บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้นศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา คดี​บุก​รัฐสภา​ปี51 ค้านการออก ก.ม.ของ สนช.

ภาพประกอบจากแฟ้มข่าว

15 มี.ค.60 ศาลฎีกาจะอ่านคำพิพากษา คดีเอ็นจีโอ 10 คนบุกรัฐสภาเพื่อคัดค้านการออกกฎหมายของ สนช. หลังรัฐประหาร 2549 เพราะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว ด้าน สุภิญญา​ ทวิตข้อความ ทำใจ 50:50 หากพ้นสภาพ กสทช.ถ้าโดนโทษคุกตามศาลชั้นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 15 มี.ค.2560 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลฎีกาจะมีการอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.4383/2553 คดีหมายเลขแดงที่ อ.1092/2556 ระหว่างพนักงานอัยการ โจทก์ กับ นายจอน อึ้งภากรณ์ กับพวกรวม 10 คน จำเลย ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และร่วมกันทำให้ปรากฏด้วยวาจา อันมิใช่กระทำในความหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แสดงความคิดเห็นโดยปกติเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 116, 215, 362, 364, 365

คดีนี้สืบเนื่องจากหลังการรัฐประหาร โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 และตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขึ้นมาทำหน้าที่ในการออกกฎหมาย โดยในช่วงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่กำหนดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เพียงไม่กี่วัน สนช. ได้มีการเร่งรีบพิจารณาร่างกฎหมายจำนวนมาก โดยร่างกฎหมายหลายฉบับมีเนื้อหาที่ไม่เป็นธรรม ละเมิดสิทธิเสรีภาพและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน

ทำให้กลุ่มบุคคลและองค์กรภาคเอกชนหลายร้อยคนออกมาเคลื่อนไหว เพื่อแสดงความถึงความไม่เห็นด้วยและคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมทั้งคัดค้านการพิจารณาออกกฎหมายจำนวน 11 ฉบับ โดยได้มีการมาชุมนุมกันที่บริเวณหน้ารัฐสภา และได้มีการปีนเข้าไปในอาคารรัฐสภา เป็นเหตุให้ผู้ชุมนุม 10 คนประกอบด้วย 1) นายจอน อึ๊งภากรณ์ อดีตประธานมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม 2) นายสาวิทย์ แก้วหวาน 3) นายศิริชัย ไม้งาม 4) นายพิชิต ไชยมงคล 5) นายอนิรุทธ์ ขาวสนิท 6) นายนัสเซอร์ ยีหมะ 7) นายอำนาจ พละมี 8) นายไพโรจน์ พลเพชร 9) นางสาวสารี อ๋องสมหวัง และ 10) นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ถูกดำเนินคดี

โดยในคดีนี้ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2556 ศาลอาญามีคำพิพากษา ให้จำคุกและปรับจำเลย โดยโทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ต่อมา ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ เพราะเห็นว่าการกระทำของพวกจำเลยดังกล่าว ขาดเจตนา ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยตามความผิดมาตรา 215 วรรค 3 นั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นด้วยพิพากษากลับให้ยกฟ้อง

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. โพสต์ ทวิตเตอร์ @supinya ในฐานะจำเลย 1 ใน 10 ของคดีดังกล่าว ระบุว่า ขอบคุณเอกชนทุกรายที่ดูแลเอาใจใส่ผู้บริโภคเต็มที่ ดิฉันขอให้ท่านเจริญรุ่งเรืองในธุรกิจ ส่วนรายที่เอาเปรียบผู้บริโภคท่านก็คงได้รับบทเรียนต่อไป ถ้าพรุ่งนี้ดิฉันได้ทำงานที่ กสทช.ต่อจนครบวาระ ก็จะพยายามตามเรื่องร้องเรียนต่อจนสุดทาง แต่ถ้าไม่มีโอกาสแล้ว ก็ฝากทุกท่านที่ทำงานอยู่ต่อไป วันนี้ดิฉันกล่าวกับทางตัวแทน #truevisions ไปแล้วว่า ตนเองอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอกับเอกชนในบทบาทเดิมอีก จึงเปิดใจพูดทุกอย่างไปหมดแล้ว พรุ่งนี้ศาลฎีกาจะตัดสินคดีชุมนุมปีนสภา ค้าน สนช.เร่งออกกฎหมายเมื่อ 10 ปีก่อน ถ้าศาลฎีกายืนตามศาลชั้นต้น ดิฉันก็คงพ้นสภาพการเป็น กสทช. 

เราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้อะไรจะเกิดขึ้น แต่ก็ได้พยายามทำงานทุกอย่างมาเต็มที่แล้วจนถึงวันนี้ และเตรียมใจรับทุกอย่างแล้ว จากนี้ถือว่าเป็นฟ้าลิขิต วันนี้ยังพูดแซวกับตัวแทน #truevisions ในที่ประชุมอนุผู้บริโภคว่า เราคงไม่ต้องเจอกันอีกแล้วนะ (ในบทบาทนี้ :) ก็ฝากสมาชิกไว้ด้วยแล้วกัน ขอบคุณผู้ประกอบการทุกรายที่อดทนกันมา แม้จะมีข้อพิพาทกันตลอดเวลา 5 ปีกว่า แต่ทั้งหมดก็เป็นการทำหน้าที่ ไม่มีอะไรติดค้างกันเป็นส่วนตัว โอกาสพรุ่งนี้ 50:50 ก็ขอแจ้งทุกท่านไว้ก่อน เพื่อไม่ให้แปลกใจเกินไป ถ้าจะต้องพ้นตำแหน่งไปในที่สุด