วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาดูกับมาดาม: ชีวิตที่เลือกเองของ “มาลาลา ยูซาฟไซ”

สวัสดีกันเร็วกว่าปกตินิดนึงค่ะสัปดาห์นี้ มาดามมีเรื่องราวดีๆ มาฝาก...

เนื่องด้วย ภาควิชาภาษาและวัฒนธรรม หลักสูตรนานาชาติ (BALAC) คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดงานฉายภาพยนตร์สารคดีและเสวนาทางวิชาการเรื่อง “He Named Me Malala” (2015) ร่วมกับองค์กรเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม HeForShe Arts Week 2017...และมาดามก็มีโอกาสได้ร่วมงาน ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากมีส่วนร่วมในโครงการดีๆ และในฐานะศิษย์เก่าที่รักและคิดถึงคณะที่รักเสมอ เลยอยากมาแชร์เรื่องราวดีๆ ค่ะ


“He Named Me Malala” (2015)
เป็นภาพยนตร์สารคดีที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับ “มาลาลา ยูซาฟไซ” (Malala Yousafzai) นักต่อสู้รณรงค์เพื่อสิทธิในการศึกษาของเด็กผู้หญิงและสตรีชาวปากีสถาน และผู้ลุกขึ้นกล่าวคัดค้านกลุ่มตาลีบันที่ห้ามไม่ให้ผู้หญิงได้รับการศึกษา จนเป็นเหตุให้ตกเป็นเป้าสังหารของกลุ่มก่อการร้าย


หลายคนน่าจะเคยได้ยินเรื่องราวของ “มาลาลา” มาบ้าง ในฐานะนักต่อสู้และเรียกร้องสิทธิเพื่อการศึกษาของเด็กผู้หญิงและสตรี จนได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2557 ด้วยวัยเพียง 17 ปี แต่คุณๆ ทราบไหมคะว่า “มาลาลา” ต้องผ่านวิกฤติหนักหนาแค่ไหน กว่าจะมีวันนี้...

เรื่องราวของ “มาลาลา” ในภาพยนตร์สารคดี “He Named Me Malala” เริ่มตั้งแต่การรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ของเธอจากการถูกยิงที่ศีรษะขณะโดยสารรถโรงเรียน และตื่นมาในดินแดนที่ไม่รู้จัก และไม่ใช่ “บ้าน” ตลอดจนการปรับตัวในบ้านใหม่ของเธอ ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงและสตรีที่เธอมุ่งมั่นและทุ่มเท แต่ที่น่าจะเป็นหัวใจและ “สาร” ของเรื่องคงหนีไม่พ้น ความเป็นมาและแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เธอมีวันนี้

เพราะอะไรเสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถึงมีอิทธิพลต่อผู้คนมากมายขนาดนี้ เรื่องราวของ “มาลาลา” โด่งดังไปทั่วโลก ไม่ใช่แค่เพราะความรุนแรงหรือความโหดร้ายที่เธอได้รับ หรือเพราะเรื่องราวของเธอแปลกและแตกต่างไม่เหมือนใคร แต่เพราะเรื่องของเธอ...เกิดขึ้นจริงกับผู้หญิงหลายคนทั่วโลก และนับวันก็จะทวีความรุนแรงจนยากจะควบคุม

นอกจากเรื่องราวชีวิตอันน่าทึ่งของ “มาลาลา” และอิทธิพลของเธอต่อผู้คนทั่วโลก เนื้อหาของภาพยนตร์สารคดี “He Named Me Malala” ยังสะท้อนให้เห็นถึงสถานภาพและความเป็นไปของสิทธิสตรีทั่วโลก เพื่อให้ตระหนักรู้และเพื่อส่งเสริมสังคมที่ปราศจากอคติทางเพศ และสังคมที่เคารพสิทธิและความแตกต่างของปัจเจกชน

นับว่าเป็นกิจกรรมดีๆ เพื่อการเรียนรู้และเปิดโลกสู่สังคมโลกยุคใหม่ที่ส่งเสริมความเท่าเทียมกันในทุกๆ ด้าน มาดามเลยอยากประชาสัมพันธ์เพื่อให้โครงการดีๆ แบบนี้ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนคุณผู้อ่านท่านใดที่สนใจอยากชมภาพยนตร์ “He Named Me Malala” บ้าง ก็ตามหากันได้ทั่วไปเลยค่ะ หนังถูกฉายเป็นครั้งแรกในปี 2015 แต่เนื้อหาและใจความสำคัญไม่ได้เก่าตามไปด้วย...ออกจะร่วมสมัย!

จนกว่าจะพบกัน (แบบเฉพาะกิจ) ใหม่
มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer