วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับตาเด้ง “พาที สารสิน” ตั้งไทยกรุ๊ปผนึกบินไทย-ไทยสมายล์-นกแอร์

จับตาบอร์ดบินไทยวันนี้ (15 มี.ค.) อนุมัติตั้งไทยกรุ๊ป ผนึก “บินไทย—ไทยสมายล์–นกแอร์” สู้ศึกตลาดการบินแข่งดุ พร้อมอนุมัติเพิ่มทุนนกแอร์ ลุ้นเด้ง “พาที” ด้าน “พาที” ปากแข็งไม่มีทางถูกปลด คุยยังถูกขอให้อยู่ช่วยทำงานต่อ ยันพร้อมทำงานกับการบินไทยเพราะเป็นบริษัทลูก

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เตรียมเสนอแผนการพัฒนายุทธศาสตร์การบิน เพื่อจัดตั้ง “ไทยกรุ๊ป” หวังเชื่อมโยงการบริหารจัดการ 3 สายการบินเข้าด้วยกัน ประกอบไปด้วย การบินไทย, ไทยสมายล์ และนกแอร์ ว่า ในหลักการยุทธศาสตร์ด้านการบินต้องเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว คือต้องมีการแบ่งตลาดแยกกันให้ชัดเจน เป็นแนวทางเดิมของบินไทยกับไทยสมายล์ที่มีความร่วมมือกันอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้เข้าไปดูนกแอร์ แต่หลังจากนี้บินไทยจะเข้าไปดูนกแอร์มากขึ้น “จะเห็นว่าช่วงที่ผ่านมา การบินไทยอยู่ในช่วงฟื้นฟูตัวเอง ตอนนี้เริ่มแข็งแรงขึ้นแล้ว ต้องเข้ามาดูบริษัทลูกเพื่อจัดทำแผนการตลาดร่วมกันทั้ง 3 สายการบิน และอนาคตอาจมีการแยกตั้งเป็นบริษัทอื่นๆอีก เช่น บริษัทที่รับผิดชอบดูแลด้านครัวการบิน เป็นต้น ส่วนกระแสข่าวที่ว่า การบินไทยจะเพิ่มทุนในนกแอร์ เพื่อเข้าไปมีอำนาจบริหารงานมากขึ้น เพื่อปลดนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์นั้น นายอาคมปฏิเสธว่าตนไม่ทราบ เรื่องนี้เป็นอำนาจของบอร์ดนกแอร์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมบอร์ดการบินไทย วันที่ 15 มี.ค.จะมีการเสนอแผนการปรับยุทธศาสตร์ยกเครื่องการบริหารจัดการด้านการบิน โดยจะเสนอให้มีการจัดตั้งไทยกรุ๊ป เป็นการบริหารจัดการ 3 สาย การบินเข้าด้วยกัน คือการบินไทย ไทยสมายล์ และนกแอร์ รวมทั้งจะเสนอขออนุมัติแผนการเพิ่มทุนในนกแอร์ด้วย โดยแผนดำเนินการต้องแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

สำหรับแนวคิดการตั้งไทยกรุ๊ปนั้น สอดคล้องกับนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ให้มีการเชื่อมโยงเส้นทางการบินของทั้ง 3 สายการบินเข้าด้วยกัน ซึ่งไทยกรุ๊ปจะเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของการบินไทย เป้าหมายหลักเพื่อให้มีการบูรณาการจัดทำแผนการตลาดและตารางการบินให้สอดคล้องกัน โดยทั้ง 3 สายการบินจะแยกตลาดกันชัดเจน เพื่อส่งเสริมแผนการบินและไม่เกิดการแข่งขันกันเอง โดยการบินไทยเน้นตลาดพรีเมียมเป็นหลัก ส่วนไทยสมายล์เน้นตลาดระดับกลางเส้นทางบินในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนนกแอร์ต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อรองรับการแข่งขันกับสายการบินต้นทุนต่ำซึ่งมีการแข่งขันดุเดือด “ที่ผ่านมาบินไทยซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่นกแอร์ แต่ไม่สามารถเข้าไปกำกับดูแลหรือสั่งการได้ แม้จะมีตัวแทนนั่งอยู่ในบอร์ด แต่ทิศทางการบริหารงานไม่เคยได้รับการสนองตอบจากผู้บริหารนกแอร์ โดยเฉพาะความเป็นอิสระของนายพาที ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงนกแอร์ครั้งนี้จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวนายพาที โดยมีการหารือเบื้องต้นแล้วนายพาทียอมที่จะถอยออกจากตำแหน่ง และต้องมีการสรรหามืออาชีพเข้ามาแทน”

นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย กล่าวว่า ไทยกรุ๊ปจะเป็นการบูรณาการจัดทำแผนธุรกิจและบริหารงานทั้ง 3 สายการบินให้เกิดการเดินทางเชื่อมต่อกัน เพิ่มความแข็งแกร่งให้สายการบินแห่งชาติ และเป้าหมายปีนี้ต้องเร่งสร้างรายได้เพิ่ม และปรับแผนการจัดการต้นทุน โดยบินไทยตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 5-10% ส่วนไทยสมายล์ต้องพลิกจากขาดทุนให้มีกำไร ส่วนนกแอร์ต้องหยุดปัญหาการขาดทุน ส่วนการปรับโครงสร้างผู้บริหารนกแอร์นั้น ขอให้รอผลการประชุมบอร์ดและการประชุมร่วม 3 สายการบินด้วยว่าจะกำหนดแนวทางอย่างไร แต่นกแอร์ต้องรับผิดชอบตลาดการบินในประเทศเป็นหลัก และต้องรับผิดชอบการบริหารจัดการฐานบินที่ท่าอากาศยานดอนเมืองด้วย รวมถึงพิจารณาจุดบินให้ครอบคลุมและเพิ่มจุดบินใหม่ๆที่มีศักยภาพ

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ ปฏิเสธกระแสข่าวถูกปลดว่าไม่เป็นความจริง ยังไม่เคยได้รับแจ้งจากผู้บริหารการบินไทยในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ว่าขอให้ออกจากตำแหน่ง แต่ได้รับการติดต่อว่าขอให้อยู่ช่วยทำงานต่อไปด้วยซ้ำ ส่วนบินไทยจะเพิ่มทุนในนกแอร์ ก็ไม่มีปัญหาพร้อมทำงานและรับนโยบายในฐานะบริษัทลูกของบินไทยอยู่แล้ว ตนจะพยายามบริหารจัดการให้ดีขึ้น รวมทั้งย้ำว่า นกแอร์จัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้เป็นสายการบินต้นทุนต่ำมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว “มั่นใจว่าไม่มีอะไรที่มีผลกระทบต่อตำแหน่งของผม และไม่กังวลด้วยว่าผมจะอยู่หรือไม่ ทุกวันนี้การบินไทยขอร้องให้อยู่ช่วยทำงานต่อ ดังนั้น ทีมบริหารงานยังเป็นชุดเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ก็ขอร้องการบินไทยเมื่อเข้ามาแล้วอย่านำการเมืองเข้ามาด้วย”.