วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลวงพ่อปรีชาหัวหิน แอบสึกเงียบ

เป็นพระนักพัฒนาลูกศิษย์แทบช็อกชอบชนไก่ไม่เลิก

ลูกศิษย์ช็อก พระครูบรรพตพัฒนาคุณหรือหลวงพ่อปรีชา เจ้าอาวาสชื่อดังวัดเขาอิติสุคโต หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่างทรงหลวงพ่อโอภาสีให้ศิษย์คนสนิทประกาศผ่านเฟซบุ๊กของวัด สึกจากสมณเพศแล้วหลังเดินทางไปปฏิบัติธรรมตั้งแต่วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา แต่โทรศัพท์สั่งคนสนิทให้แจ้งลูกศิษย์ทำใจ ระบุชอบชนไก่ เลิกไม่ได้ กับย้ำในเฟซบุ๊ก ไม่สบายใจเจอคนไม่รักษาสัจจะวาจา พร้อมตั้งรักษาการเจ้าอาวาสแทนแล้ว

กลายเป็นเรื่องโจษจันในหมู่ศิษยานุศิษย์ ตลอดวันที่ 14 มี.ค. กรณีมีการโพสต์ข้อความใน เฟซบุ๊กวัดเขาอิติสุคโต หัวหิน ว่าพระครูบรรพตพัฒนาคุณ หรือหลวงพ่อปรีชา อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโต ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพระชื่อดังด้านวิปัสสนากรรมฐานและมีชื่อเสียงในฐานะร่างทรงของหลวงพ่อโอภาสี เกจิชื่อดังแห่งยุค ได้ลาสิกขาหรือสึกกลับคืนสู่เพศฆราวาสแล้ว โดยที่ไม่ระบุว่าสึกตั้งแต่เมื่อใด แต่อ้างปัจจัย 2-3 ประการที่ทำให้ต้องลาจากสมณเพศ

ต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังพระครูสุนทรคีรีวงศ์ (ชรัตน์) หรือหลวงพ่อนก เจ้าอาวาสวัดหนองซอ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโต ได้รับคำตอบว่าพระครูบรรพตพัฒนาคุณ หรือหลวงพ่อปรีชาน่าจะลาสิกขาหรือสึกแล้ว แต่ที่ไหนเมื่อไหร่ยังไม่มีใครทราบเพราะยังไม่สามารถติดต่อได้ ขณะนี้ทั้งพระสงฆ์ในวัด วัดสาขาและลูกศิษย์ รู้สึกสับสนงุนงง เพราะไม่สามารถติดต่อกับท่านได้เลย นับตั้งแต่ออกจากวัดไปเมื่อช่วงกลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดยพระครูบรรพตพัฒนาคุณ ได้บอกตนและลูกศิษย์ ว่าจะเดินทางไปปฏิบัติธรรม เป็นเวลา 1 เดือนตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา และไม่ได้บอกสถานที่ที่จะไป ซึ่งตนก็ไม่ได้ถาม เนื่องจากท่านเดินทางไปปฏิบัติธรรมเป็นประจำทุกปี และตลอด 20 ปีที่ผ่านมาตนในฐานะลูกศิษย์ ก็เห็นวัตรปฏิบัติของท่านแบบนี้ก็ไม่ได้สงสัยอะไร แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา ท่านไปหาลูกศิษย์คนสนิทและบอกว่าให้ลูกศิษย์ทุกคนทำใจหากกลับวัดไปแล้วไม่ได้เป็นพระเหมือนเดิม พร้อมกับสั่งให้ตนทำหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสเพื่อดูแลวัดไว้ก่อน

พระครูสุนทรคีรีวงศ์กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ได้ให้ลูกศิษย์โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กของวัดเขาอิติสุคโตทำนองว่าจะลาสึกเพราะมีปัญหาไม่สบายใจในหลายเรื่อง ทำให้ตนและลูกศิษย์คิดว่าท่านน่าจะสึกจากความเป็นพระแล้ว ซึ่งคงต้องรอให้ท่านกลับมา ท่านต้องกลับมาแน่แต่เมื่อไหร่ยังไม่รู้ เพราะอย่างน้อยท่านต้องมาลาพระครูประเวทย์วรญาณ หรือหลวงปู่นคร อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโต ซึ่งเป็นอุปัชฌาย์และพระอาจารย์ของท่าน ที่มรณภาพไปแล้ว

