รีวิวสัมผัสแรกเครื่องดีเซลเทอร์โบใน HONDA NEW CR-V 1.6 i-DTEC - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

รีวิวสัมผัสแรกเครื่องดีเซลเทอร์โบใน HONDA NEW CR-V 1.6 i-DTEC

Honda Automobile ค่ายนักฆ่าหน้าหวาน เจ้าของแชมป์ยอดขายสูงสุดรถซีดานในประเทศไทยประจำปี 2016 เชิญสื่อมวลชนสัมผัสรถครอสโอเวอร์รุ่นขายดี Honda New CR-V รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งของครอบครัวรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC กับระบบอัดอากาศเทอร์โบคู่แบบ Two Stage Turbo พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ช่วยลดอุณหภูมิไอดี นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยกับนวัตกรรมดีเซลเทอร์โบของ Honda ที่ถูกจับมายัดใส่รถ New CR-V เป็นครั้งแรก 

จุดเด่นของ New CR-V นอกจากเครื่องดีเซลขนาดกะทัดรัดกำลัง 160 แรงม้าแล้ว ทาง Honda ก็ยังจัดเต็มด้วยฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์ที่สามารถใช้เท้ากวาดบริเวณใต้ฝาท้ายเพื่อเปิดออกได้อย่างสะดวก เป็นกลไกเดียวกับรถ SUV ราคาแพงอย่าง BMW X3 X5 และ Mercedes Benz GLC GLS ML Class เบาะแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งพร้อมช่องแอร์แถวที่ 2 และ 3 จอมอนิเตอร์กลางขนาดใหญ่ยักษ์ทำงานด้วยระบบสัมผัส ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบ LED มาตรวัดแบบใหม่ใช้จอภาพ TFT - Thin Film Transistor รวมถึงนวัตกรรมด้านระบบความปลอดภัยใหม่อีกเพียบ!!

09.00 น. บริเวณพิตของสนามแข่งรถบุรีรัมย์หรือสนามช้าง Honda จัดรถทดสอบ New CR-V รุ่นใหม่เครื่องดีเซลเทอร์โบให้สื่อมวลชนได้ลองสัมผัสเป็นครั้งแรกหลังจากเคยเชิญมาขับทดสอบสั้นๆ กับ New Civic FC 2016 เมื่อช่วงต้นปี 2016 เมื่อพบเห็นตัวเป็นๆ ของ New CR-V รุ่นท็อปสุดเป็นครั้งแรกหลังจากเห็นในเว็บรถยนต์ต่างประเทศมาพอสมควรก็พบว่าเรือนร่างใหม่ในเจนเนอเรชั่นที่ 5 ของ CR-V นี้มีความละม้ายคล้ายคลึงกับ Crossover ยุโรปมากกว่าจะเป็นรถอเนกประสงค์ของญี่ปุ่น เพื่อเอาใจลูกค้าที่ภักดี Honda ปรับภาพลักษณ์ใหม่เพื่อที่จะทำให้รูปแบบตัวถังของ CR-V 2017 โดนใจลูกค้าเก่ามากยิ่งขึ้น New CR-V 2017 มีความยาว 4,587 มิลลิเมตร กว้าง 1,855 มิลลิเมตร สูง 1,689 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,660 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 208 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ CR-V รุ่นเดิม ที่มีความยาว 4,582 มิลลิเมตร กว้าง 1,820 มิลลิเมตร สูง 1,650 มิลลิเมตร จะพบว่า New CR-V รุ่นใหม่นั้นตัวโตขึ้นนิดหน่อย สำหรับระยะฐานล้อ 2,620 มิลลิเมตรของรุ่นเก่านั้นทำให้ New CR-V รุ่นใหม่ยาวขึ้นอีก 40 มิลลิเมตร ช่วยทำให้พื้นที่วางเท้าเพิ่มเข้ามาเพื่อเสริมความสบายในการยืดแข้งยืดขาเมื่อนั่งโดยสารทางไกล

