วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ไอเอ็มเอฟ” ชี้เศรษฐกิจไทยเชื่องช้า

แนะใช้ค่าบาทอ่อน-ลดดอกเบี้ย เพิ่มยากระตุ้นการเงิน-การคลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้สรุปผลการประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยประจำปี 2560 (2017 Article IV Consultation) จากการเดินทางมาเยือนไทยระหว่างวันที่ 16 ก.พ.-1 มี.ค.2560 โดยระบุว่า เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ระยะข้างหน้ายังเผชิญกับความไม่แน่นอน และปัจจัยเสี่ยงที่จะขยายตัวต่ำ โดยบทบาทหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้าจะช่วยกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนในระยะต่อไป ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปปี 2560 จะเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มราคาพลังงาน แต่ยังคงต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2.5% ต่อไปอีกหลายปี

ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศของไทยจะมาจากผลของการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจีนและการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ และปัจจัยเสี่ยงในประเทศ ได้แก่ การลงทุนภาคเอกชนที่ยังอยู่ในระดับต่ำและหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงจะเป็นอุปสรรคต่อการบริโภคและการเติบโตของเศรษฐกิจมากกว่าที่คาด ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยเติบโตเชื่องช้าและอัตราเงินเฟ้อต่ำ จึงแนะนำให้ใช้นโยบายผสมผสานทั้งการคลังและการเงิน รวมทั้งปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อสนับสนุนกำลังซื้อระยะสั้น และเพิ่มศักยภาพในระยะยาว ทั้งนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวยังจะช่วยลดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งจะลดแรงกดดันค่าเงินบาทที่แข็งค่าและจะช่วยให้อัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงปรับสูงขึ้นเพื่อเพิ่มรายได้ที่แท้จริง โดยการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนควรเป็นปราการด่านแรกที่จะช่วยรองรับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ซึ่งทางการสามารถเข้าดูแลได้เมื่อจำเป็นที่เกิดความผันผวนผิดปกติ

ไอเอ็มเอฟยังเสนอแนะให้ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนปรนควบคู่กับการปรับปรุงการสื่อสารนโยบายเพื่อช่วยให้ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจสมดุลมากขึ้น และเอื้อให้เงินเฟ้อเข้าสู่เป้าหมาย ซึ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการส่งผ่านนโยบายการเงิน ขณะที่การใช้นโยบาย macroprudential หรือการดูแลเสถียรภาพเฉพาะจุดและการปฏิรูปเกณฑ์กำกับดูแลจะช่วยจัดปัญหาความเปราะบางของภาคการเงินได้ ทั้งนี้ สําหรับข้อกังวลที่ว่าการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะก่อให้เกิดความเสี่ยงเชิงระบบสามารถใช้ macroprudential ปิดช่องโหว่ได้.