เมื่อถามว่า สาเหตุที่ทำให้พระครูบรรพตพัฒนาคุณสึกน่าจะมาจากอะไร พระครูสุนทรคีรีวงศ์ กล่าวว่า ไม่รู้จริงๆ เพราะเหตุใด ท่านอาจเบื่อหรือถึงจุดอิ่มตัว อยากจะปลีกวิเวก อยากพักการทำหน้าที่ไว้ก่อนก็ได้ หรืออาจจะอยากลองใจลูกศิษย์ก็ได้ว่าถ้าสึกไปแล้วลูกศิษย์จะคิดอย่างไร เมื่อถามอีกว่าพระครูบรรพตพัฒนาคุณ เพิ่งอายุ 55 ปีถือว่ายังน้อยมากและกำลังมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นไปได้หรือที่จะคิดลาสิกขาง่ายๆโดยไม่มีสาเหตุ พระครูสุนทรคีรีวงศ์ กล่าวว่า ท่านไม่มีปัญหาอะไร ตนอยู่กับท่านมากว่า 20 ปีรับใช้ใกล้ชิดดูแลตั้งแต่การโกนผม ตัดเล็บให้ท่าน เรียกว่าดูแลทุกอย่าง ท่านเป็นพระนักปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ

ส่วนเรื่องที่หลวงพ่อปรีชาชอบไก่ชนนั้น พระ ครูสุนทรคีรีวงศ์กล่าวว่า จริงสมเด็จพระมหาธีราจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เคยให้ท่านมาตัวหนึ่ง แต่ไม่น่าจะใช่สาเหตุที่ทำให้ต้องสึก เมื่อถามอีกว่าจริงหรือไม่ที่คนศรัทธาพระครูบรรพตพัฒนาคุณเพราะเชื่อว่าท่านเป็นร่างทรงของหลวงพ่อโอภาสี พระเกจิชื่อดัง พระครูสุนทรคีรีวงศ์กล่าวว่า คนที่ศรัทธาท่านเชื่อแบบนั้น ส่วนการลาสิกขานั้น สามารถทำกับพระสงฆ์ด้วยกันได้หมดไม่ว่าวัดไหน

ด้านพระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหินและเจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต (วัดเขาต้นงิ้ว) กล่าวว่า เจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโต ลาสิกขาไปแล้ว เป็นเรื่องจริง เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯได้แจ้งให้ทราบแล้ว พร้อมกันนี้ เจ้าคณะตำบลหัวหินได้เสนอแต่งตั้งพระครูสุนทรคีรีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดหนองซอเป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโต ส่วนสาเหตุการสึกไม่ทราบเหตุผล และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบหลวงพ่อปรีชาหลังจากสึกแล้ว

ทั้งนี้ ในเฟซบุ๊กของ “วัดเขาอิติสุคโต หัวหิน” มีการโพสต์ข้อความจากลูกศิษย์คนสนิทของหลวงพ่อปรีชาว่า “บวชมา 33 ปี มีตำนานเล่าว่า โยมแม่เป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย หมอบอกว่าอยู่อีก 6 เดือน บวชมาโดยไม่ได้ตั้งใจจะอยู่นานแบบนี้ ได้ไปบนหลวงพ่อขาว ถ้าโยมแม่ไม่ตายภายใน 6 เดือน จะบวชให้ 30 พรรษา และอธิษฐานว่าจะอยู่เท่ากับรัชกาลที่ 9 ถ้าสิ้นพระชนม์เมื่อใดถือว่าหมดสัญญา อยู่มาเกิน 3 ปีแล้ว 33 พรรษา ลาภยศ สรรเสริญ ชื่อเสียง ไม่ยึดติด บวชมาทำแต่ความดี ช่วยเหลือพระพุทธศาสนาทุกวัดทุกอาราม ช่วยเหลือสังคม พร้อมทั้งคนยากจนไม่เคยขาด ตั้งแต่บวชมาสร้างวัดจนเจริญ ไม่เคยขาดความเมตตาต่อทุกคน แม้กระทั่งช้างม้าวัวควาย สัตว์ต่างๆภายในวัด ไม่เคยบกพร่องแม้แต่ชีวิตเดียว ไม่เคยโกหก ไม่เคยทำลายชื่อเสียงผู้อื่น ไม่เคยอยากได้อะไรจากผู้อื่น ไม่เคยขอข้าวของต่างๆ จากผู้หนึ่งผู้ใด แม้กระทั่งปัจจัย ไม่เคยเบียดเบียนญาติโยม ทำทุกอย่างถึงที่สุด ไม่เคยขัดแย้งกับพระกับเณรกับชี ส่งเสียให้เล่าเรียน ลูกศิษย์ทั้งหลายได้ดิบได้ดี เป็นครูบาอาจารย์ เป็นปลัดอำเภอ เป็นนายร้อย จปร.21 เป็นผู้พิพากษา 2 ท่าน เราไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีตำหนิใดๆกับผู้หนึ่งผู้ใด แม้กระทั่งญาติโยมและพระภายในวัดมีทั้งหมด 11 สาขา ล้วนแต่เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ สร้างวัดวาอารามเจริญรุ่งเรืองทุกวัด เราทำดีที่สุดแล้ว”

