ไขปริศนาหลักสูตร วปธ. EP.1 ม.เกษตรฯ แจงทุกมุม ถูกแอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์ (ชมคลิป) - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ไขปริศนาหลักสูตร วปธ. EP.1 ม.เกษตรฯ แจงทุกมุม ถูกแอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์ (ชมคลิป)

เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตขึ้นมาเมื่อเกิดความไม่ชอบมาพากลใน ‘หลักสูตรที่ปรึกษาธุรกิจเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจไทย’ หรือ วปธ. จนทำให้คณะผู้เรียนในหลักสูตรนี้ทั้งหมด 8 รุ่น กว่า 400 คน ยื่นเรื่องร้องเรียนมายัง ม.เกษตรศาสตร์ ให้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

เรื่องราวความซับซ้อนซ่อนเงื่อนของหลักสูตรปริศนาจะเป็นเช่นไร วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับ ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนรองอธิการบดี ฝ่ายบริหารกิจการภายใน ม.เกษตรศาสตร์ เพื่อคลายปมข้อสงสัยของหลักสูตรนี้ทั้งหมด

ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนรองอธิการบดี ฝ่ายบริหารกิจการภายใน เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ว่า เรื่องราวเหล่านี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีกลุ่มผู้เรียน ‘หลักสูตรที่ปรึกษาธุรกิจเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจไทย’ (วปธ.) ยื่นเรื่องร้องเรียนมายังอธิการบดี ม.เกษตรฯ เนื่องจากคิดว่าหลักสูตรนี้เปิดโดย ม.เกษตรศาสตร์ จึงมีความคาดหวังว่าจะต้องได้รับประกาศนียบัตรจาก ม.เกษตรศาสตร์ และคาดหวังว่าอาจารย์ที่มาสอนจะต้องเป็นอาจารย์จาก ม.เกษตรศาสตร์ แต่พอเข้ามาเรียนรู้สึกว่าไม่ได้เป็นอย่างที่มีการโฆษณาเอาไว้ จึงร้องเรียนมาที่มหาวิทยาลัย ให้ชี้แจงข้อสงสัยในหลักสูตรดังกล่าว

สมาคมฯ จ้าง ม.เกษตรฯ เป็นที่ปรึกษาหลักสูตร

ดร.ดำรงค์ เริ่มอธิบายถึงหลักสูตรดังกล่าว ว่า หลักสูตร วปธ. เป็นของ สมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและทางหลักสูตรได้ตกลงว่าจ้างให้ ม.เกษตรศาสตร์ เป็นที่ปรึกษา ในการจัดอบรมพัฒนาวิชาการ โดยร้องขอให้ รศ.ดร.วัลลภ รัฐฉัตรานนท์ ซึ่งเป็นอาจารย์สังกัดภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ เป็นผู้มีอำนาจยื่นข้อเสนอ ลงนามสัญญา เป็นที่ปรึกษาหลักสูตร มีหน้าที่เชิญวิทยากรมาบรรยาย ดูเนื้อหาการสอน รวมถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นที่ปรึกษา และดูแลงานตามที่ทางหลักสูตรร้องขอ 

ม.เกษตรฯ รับ ขออนุมัติหลักสูตรถูกต้อง รอเช็กมูลเหตุผู้เรียนเข้าใจผิด

ดร.ดำรงค์ กล่าวว่า การขออนุมัติพัฒนาวิชาการถูกต้องตามระเบียบ มีขั้นตอนการขออนุมัติ เขียนขอเสนอมาถูกต้อง แต่ช่วงปฏิบัติกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ว่า เพราะเหตุใดผู้เรียนจึงรู้สึกว่าหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นโดย ม.เกษตรศาสตร์ และกำลังตรวจสอบดูว่า เป็นเพราะอาจารย์ของ ม.เกษตรศาสตร์ ไปสื่อสารผิดพลาดหรืออย่างไร หรือทางสมาคมฯ ดำเนินการเอง เรื่องนี้ต้องรอให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อน

“ตอนอนุมัติหลักสูตร ขอเปิดโดย ดร.วิริยะ ลิขิตวงศ์ นายกสมาคมฯ ซึ่งการขออนุมัติ รศ.ดร.วัลลภ อาจารย์ของ ม.เกษตรศาสตร์ มาทำเรื่องของเปิดงานบริการพัฒนาวิชาการขึ้น มหาวิทยาลัยดูแล้วว่า อาจารย์มีคุณสมบัติ และความสามารถที่จะไปดำเนินการก็มอบอำนาจให้ ซึ่งโดยอำนาจและหน้าที่แล้ว อาจารย์ทำหน้าที่เปรียบเสมือนตัวแทนของมหาวิทยาลัย ที่จะต้องออกไปดูแลและทำทุกอย่างให้เคร่งครัดตามระเบียบของมหาวิทยาลัย” ดร.ดำรงค์ ระบุ

ม.เกษตรฯ ไม่ทราบเปิดสอน 8 รุ่น เป็นไปได้หรือ?