วิวัฒนาการของเรือนร่างมุ่งสู่ทิศทางใหม่ด้วยรูปทรงไฟหน้าแบบใหม่และกระจังหน้าที่มีความคล้ายกับรถยนต์ของ Honda ในปัจจุบัน  วิศวกรของ Honda ยืดฐานล้อของ New CR-V ให้ยาวขึ้น รวมถึงการขยายระยะห่างระหว่างล้อ เมื่อเทียบกับ CR-V โมเดลที่ผ่านมา การขยับขยายขนาดของฐานล้อกับระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า-หลัง นำมาซึ่งประโยชน์ในแง่ของพื้นที่ผู้โดยสารและคุณภาพในการนั่ง เป็นการขยับขยายพื้นที่ภายในให้กว้างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้านหลังมีไฟท้าย LED ทรงใหม่ที่ดูดีกว่าเดิม สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการออกแบบรถยนต์ของ Honda ในปัจจุบัน ช่วงล่างหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพและกันโคลง ส่วนช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบอีไทป์-มัลติลิ้งค์ ระบบห้ามล้อเป็นแบบดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ จานหน้าขนาด 315 มิลลิเมตร ส่วนจานหลังมีขนาด 310 มิลลิเมตรตามลำดับ ล้ออัลลอยลายกงจักรสีดำสลับเงินขอบ 18 นิ้วยัดยาง Toyo Tire รุ่น Proxes R45 ขนาด 235/60 R18 เท่ากันทั้ง 4 ล้อ

ภายในของ Honda New CR-V 2017 ผสมผสานสไตล์ของรถยุโรปและอเมริกันโดยสลัดคราบความเป็นรถครอสโอเวอร์ของญี่ปุ่นจนไม่เหลือดีไซน์ในรถ CR-V รุ่นเก่าให้เห็น แผงหน้าปัด TFT มีขนาดใหญ่ทำให้อ่านค่าได้ง่าย เป็นมาตรวัดแบบใหม่ที่ทันสมัยที่สุดในบรรดารถครอสโอเวอร์ที่ขายในประเทศไทย มาตรวัดแสดงตัวเลขความเร็วแบบดิจิตอลพร้อมกราฟิกแสดงการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ตำแหน่งเกียร์และการใช้เชื้อเพลิง เบาะหนังแท้สีดำใช้วัสดุบุภายในเบาะออกแนวแข็งๆ เหมือนรถอเมริกัน แผงประตูหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ เดินเส้นด้วยงานลายไม้สีน้ำตาล ช่อง USB 2 ให้มาตำแหน่ง ด้านหลังคอนโซลกลางติดตั้งช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารเบาะหลังแถวที่ 2 พร้อมช่องเสียบ USB อีก 2 ตำแหน่ง ชุดเครื่องเสียงหน้าจอระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 7 นิ้ว เป็นวิทยุ AM/FM ระบบ Apple Car Play ระบบนำทาง Navigation System ลำโพง 8 ตำแหน่ง 

เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ใช้เทอร์โบคู่แบบ Two Stage Turbo รหัส N16A4 เป็นเครื่องดีเซลแถวเรียง 4 กระบอกสูบ ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ปริมาตรความจุ 1,597 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 76.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 88.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.0:1 เทคโนโลยี i-DTEC จาก Honda จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบยิงตรงไดเรคอินเจคชั่น แรงดันหัวฉีด 1,800 บาร์ สำหรับระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์เป็นเทอร์โบคู่แบบ Two Stage Turbocharger บูสท์สูงสุด 2.0 บาร์ โดยสามารถสร้างบูสท์ได้เต็มตั้งแต่
1,500 รอบต่อนาที ระบบ DPF – Diesel Particulate Filter พร้อมระบบ EGR เพื่อหมุนเวียนไอเสียกลับมาเผาไหม้ เครื่อง 1.6 Turbo i-DTEC มีกำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังแบบใหม่ของค่าย ZF เป็นเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด พร้อมแป้น Paddle Shift อัตราการปล่อย CO2 อยู่ที่ 141 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร มาตรฐานมลพิษ EURO-5

