บริการข่าวไทยรัฐ

กรมอุทยานฯ เอาจริง! แจ้งจับนายพรานโซเชียล โพสต์รูปอวดฆ่าสัตว์ป่าคุ้มครอง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา แฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “แหม่ม โพธิ์ดำ” ได้โพสต์ภาพสุดสะเทือนใจเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งฆ่าเพื่อล่าเก็บแต้ม อาทิเช่น ชะนี, เม่น, เหยี่ยว, นกหายาก อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย แถมยังนำภาพเหล่านี้มาโพสต์อวดในโซเชียลเป็นเรื่องสนุก 


ล่าสุดวันที่ 15 มี.ค. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงว่า ได้ดำเนินคดีแจ้งจับนายพรานโซเชียล ที่โพสต์รูปอวดซากสัตว์ป่าคุ้มครองแล้ว ระบุข้อความว่า

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึง กรณีเฟซบุ๊กชื่อดัง "แหม่มโพธิ์ดำ" เปิดเผยว่า มีการตั้งกลุ่มปิดในเฟซบุ๊กโดยแสดงภาพการซื้อขายอาวุธที่ใช้ในการล่าสัตว์ป่า และสมาชิกนำภาพสัตว์ป่าที่ถูกล่ามาอวดกัน นั้น

กรมอุทยานฯ ตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ไปล่าสัตว์ป่า แล้วนำภาพสัตว์ป่าที่ล่าได้มาอวดกัน แต่ไม่มีการซื้อขายอาวุธปืนที่ใช้ในการล่าสัตว์ป่าแต่อย่างใด โดยมีรายละเอียด ดังนี้
(1) ชื่อเฟซบุ๊ก นายไพรัช บุญมาคำ โพสรูปซากลิงแสม จำนวน 1 ตัว
(2) ชื่อเฟซบุ๊กช่างกุญแจนครปฐม ติ๊กกุญแจ ไทยคีย์ เซอร์วิส โพสต์รูปซากเม่นใหญ่แผงคอยาว จำนวน 2 ตัว
(3) ชื่อเฟซบุ๊ก เอี่ยว แสนพันธ์ ชีวิตติดปีก โพสต์รูปซากกระรอกบินเล็กแก้มขาว จำนวน 2 ตัว และรูปลูกกระรอกบิน จำนวน 2 ตัว
(6) ชื่อเฟซบุ๊ก ชวลิต ศรีธิ โพสต์รูปซากแมวดาว จำนวน 1 ตัว
(5) ชื่อเฟซบุ๊ก ตรัยภาค สกุลมหาสิงห์ โพสต์รูปซาก นกตั้งล้อ จำนวน 1 ตัว และชะนีธรรมดา จำนวน 1 ตัว พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ในการล่า
(6) ชื่อเฟซบุ๊ก นิด เกียรติศักดิ์ โพสต์รูปคนสะพายอาวุธปืนถือซากเหยี่ยวรุ้ง จำนวน 1 ตัว
(7) ชื่อเฟซบุ๊ก อาร์ท รถเกี่ยว โพสต์รูปซากกระต่ายป่า จำนวน 4 ตัว
(8) ชื่อเฟซบุ๊กท่านน้อย ท่านน้อย โพสต์รูปคนสะพายอาวุธปืนถือซากเหยี่ยวดำ จำนวน 1 ตัว และเหยี่ยวขาว จำนวน 1 ตัว

การกระทำดังกล่าวกรมอุทยานฯ เห็นว่าเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 16 ข้อหาล่าหรือพยายามล่า ซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมาตรา 19 ข้อหามีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต บทกำหนดโทษ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 16 มาตรา 19 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน สี่ปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงได้แจ้งความกล่าวโทษร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.)

ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีลำดับที่ 2 วันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา และจะร่วมกับพนักงานสืบสวนในการติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไป

ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ได้กำหนดมาตรการในการตรวจสอบ ติดตาม สืบสวน อาชญากรรมด้านสัตว์ป่า ที่อยู่ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท รวมถึงการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ รณรงค์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อหยุดยั้งขบวนการล่าและค้าสัตว์ป่าให้หมดสิ้นไป พบเห็นผู้ที่พบเห็นการกระทำผิดสามารถแจงได้ที่ โทรสายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ www.dnp.go.th"