หลักสูตร วปธ. ได้เปิดการสอนทั้งหมด 8 รุ่น แต่เหตุใด ม.เกษตรศาสตร์ จึงไม่ทราบเรื่องนี้ ดร.ดำรงค์ อธิบายว่า ในรายละเอียดหลักสูตร ทราบเพียงว่าจะมีโครงการพัฒนาวิชาการทั้งหมด 4 รุ่น ใช้เวลาเรียน 21 ครั้ง เท่านั้น และใช้เวลาเรียน ส่วนที่เปิดเกินมาอีก 4 รุ่น ม.เกษตรศาสตร์ ไม่ทราบในเรื่องนี้ รวมทั้ง ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องของการจัดการเรียนการสอน เพิ่งจะทราบภายหลังว่า มีการเปิดสอนซ้อนกัน คือ รุ่น 1 ยังเรียนไม่จบก็เปิดรุ่น 2-3 ขึ้น พร้อมๆ กัน และได้มอบให้อาจารย์ของ ม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของหลักสูตรนี้เข้าไปดูแล แต่ไม่ได้มีการรายงานเรื่องนี้เข้ามา กระทั่งมีผู้ร้องเรียนเข้ามา จึงได้มีการตรวจสอบ

ม.เกษตรฯ ปัด ไม่ทราบ วปธ. อ้างชื่อโฆษณาชวนเชื่อ ล่อคนสมัครเรียน

จากที่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์หลักสูตรในเว็บไซต์ หรือใบปลิว โดยอ้างว่าจะได้รับวุฒิบัตรจาก ม.เกษตรศาสตร์ นั้น ดร.ดำรงค์ ชี้แจงในเรื่องนี้ว่า ในช่วงแรกยังไม่ทราบว่ามีการโฆษณาอ้างชื่อ ม.เกษตรศาสตร์ แต่ได้มาทราบภายหลังจากที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามา ว่าหลักสูตรนี้มีการเอาชื่อและตราของมหาวิทยาลัยไปโฆษณาหลักสูตร โดยที่ทางมหาวิทยาลัยไม่ทราบเรื่อง ส่วนเมื่อทราบแล้วจะดำเนินการอย่างไร ต้องรอผลสรุปจากการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน

วปธ. เป็นหลักสูตรของสมาคมฯ ออกวุฒิบัตรนาม ม.เกษตรฯ ไม่ได้

ขณะเดียวกัน ในข้อสงสัยของคณะผู้เรียนเรื่องของการออกประกาศนียบัตรโดย ม.เกษตรศาสตร์ นั้น ดร.ดำรงค์ กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรของ สมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไม่ใช่หลักสูตรของ ม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งทางสมาคมฯ ขอให้ ม.เกษตรศาสตร์ เป็นที่ปรึกษาในการดำเนินโครงการเท่านั้น เพราะฉะนั้น เนื้อหาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน เป็นเรื่องของทางสมาคมฯ

ดังนั้น ม.เกษตรศาสตร์ จึงไม่สามารถรับรองคุณวุฒิหรือออกใบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ที่เรียนหลักสูตร วปธ. ได้ เพราะ ม.เกษตรศาสตร์ เป็นเพียงที่ปรึกษาหลักสูตรเท่านั้น

“การที่ไปโฆษณาว่า เมื่อจบหลักสูตร จะได้รับวุฒิบัตรจาก ม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งขอยืนยันว่า ม.เกษตรศาสตร์ ไม่เคยพูดแบบนี้ เพราะเราคงไม่กล้าที่จะไปออกประกาศนียบัตรโดยไม่ใช่หลักสูตรของ ม.เกษตรศาสตร์ อย่างแน่นอน” ดร.ดำรงค์ ยืนยันหนักแน่น