เครื่องยนต์ i-DTEC DIESEL TURBO 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams Technology) กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที เทียบเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ ระบบเกียร์อัตโนมัติ ZF 9 สปีด ให้ทั้งอัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดี อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 18.9 กิโลเมตรต่อลิตร Honda New CR-V มาพร้อมอีกหนึ่งทางเลือกด้วยรุ่นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร สำหรับเครื่องยนต์ i-DTEC DIESEL TURBO ตัวใหม่มีหลักสำคัญในการทำงานของเครื่องยนต์ ดังนี้

ระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ 2 จังหวะ (2-stage Turbocharger)
เทอร์โบต่างขนาดแบบ Two Stage ใช้เทอร์โบตัวเล็กที่รอบต่ำและเทอร์โบตัวใหญ่ที่รอบสูง หรือผสานการทำงานพร้อมๆ กันทั้งสองตัวผ่านการควบคุมด้วยสมองกลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพด้านความรวดเร็วและความแม่นยำเพื่อให้การตอบสนองทั้งกำลังแรงบิดและอัตราเร่ง เทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ทำงานในช่วงแรงดันสูง (High Pressure Turbo) และเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ทำงานในช่วงแรงดันต่ำ (Low Pressure Turbo) โดยจะทำงานร่วมกันตั้งแต่รอบต้นที่ต้องการอัตราเร่งเพื่อใช้ในการออกตัว ซึ่ง High Pressure Turbo มีการติดตั้ง Variable Geometry Turbocharger (VGT) เพื่อช่วยในการตอบสนองต่ออัตราเร่งที่รวดเร็วทันใจในช่วงรอบต้น ลดการสูญเสียกำลังของเครื่องยนต์โดยไม่จำเป็นและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

เมื่อต้องการอัตราเร่งในช่วงความเร็วสูง Low Pressure Turbo ที่ควบคุมการทำงานผ่าน Waste gate Type Turbocharger จะช่วยเสริมการทำงานเพื่อให้ได้กำลังและแรงบิดที่สูงขึ้นในการขับขี่ โดย High Pressure Turbo และ Low Pressure Turbo จะมีการสลับการทำงานในช่วงกลางที่ความเร็วคงที่ เมื่อระบบทำงานผสานกัน จะให้ประสิทธิภาพเพื่อการเผาไหม้อย่างสูงสุด

การระบายความร้อนของไอดี (Intercooler)
ระบบจะทำหน้าที่ระบายความร้อนของไอดีที่ถูกอัดมาจากการทำงานของเทอร์โบชารจ์เจอร์ซึ่งมีความร้อนสูงให้เย็นตัวลงก่อนที่จะผ่านเข้าห้องเผาไหม้ ทำให้มวลอากาศโดยรวมเล็กลง เพื่อนำอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้ปริมาณที่มากขึ้น ทำให้การเผาไหม้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ระบบการจ่ายน้ำมันแบบรางร่วม (Common Rail)
ระบบจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยควบคุมแรงดันในรางให้เหมาะสม ด้วยการคำนวณรอบเครื่อง ปริมาณการฉีดน้ำมัน อุณหภูมิ และไอเสีย ทำให้การฉีดน้ำมันจากหัวฉีดทุกตัวมีความเสถียร และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย

ระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหลายจุด (Multi Injection)
ระบบหัวฉีดน้ำมันจะทำงานแปรผันให้เหมาะสมกับรอบการทำงานของเครื่องยนต์ โดยจะคำนวณปริมาณและจังหวะในการฉีดน้ำมันกับการทำงานของรอบเครื่องในขณะขับขี่ ให้ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยในเรื่องอัตราประหยัดน้ำมันและลดการสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์

อัตราการประหยัดน้ำมัน
ระบบหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ในรอบเดินเบา (Idle Stop System)
ระบบจะลดการทำงานของเครื่องยนต์ที่ไม่จำเป็น โดยเครื่องยนต์จะหยุดการทำงานโดยอัตโนมัติขณะที่รถจอดนิ่ง และระบบจะสตาร์ตเครื่องยนต์อีกครั้ง เมื่อปล่อยเบรกหรือเหยียบคันเร่งในกรณีที่ระบบ Brake Hold ทำงาน ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดีกว่าเครื่องเบนซิน 