“เราไม่อยากทำให้พระพุทธศาสนาด่างพร้อยเพราะเรา เราชอบชนไก่เป็นชีวิตจิตใจ เริ่มแรกที่เลี้ยงไก่ชนเพราะเป็นไก่ของสมเด็จวัดชนะสงครามองค์ที่เสียชีวิตไปแล้ว ออกลูกออกหลานมาเต็มวัด และเคยบริจาคให้กับประชาชนเอาไปแกงเอาไปกินเอาไปขาย ไม่ทำตามสัญญาว่าขอไปเพาะเลี้ยงทำพันธุ์ จึงเลี้ยงดูต่อสู้ตีกันตายทุกวัน จึงเลี้ยงเอาไปชนเพื่อเปิดให้สัตว์เดรัจฉานสร้างกุศลผลบุญ เวลาไปชนทุกครั้งจะเก็บปัจจัยรวบรวมทำบุญสร้างวัดเขาอิติสุคโต สร้างบ้านคนจน 11 หลัง รวมเป็นเงินหลายล้านบาท และเราก็ชอบเลิกไม่ได้ สักวันหนึ่งจะต้องมีทุกข์มีภัยในการชนไก่ของเรา เพราะเราเลิกไม่ได้ ทนให้เขาตำหนิติติงมานานแล้ว อีกอย่างเคยขอร้องพระสาขาที่มีเรื่องกับข้าราชการ ได้ไปขอร้องผู้ว่าราชการประจวบคีรีขันธ์ หากย้ายข้าราชการคนนี้แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะวิวาท เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่างพระกับข้าราชการในพื้นที่ท่านผู้ว่าฯได้ย้ายข้าราชการคนนั้นแล้ว จะให้ยุติการฟ้องร้อง แต่พระสาขาไม่ทำตามสัญญา ผิดสัจจะวาจากับผู้ว่าฯ เราละอายใจยิ่งนัก ที่รับปากผู้ว่าฯจะยุติเรื่อง แต่พระสาขาไม่ยอมเชื่อ จึงรับผิดชอบปิดตำนานเกจิอาจารย์วัดเขาอิติสุคโต (ลาสึก)”

ทั้งนี้ ภายหลังโพสต์ดังกล่าว ลูกศิษย์จำนวนมากได้เข้ามาแสดงความเห็นมีข้อความว่า รู้สึกตกตะลึง เสียดายและใจหาย เนื่องจากพระครูบรรพตพัฒนาคุณ เป็นพระพัฒนา เป็นที่รักใคร่เคารพนับถือของประชาชน มีลูกศิษย์มากมายและบวชนานถึง 33 พรรษาแล้ว

สำหรับวัดเขาอิติสุคโต เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน ตั้งเมื่อปี 2480 เดิมเป็นสำนักสงฆ์หลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด วัดพุทธบูชา ได้ธุดงค์มาพบสถานที่ซึ่งเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม จึงก่อตั้งเป็นสำนักสงฆ์และเป็นวัดเมื่อปี 2510 ขณะที่ พระครูบรรพตพัฒนคุณ เป็นเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 26 เม.ย.2539 มีลูกศิษย์จำนวนมากรวมทั้งแม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ธรรม วัดพิชยญาติการาม เป็นต้น นอกจากนี้ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาชุดพญาเสือ กรมอุทยานฯ เคยนำกำลังเข้าตรวจค้นบริเวณวัดเขาอิติสุคโตและพบซากช้างกว่า 4 ตัว