วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เศรษฐกิจอืดคนจนเยอะ คำเตือนจากธนาคารโลก

โดย ซูม

ผมต้องขอขอบคุณ คุณอูลริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทีมงาน สำหรับรายงานการศึกษากึ่งประเมินผลเกี่ยวกับเส้นทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ที่ธนาคารโลกนำมาเปิดเผย พร้อมทั้งให้คำแนะนำที่เราสมควรรับฟังอย่างยิ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้

คุณอูลริคระบุว่า การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังๆชะลอตัว อย่างต่อเนื่อง จากที่เคยขยายตัวเฉลี่ยถึงร้อยละ 7.7 ต่อปี ในช่วง 40 ปีแรก ของการเริ่มต้นพัฒนาลงเหลือเติบโตเฉลี่ยเพียงร้อยละ 3.3 ต่อปี เท่านั้น ในช่วง 10 ปีที่แล้ว

ในขณะที่ความเหลื่อมล้ำของผู้คนในสังคมไทยก็เพิ่มสูงขึ้น ช่องว่าง ระหว่างคนในกรุงเทพฯกับชนบทขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ

ข้อมูลในปี 2557 ระบุว่า มีคนไทยที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นวัดความยากจน จำนวน 7.1 ้ลานคน และมีอีก 6.7 ล้านคน ที่แม้จะอยู่เหนือเส้นวัดความยากจน แต่ก็เหนือแบบน่าห่วงคือ ไม่เกินร้อยละ 20 ทำให้หวั่นว่าอาจจะหล่นมาอยู่ใต้เส้นความยากจนเมื่อไรก็ได้

คุณอูลริคกล่าวด้วยว่า หากการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังเป็นไปในอัตราที่เป็นอยู่นี้ ประเทศไทยอาจต้องใช้เวลาอีกถึง 20 ปี กว่าจะก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงได้สำเร็จ

ทางด้านนาย ลาร์ส ซอนเดอร์การ์ด หัวหน้ากลุ่มงานด้านการพัฒนามนุษย์และความยากจน ซึ่งเป็นผู้เขียนหลักของรายงานฉบับนี้ ให้เหตุผลในการที่เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงว่า มาจากการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านหลายๆประเทศ

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเราเคยอยู่เหนือประเทศอื่นๆในอาเซียน แต่ปัจจุบันนี้หลายประเทศในอาเซียน เช่น มาเลเซีย เวียดนาม สามารถไล่ทันและแซงหน้าเราไปในหลายๆด้าน โดยเฉพาะนวัตกรรม, โครงสร้างพื้นฐาน, การศึกษาอบรม และงานวิจัยต่างๆ

คุณ ซอนเดอร์การ์ด เตือนว่า ประเทศไทยเรายังเสี่ยงต่อการเติบโตในอนาคต ตลอดจนการกระจายรายได้และการลดความยากจนที่อาจทำได้อย่างไม่ยั่งยืนเท่าใดนัก

เหตุเพราะที่ผ่านมารายได้ของคนจนกระเตื้องขึ้น เนื่องมาจากราคาสินค้าเกษตรพุ่งขึ้นสูงมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากนั้นราคาสินค้าเกษตรก็ลดลง 27 เปอร์เซ็นต์อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันสังคมไทยเริ่มเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” ซึ่งจะเริ่มทยอยสร้างปัญหาต่างๆขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองและความตึงเครียดทางสังคม ก็ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของประเทศ

ในช่วงสุดท้ายคุณอูลริคเสนอแนะว่า ไทยจะต้องทำเพิ่มมากขึ้นใน 3 ด้าน เพื่อให้กลับมาสร้างความเติบโตแบบทั่วถึงและยั่งยืนได้อีกครั้งหนึ่ง ได้แก่ การสร้างงานที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้น เพราะจะเป็นกลไก สำคัญในการลดความยากจนของประเทศ และเพิ่มงานในอนาคต ซึ่งจะทำได้โดยการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มความสามารถการแข่งขันด้านการค้า การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมของผู้ประกอบการ

แนวทางที่ 2 คือ การสนับสนุนคนจนให้ตรงเป้าหมาย โดยเน้นไปที่กลุ่มครัวเรือนในระดับยากจนที่สุด ในด้านปรับปรุงคุณภาพการศึกษา สนับสนุนการเพิ่มผลผลิตและผลิตภาพทางการเกษตร ฯลฯ

แนวทางที่ 3 การพัฒนาที่ส่งเสริมการเติบโตที่เป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนของภูมิอากาศ ฯลฯ

ครับ! ผมก็ขออนุญาตสรุปสาระของรายการที่ธนาคารโลกวิเคราะห์เกี่ยวกับเส้นทางการพัฒนาของเรา มาเพื่อทราบโดยทั่วๆกันอีกครั้งหนึ่ง

ผมเชื่อว่ารายละเอียดของรายงานฉบับนี้จะมีมากกว่านี้ และน่าจะมีครบทุกด้านตามสไตล์ธนาคารโลก ที่เวลาศึกษาวิเคราะห์เรื่องอะไรก็ตาม จะทำอย่างครอบคลุมและเป็นขั้นเป็นตอนครบถ้วน

เวลาหยิบมาแถลงข่าวก็มักจะพูดได้สั้นๆ ซึ่งหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ก็จะสรุปสั้นๆ ผมสรุปจากหนังสือพิมพ์ก็ยิ่งสั้นไปใหญ่

ผมหวังว่ารัฐบาลไทยจะเห็นความสำคัญของรายงานชิ้นนี้ และนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปไม่มากก็น้อย...ที่สำคัญอย่าเพิ่งท้อถอยครับ ที่ดูเหมือนว่าตัวเลขที่ธนาคารโลกแถลงจะออกมาสวนทางกับที่รัฐบาลอยากเห็นอยากได้และอยากให้เป็นอยู่พอสมควร

ส่วนใหญ่เป็นผลงานสะสมมาหลายๆรัฐบาลน่ะครับ ผมคิดว่า คนไทยคงจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร และที่การพัฒนาของเรายังหยุด และสะดุดอยู่เพียงแค่นี้เป็นเพราะอะไร?

“ซูม”