ระบบหมุนเวียนไอเสีย (Exhaust Gas Recirculation System - EGR)
ระบบหมุนเวียนไอเสียจะถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความแม่นยำสูง เพื่อนำไอเสียกลับมาในระบบเผาไหม้อีกครั้ง เพื่อช่วยให้ไอดีมีอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการจุดระเบิด ทำให้เกิดการเผาไหม้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งลดการปล่อยมลพิษออกจากตัวรถและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ตัวกรองอนุภาคไอเสียดีเซล (Diesel Particulate Filter - DPF)
ตัวกรองจะทำหน้าที่ดักจับเขม่าของน้ำมันที่ออกมากับไอเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าตัวกรองอากาศเขม่าทั่วไป ทำให้มั่นใจในการควบคุมการปล่อยไอเสียให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams Technology) ของทั้งเครื่องยนต์ i-DTEC DIESEL TURBO ซึ่งมาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ได้รับการออกแบบให้มีอัตราทดเกียร์ที่รองรับการใช้งานจริงในทุกสภาพการขับขี่ ด้วยอัตราทดเกียร์ที่มากขึ้นถึง 9 สปีด จะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ให้อัตราเร่งที่ดีตั้งแต่การออกตัว ตอบสนองต่อการขับขี่และการเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล พร้อมช่วยลดเสียงรบกวนขณะขับขี่และให้การประหยัดน้ำมันที่ดี เมื่อต้องการกำลังในการเร่ง โดยผู้ขับขี่กดคันเร่งเพิ่ม ระบบจะคำนวณอัตราทดเกียร์เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์แบบก้าวกระโดดจากเกียร์ 9 มายังเกียร์ 5 และจากเกียร์ 7 มาเกียร์ 4 โดยไม่ต้องไล่ระดับ รวมถึงการเปลี่ยนเกียร์ 2 ระดับ หรือ 1 ระดับ รูปแบบอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ การเปลี่ยนเกียร์ในรูปแบบอื่นๆ ยังคงต้องอาศัยการทำงานที่ต่อเนื่อง ผ่านการไล่ระดับเกียร์เพื่อเปลี่ยนเกียร์ไปยังระดับที่ต้องการได้

Honda New CR-V 2017 ยังมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ E-DPS ใหม่ ทำงานโดยเปลี่ยนการควบคุมการส่งกำลังไปยังล้อหลังด้วยระบบไฟฟ้า ตอบสนองการทำงานได้รวดเร็วพร้อมกับให้แรงบิดที่ล้อหลังสูงขึ้น อีกทั้งเพิ่มความแม่นยำของการปรับแรงบิดที่ล้อหน้าและล้อหลังให้สมดุล พร้อมด้วยระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist – AHA) และระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (Motion-Adaptive Electric Power Steering - MA - EPS)

