนาคารกรุงเทพ และบุกรุกเผาบ้าน นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย และ อดีต รมช.คมนาคม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 นั้น ได้รวบรวมหลักฐาน เพื่อขอหมายจับจับกุม กลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทำผิดในวันดังกล่าว และได้ออกหมายจับไปแล้วจำนวน 183 ราย แยกเป็นคดีเผาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ออกหมายจับ จำนวน 57 ราย จับกุมได้ 3 ราย คดีเผาสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีขอนแก่น ออกหมายจับ จำนวน 67 ราย จับกุมได้ 3 ราย คดีบุกรุกเผาบ้าน นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ออกหมายจับ จำนวน 25 ราย จับกุมได้ 11 ราย ส่วนคดีทำลายธนาคารกรุงเทพ ออกหมายจับแล้วเช่นกัน รวมทั้งหมดทั้ง 4 คดี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 26 ราย ซึ่งผู้ต้องหาบางราย มีหลักฐานเป็นภาพถ่าย ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ยืนยันการกระทำผิดถึง 2 จุด ก็จะถูกออกหมายจับ 2 หมาย

รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น กล่าวอีกว่า ในส่วนของ น.ส.ปาริฉัตร ถูกจับในคดีเผาศาลากลางและเอ็นบีที ซึ่งก็หมายถึงว่าคนเดียวมีสองหมายจับ ส่วนนายไพรวัลย์นั้น ถูกจับในคดีบุกรุกบ้าน นายประจักษ์ จากการสอบสวนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ จะไม่มีการซัดทอดถึงผู้ใด แต่ยอมรับว่าได้เข้าร่วมชุมนุมและอยู่ร่วมในวันเกิดเหตุ แต่หากมีการซัดทอดถึงผู้บงการหรือผู้ให้การสนับสนุน หากมีพยานหลักฐาน โยงใยถึงใครก็จะเรียกตัวมาสอบสวน และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ขณะนี้ ยังไม่พบตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการกระทำผิด มีเพียง นางซาบีน่า ซาส์ ซึ่งได้ปรากฏตัวในกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ก่อนที่จะมีการเผาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ขณะนี้ออกหมายจับแล้ว อยู่ระหว่างการสืบสวนหาตัวมาดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้