วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บุกจับโรงแรม-ร้านค้าของเก่าที่อยุธยา เปิดกิจการไร้ใบอนุญาต

ปลัดอำเภอพระนครศรีอยุธยา ประสานชุดเฉพาะกิจกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย บุกจับสาวเจ้าของโรงแรมดัง เปิดบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกรายเป็นร้านขายของเก่า

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 15 มี.ค.60 นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับ สืบสวนและปราบปราม พร้อมด้วยนางสาวปัญชิกา โตแก้ว นายสุรสิทธิ์ พูลสวัสดิ์ นางสาววารุณี กันทะวัง ปลัดอำเภอพระนครศรีอยุธยา และพนักงานฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบกิจการที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และจัดระเบียบสังคม ตามอำนาจหน้าที่ในเขตท้องที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายรณรงค์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า มีกิจการสองประเภทที่ยังมีผู้ประกอบกิจการไม่มายื่นขอรับใบอนุญาตให้ถูกต้อง ได้แก่ กิจการโรงแรม และกิจการรับซื้อของเก่า ซึ่งในวันนี้พนักงานฝ่ายปกครองได้เข้าตรวจสอบโรงแรมเซียนอินท์ ตั้งอยู่เลขที่ 149 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา พบว่ามีการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงควบคุมตัวนางอำนวย เปลื้องทุกข์ อายุ 49 ปีเจ้าของโรงแรมดังกล่าว นำส่งปลัดอำเภอพระนครศรีอยุธยา ในฐานะพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองอำเภอพระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดีในข้อหา ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 มาตรา 15 ประกอบมาตรา 59 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

ต่อมาพนักงานฝ่ายปกครองได้เข้าตรวจสอบร้านค้าของเก่า ชื่อร้านสองอยุธยา ตั้งอยู่ที่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 8 ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นร้านรับซื้อและขายเครื่องเรือนไม้เก่า เฟอร์นิเจอร์เก่า และของประดับตกแต่งบ้านมือสอง พบว่าไม่มีใบอนุญาตค้าของเก่า จึงได้ควบคุมตัวนายสุภาพ พรหมเจริญ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/65 ถ.เดชาวุธ(ข) ตำบลหอรัตนชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา นำส่งนายสุรสิทธิ์ พูลสวัสดิ์ ปลัดอำเภอพระนครศรีอยุธยา ในฐานะพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง ดำเนินคดีในข้อหาประกอบอาชีพค้าของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดหรือค้าของเก่า พ.ศ.2474 มาตรา 4(2) ประกอบมาตรา 12 วรรคหนึ่ง มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

"อยากฝากประชาสัมพันธ์แจ้งมายังผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม และผู้ประกอบอาชีพค้าของเก่า ว่ากิจการทั้งสองประเภท เป็นกิจการที่ทางราชการควบคุมให้อยู่ภายใต้กฎหมายคือพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 และพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ.2474 ทางราชการจำเป็นต้องกวดขัน เพื่อป้องกันมิให้ใช้โรงแรมเป็นสถานที่ก่ออาชญากรรม เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าพัก และป้องกันไม่ให้ใช้ร้านค้าของเก่าเป็นสถานที่รับซื้อของโจร ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องมายื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตจากนายทะเบียน โดยสามารถมายื่นคำขอได้ ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่ ซึ่งสอบถามรายละเอียดได้จากปลัดอำเภอท้องที่ ในวันและเวลาราชการ ซึ่งหากผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืน ไม่มายื่นคำขอรับใบอนุญาต ทางฝ่ายปกครองจะได้ทำการตรวจสอบกวดขันจับกุมดำเนินคดี และในคดีฝ่าฝืนกฎหมายโรงแรม และคดีฝ่าฝืนกฎหมายค้าของเก่านี้ ฝ่ายปกครองเป็นพนักงานสอบสวน จะทำการสอบสวนดำเนินคดีเอง โดยไม่ต้องส่งพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจแต่อย่างใด" นายรณรงค์ กล่าว

ทั้งนี้ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองทำการสอบสวนเสร็จ ได้ให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไป โดยผู้ต้องหาได้ใช้เงินสดประกันตัวรายละ 10,000 บาท และในวันพรุ่งนี้ (16 มี.ค.) ได้นัดมาพบพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง ยังที่ว่าการอำเภอพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ เพื่อฟ้องศาลต่อไป.