หลังจากได้ลองขับ 2 รอบสั้นๆ ในสนามช้าง New CR-V ให้ความรู้สึกที่หนักแน่นกว่ารุ่นที่แล้ว เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร i-DTEC เทอร์โบ ตอบสนองได้ดีเมื่อเร่งความเร็ว บนทางตรงยาวหลังขับออกจากพิตเลนผมสามารถทำความเร็วได้ถึง 147 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก่อนที่จะถึงจุดเบรกแล้วหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าโค้ง 3-4 อาการในโค้งค่อนข้างเป็นกลางและมีความเสถียรใช้ได้ ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้อง 208 มิลลิเมตรแบบครอสโอเวอร์ทำให้ต้องใช้ความระวังในการทะยานผ่านโค้งหักศอกซึ่งเป็นโค้ง 3-4 น้ำหนักที่มากกว่ารุ่นที่แล้วเล็กน้อยกับการปรับเซตช่วงล่างใหม่หมดทำให้รถเกิดความมั่นคงเมื่อใช้ความเร็ว อัตราเร่งของ New CR-V ออกมาในแบบไหลขึ้นไปเรื่อยๆ แรงบิด 350 นิวตันเมตรเหมาะกับขนาดและน้ำหนักแต่อยู่ในเกณฑ์พอดีไม่ได้แรงจนดึงแบบหลังติดเบาะ โค้งต่อเนื่อง 5-6-7-8 โดยเฉพาะโค้ง 5 ที่ผมต้องลดเกียร์ผ่านแป้น Paddle Shift ลงมาจนถึงเกียร์ 2 นั้นพวงมาลัยไฟฟ้าและช่วงล่างหน้าช่วยทำให้การเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เหมาะสมกลายเป็นเรื่องง่ายๆ แม้จะมีความสูงมากกว่ารถเก๋งทั่วๆ ไปแต่อาการโคลงตัวก็ไม่ได้มากจนบั่นทอนประสิทธิภาพของการยึดเกาะ ยาง Toyo Tire รุ่น Proxes R45 ขนาด 235/60 R18 เท่ากันทั้ง 4 ล้อ แหกปากร้องโวยวายทันทีที่ความเร็วเริ่มเกินนิดๆ ที่ปลายโค้ง 8 เนื่องจากผมส่งคันเร่งมาเต็มเหนี่ยวที่บริเวณกลางโค้ง พุ่งผ่านโค้ง 8 ไปเจอกับโค้ง 9-10-11 ซึ่งเป็นโค้งต่อเนื่องของสนามช้าง เจ้า CR-V เครื่องดีเซลเทอร์โบกับเกียร์ 9 สปีดของ ZF พร้อมช่วงล่างหนึบๆ ก็ยังคงมาดมั่น 2 รอบสนามช้างจบลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับความรู้สึกดีๆ หลังจากที่ได้ลองเป็นครั้งแรกก่อนการเปิดตัว

Honda New CR-V รุ่นสูงสุด AWD หากให้เดาค่าตัวน่าจะมีราคาประมาณ 1.7 ล้านบาท ขึ้น-ลงไม่มากไปกว่านี้ มันเป็นครอสโอเวอร์ที่วิ่งห้อได้อย่างมั่นใจ เครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตรเทอร์โบมีประสิทธิภาพสูง มีเสียงการทำงานที่ไม่ได้ดังจนเกินเหตุโดยเฉพาะตอนจอดเดินเบาอยู่กับที่ก็แค่ดังกว่าเครื่องเบนซินนิดเดียว แรงบิด 350 นิวตันเมตรแทบจะไม่มีอาการรอรอบหรือเทอร์โบแลคเนื่องจากใช้เทอร์โบตัวเล็กทำหน้าที่บูสตั้งแต่รอบต้นๆ ของการออกตัว เกียร์ 9 สปีดไหลขึ้นๆ ลงๆ ได้เนียนตา แป้น Paddle ทำงานได้จริงและช่วยคาเกียร์ต่ำเอาไว้ในโค้งที่ผมเคยพลาด การเก็บเสียงทำได้ดีแม้จะวิ่งเร็วถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียงลมและเสียงบดลงบนผิวแทรคของยางก็ยังดังเข้ามาน้อยมาก อัตราเร่งไม่ได้กระฉูดเนื่องจากใช้เครื่องตัวเล็กแค่ดึงไหลขึ้นไปเรื่อยๆ ตามประสารถครอบครัวไม่ใช่ตัวสปอร์ตอย่าง Civic RS 1.5 Turbo แต่ก็ไม่ได้อืดอาดชักช้าจนเสียอารมณ์ รอดูราคาวันเปิดตัวอีกที (วันที่ 24 มีนาคม 2560 ที่ไบเทคบางนา) หากให้เดาน่าจะทะลุ 1.7 ล้านบาทไปไม่ไกล นับเป็นรถครอสโอเวอร์อเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่มีความน่าใช้น่าสัมผัสโดยเฉพาะจอกลางขนาดใหญ่กับภายในสไตล์ยุโรปนั้นกินขาดรถคู่แข่งทุกยี่ห้อที่มีราคาใกล้เคียงกัน คอยพบกับตัวเป็นๆ ของ New CR-V ได้ที่งานแสดงรถยนต์บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 วันที่ 29 มีนาคม-9 เมษายน 2560 12.00-22.00 น. ที่อิมแพคอารีนาเมืองทองธานี อย่าลืมไปขอทดลองขับด้วยนะครับ.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail  chang.arcom@thairath.co.th
Facebook  https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/