ม.เกษตรฯ เผย รับค่าตอบแทนที่ปรึกษา 10 ล้าน หักเข้ามหาลัย 10%

เมื่อสอบถามว่า ทาง ม.เกษตรศาสตร์ ได้รับเงินค่าลงทะเบียนของหลักสูตรนี้หรือไม่ ดร.ดำรงค์ ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ ว่า ม.เกษตรศาสตร์ ไม่ได้รับเงินค่าลงทะเบียนจากหลักสูตร วปธ. ทางสมาคมฯ เป็นผู้จัดการในเรื่องของการเก็บเงินเองทั้งหมด และมีสัญญาว่าจ้างจ่ายเงินในฐานะที่ปรึกษา ตามระเบียบของมหาวิทยาลัย โดยตามข้อตกลงทางสมาคมฯ จ่ายให้กับ ม.เกษตรศาสตร์ จำนวน 10 ล้านบาท มหาวิทยาลัยจะหักเป็นค่าตอบแทน 10% เท่ากับ 1 ล้านบาท ส่วนอีก 9 ล้านบาทจะมอบให้ รศ.ดร.วัลลภ รัฐฉัตรานนท์ ที่ปรึกษา ไปบริหารจัดการหลักสูตรตามข้อตกลงกับสมาคมฯ ต่อไป

ม.เกษตรฯ ชี้ ศูนย์สานสัมพันธ์ฯ ไม่มีอยู่จริง! ยันไม่ได้เป็นผู้ออกใบเสร็จ

ใบเสร็จที่ทางคณะผู้เรียนหลักสูตร วปธ. นำมาเปิดเผยนั้น ดร.ดำรงค์ ระบุว่า ม.เกษตรศาสตร์ ไม่ได้เป็นผู้ออกใบเสร็จรับเงินให้ เนื่องจากไม่ได้ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัย และเป็นเพียงที่ปรึกษา ส่วนการจัดการรับผู้เรียนและออกใบเสร็จเป็นเรื่องของทางสมาคมฯ

สำหรับรายละเอียดที่อยู่ในใบเสร็จ ดร.ดำรงค์ ชี้แจงทีละเปลาะว่า เลขประจำตัวผู้เสียภาษีที่อยู่ด้านบนนั้นเป็นเลขของ ม.เกษตรศาสตร์ จริง และทางกรมสรรพากรกำลังตรวจสอบเรื่องนี้ให้อยู่ด้วย

ขณะที่ ศูนย์สานสัมพันธ์จับคู่ธุรกิจระหว่างประเทศ แห่ง ม.เกษตรศาสตร์ ที่อยู่ด้านบนของใบเสร็จนั้น ไม่มีอยู่จริง ส่วนที่ระบุว่ามี รศ.ดร.วัลลภ รัฐฉัตรานนท์ เป็น ผอ.ศูนย์ เป็นการไปตั้งกันเอง ในเชิงกฎหมายไม่ถือว่าเป็นศูนย์ฯ โดยชอบธรรม

อึ้ง! บัตรแสดงตนผู้เรียน วปธ. ไม่ใช่ของ ม.เกษตรฯ

หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้นำ บัตรแสดงตนของผู้เข้าเรียนหลักสูตร วปธ. ให้กับ ดร.ดำรงค์ ตรวจสอบดูว่า บัตรนี้เกี่ยวข้องกับ ม.เกษตรศาสตร์ อย่างไร เมื่อดร.ดำรงค์ เห็นมีท่าทีอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนอธิบายว่า “ผมขอยืนยันว่า บัตรนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ ม.เกษตรศาสตร์ แต่อย่างใด และลายมือชื่อผู้ออกบัตรก็ไม่ใช่คนของ ม.เกษตรศาสตร์ อีกด้วย และเป็นการแอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยไปไว้ในบัตรโดยมิชอบ”

ม.เกษตรฯ สั่งสอบผู้เกี่ยวหลักสูตร วปธ. รอผลสรุป จ่อดำเนินการตามกฎหมาย

ม.เกษตรศาสตร์ จะดำเนินการอย่างไรต่อไป เป็นคำถามที่สังคมอยากรู้ เพราะ ม.เกษตรศาสตร์ ถือว่าเป็นผู้เสียหายในเรื่องนี้ด้วย ประเด็นดังกล่าว ดร.ดำรงค์ ให้คำตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ม.เกษตรศาสตร์ ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว และยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เรื่องราวทั้งหมดเกิดจากอะไร อาจารย์ของ ม.เกษตรศาสตร์ เองไปให้ข้อมูลที่ผิดพลาดหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจะต้องลงโทษคนของ ม.เกษตรศาสตร์ แต่หากสมาคมฯ เป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด ทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ใช้ระยะเวลาอีกไม่เกิน 1 เดือนน่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมด

จ่อเยียวยาผู้เรียน เปิดอบรมใหม่โดย ม.เกษตรฯ ไม่เสียค่าใช้จ่าย

สำหรับผู้เสียหายที่จ่ายเงินค่าลงทะเบียนไปจำนวนแสนกว่าบาท โดยเชื่อว่าเป็นหลักสูตรที่ ม.เกษตรศาสตร์ จัดทำขึ้นมา เรื่องนี้จะมีการแก้ไขปัญหาอย่างไร ดร.ดำรงค์ กล่าวว่า “จะบอกว่า ม.เกษตรศาสตร์ ไม่รับผิดชอบเลยคงไม่ได้ เนื่องจากอาจารย์ของ ม.เกษตรศาสตร์ ไปเป็นที่ปรึกษาในหลักสูตรนี้ ม.เกษตรศาสตร์ จึงต้องมีส่วนรับผิดชอบ โดยการเยียวยาเปิดอบรมให้ใหม่ โดยใช้องค์ความรู้ของ ม.เกษตรศาสตร์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งผู้เรียนมีความคาดหวังว่าจะได้เป็นที่ปรึกษาธุรกิจ ฉะนั้น หลักสูตรของเราจะจัดให้มีการลงพื้นที่ทำงานจริง สามารถที่จะผลักดันให้เขาไปสอบเป็นที่ปรึกษาได้”

สนช. สั่ง ม.เกษตรฯ เยียวยา ส่วนผู้กระทำผิดให้จัดการตามกฎหมาย

ด้าน นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช. เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ หลังจากที่เมื่อวันที่ 9 มี.ค. คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช. ได้เชิญม.เกษตรศาสตร์ และเจ้าของหลักสูตรวิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจ หรือ วปธ.เข้าชี้แจง กรณีมีการแอบอ้างชื่อ ม.เกษตรศาสตร์ โฆษณาชวนเชื่อ เปิดสอนหลักสูตรวิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจ หรือ วปธ. จนทำให้มีผู้เสียหายกว่า 400 ราย เพื่อร่วมถกปัญหา และหาทางออกนั้น

ผลสรุปในที่ประชุมออกมาว่า เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบที่เกิดขึ้น จะให้ ม.เกษตรศาสตร์ เยียวยาผู้ที่เข้าเรียนทั้งรุ่นที่มหาวิทยาลัยอนุมัติ 4 รุ่นแรก และรุ่นที่ไม่ได้อนุมัติอีก 4 รุ่น โดยมหาวิทยาลัยจะไปทำหลักสูตร เพื่อให้ผู้เรียนสามารถรับเกียรติบัตรได้ ส่วนจะเรียนเพิ่มเติมหรือไม่เป็นเรื่องที่ ม.เกษตรศาสตร์ จะไปพิจารณาต่อเอง โดยทางคณะกรรมาธิการเสนอว่า อย่าให้ผู้เสียหายต้องเรียนใหม่ หรือเรียนใหม่แต่อย่าให้เรียนมาก รวมทั้งอย่าให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นด้วย

ขณะเดียวกัน สำหรับผู้ที่กระทำความผิดในนาม ม.เกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยจะต้องไปฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไปเอง ส่วนสมาคมฯ ที่จัดหลักสูตรนี้ขึ้นมา ม.เกษตรศาสตร์ จะต้องไปดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน

แต่อย่างไรก็ดี มหาวิทยาลัยก็เคยอนุมัติให้เปิดหลักสูตร ให้ใช้สถานที่ และมีตราของมหาวิทยาลัย รวมทั้งรับเงินค่าตอบแทนให้ในฐานะที่ปรึกษา จำนวน 10% ของรายได้ทั้งหมดนั้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัยที่จะต้องไปดำเนินการจัดการต่อไป

“ทาง ม.เกษตรศาสตร์ ยอมรับว่า ไม่ทราบว่าได้มีการจัดหลักสูตรเพิ่มเป็น 8 รุ่น ทราบเพียงแค่ขอเปิด 4 รุ่นเท่านั้น ส่วนเรื่องการใช้ตรามหาวิทยาลัย และโฆษณาว่าจะได้รับวุฒิบัตรจากทางมหาวิทยาลัย ส่วนนี้ยอมรับว่าไม่ทราบเช่นเดียวกัน ส่วน ม.เกษตรศาสตร์ จะไปดำเนินการเยียวยากับผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร จะมีการรายงานต่อคณะกรรมาธิการในครั้งต่อไป” ประธานกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช. กล่าว

สำหรับในตอนหน้าจะไปฟังในมุมของผู้เรียนหลักสูตร วปธ. ว่าเหตุใดถึงมาเรียนหลักสูตรนี้ และพวกเขาได้รับความเสียหายอย่างไร โปรดติดตาม.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง