วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เขกหัวอย่างเดียว ก็ไม่สมควร

นายกฯชี้ข่าวป๋าสปท.เจ้าตัวโร่จ่ายค่าปรับ!

“อนุสร จิรพงศ์” สมาชิก สปท. เดินทางรับทราบข้อหาที่ สน.บางซื่อ คดีตบบาร์เทนเดอร์ หลังถูกเรียก “ป๋า” เจ้าตัวรับผิด ถือเป็นบทเรียนให้ระวัง มีหน้าที่ การงานค้ำคอยอมเสียค่าปรับเต็มเพดาน 1 หมื่นบาท แจงเคยเตือนไม่ให้เรียก “ป๋า” เพราะถือว่าไม่สุภาพ ส่วนคดีต้องว่าไปตามขั้นตอน แม้คู่กรณีไม่ติดใจเอาความหลังเจรจาไกล่เกลี่ย ขณะที่ “อลงกรณ์ พลบุตร” รองประธาน สปท. แบะท่า ชี้เป็นความผิดส่วนตัวไม่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ เตรียมให้คณะกรรมการ ตรวจสอบจริยธรรมพิจารณาในกรอบ 60 วัน

คดีสะท้อนจริยธรรมของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) หลังการเผยแพร่คลิปวีดิโอ นายอนุสร จิรพงศ์ สมาชิก สปท. แสดงความไม่พอใจใช้มือตวัดไปที่ใบหน้าของนายชาตอลงกรณ์ นิลยาน บาร์เทนเดอร์ ประจำร้านเกรย์ ฮาวด์ ตั้งอยู่ชั้น 1 ห้างลาวิลล่า สาขาซอยอารีย์ ถนนพหลโยธิน ท้องที่สน.บางซื่อ ต่อมาเจ้าตัวออกมายอมรับมีเหตุจริง ต้องการเรียกคู่กรณีมาตักเตือนเนื่องจากไม่อยากให้ใครเรียก “ป๋า” พร้อมรับผิดชอบในเรื่องที่เกิด

ความคืบหน้า ที่ สน.บางซื่อ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มี.ค. พ.ต.ท.จิรภัทร แต้มทอง รอง ผกก. (สอบสวน) สน.บางซื่อ เปิดเผยว่า คดีนี้นายชาต อลงกรณ์เดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น ยังไม่สามารถติดต่อผู้เสียหายได้ ในส่วนของนายอนุสรที่ถูกระบุว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ยังไม่ได้เรียกมาสอบถามข้อเท็จจริงใดๆ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์และรอสอบปากคำผู้เสียหายก่อน

คล้อยหลังไม่นาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุสร จิรพงศ์ อายุ 60 ปี สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สมาน ครองสิน รอง ผกก.(สอบสวน) หัวหน้าพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ที่ห้องพนักงานสอบสวนชั้น 2 สน.บางซื่อ เพื่อแสดงตัวและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับคดี ข้อความระบุว่า ยินดีรับ ผิดชอบค่าเสียหายและยินดีเข้าให้ข้อมูลทั้งหมดตามที่พนักงานสอบสวนประสานมา หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนนาน 1 ชม. นายอนุสรจึงเดินทางกลับพร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสั้นๆว่า เตรียมชี้แจงเรื่องทั้งหมดที่รัฐสภาอีกครั้ง

ต่อมาเวลา 12.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 สน.บางซื่อ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เดินทางมาตรวจความคืบหน้าคดีนี้ พร้อมเชิญนายอนุสร จิรพงศ์ และนายชาตอลงกรณ์ นิลยาน พนักงานบาร์เทนเดอร์ ในฐานะผู้เสียหายมาพูดคุยไกล่เกลี่ย มี พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.จิรภัทร แต้มทอง รอง ผกก. (สอบสวน) สน.บางซื่อ นายแสงระวี ช่วยปุ้ม ผู้จัดการร้าน เข้าร่วมเจรจาในครั้งนี้

หลังเสร็จสิ้นนายชาตอลงกรณ์ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุผสมเครื่องดื่มไปให้นายอนุสร ต่อมามีเพื่อนร่วมงานเดินมาบอกว่านายอนุสรเรียกไปพบ ด้วยความตื่นเต้นตนจึงใช้สรรพนามเรียกนายอนุสร ว่า “ป๋า” ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตนเรียก “คุณ” เป็นประจำ จากนั้นเกิดเหตุการณ์ตามที่ปรากฏในคลิปวีดิโอ ทำให้รู้สึกกลัวและน้อยใจ ถูกข่มแหงทั้งๆที่ตนไม่ได้ทำผิด ก่อนเดินทางมาลงบันทึกประจำวันที่ สน.บางซื่อ แต่ภายหลังตนไม่ติดใจเอาความ เข้าใจว่านายอนุสรไม่ได้ตั้งใจ ต้องขอโทษนายอนุสรด้วยหากวันนั้นใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม หลังจากนี้จะกลับไปทำงานต่อและไม่ขอรับการเยียวยาใดๆ นอกเหนือจากค่ารักษาพยาบาล

นายอนุสรกล่าวว่า ต้องขอโทษสังคมและนายชาตอลงกรณ์กับการกระทำที่เกิดขึ้น เนื่องจากตนไม่ได้ตั้งใจ ทั้งยังคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ก่อนหน้านี้เคยบอกว่าไม่ให้เรียก “ป๋า” เพราะเป็นคำที่ไม่สุภาพ การกระทำที่เกิดขึ้นวันนั้น ตนคิดว่าเป็นการหยอกล้อ ไม่คิดว่านายชาตอลงกรณ์จะรู้สึกน้อยใจ เสียใจ เกิดเป็นเรื่องใหญ่โต ถือว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นบทเรียน เพราะด้วยหน้าที่การงานทำให้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ทั้งยังทำให้สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้รับความเสื่อมเสีย ตนขอรับผิดชอบจ่ายค่าปรับ 1 หมื่นบาท ตามที่พนักงานสอบสวนระบุ และจะเยียวยาผู้เสียหายที่ต้องหยุดงานทำให้เสียรายได้

ขณะที่ พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า กรณีนี้เป็นความผิดอาญา เมื่อมีการแจ้งความก็ต้องดำเนินคดี ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วนผลชันสูตรของแพทย์ระบุว่าผู้เสียหายมีรอยฟกช้ำ บวม ประมาณ 2 ซม. 3 แห่ง ที่แก้มขวา ใช้เวลารักษา 3 วัน พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ มีอัตราโทษจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท คดีนี้แม้คู่กรณีไม่ติดใจ แต่พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการตามกฎหมาย

อีกด้าน ที่รัฐสภา นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท.ไม่นิ่งนอนใจ ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกับนายอนุสรโดยตรง เจ้าตัวยอมรับผิดทุกประการ ยินดีเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลและพร้อมรับผิดชอบทั้งหมด ถือเป็นเจตนาที่ดีเตรียมให้คณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรมของ สปท.ที่มี น.ส.วลัยลักษณ์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท. เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาว่าจะมีผลต่อสมาชิกภาพ สปท.หรือไม่ มีกรอบเวลาพิจารณา 60 วัน ส่วนตัวเห็นว่าเป็นความผิดเฉพาะตัว ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ สปท. ระหว่างนี้นายอนุสรไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง แต่ยังปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ

ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงเรื่องนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เห็นในข่าวระบุเขาเขกหัวอย่างเดียวซึ่งมันไม่ควร แต่บางทีเขาหยอกไป แต่คนอื่นเขาไม่เล่นด้วยเลยเกิดเป็นคดีความ สปท. อยู่ระหว่างดำเนินการให้คณะกรรมการดูแลด้านจริยธรรมสอบสวนว่าผิดจริยธรรมหรือไม่