วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลอดยุทธศาสตร์ชาติภาคบังคับ

ออกกฎหมายตีกัน! ไม่ทำตาม “พักงาน-ไล่ออก”

ครม.เห็นชอบกฎหมาย 2 ฉบับ กำหนดแนวทางการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมการบังคับใช้ และการจัดทำแผนแม่บท และแผนการปฏิรูปประเทศ ชี้ใครเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ต้องดำเนินการ เพื่อแก้ปัญหาประเทศไทยที่ไม่เดินหน้าพัฒนาประเทศตามแผน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ...และร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ... ซึ่งเป็นการออกกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดว่า ร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับนี้จะต้องเสร็จใน 120 วันหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แผนปฏิรูปประเทศ ต้องจัดทำเสร็จใน 6 เดือน และแผนยุทธศาสตร์ชาติต้องจัดทำเสร็จใน 1 ปี โดยให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นฝ่ายเลขานุการ

“ต่อไปไม่ว่าพรรคการเมืองใดที่เข้ามาเป็นรัฐบาลจะต้องปฏิบัติตามแผนฯที่กำหนดไว้เพื่อให้การพัฒนาประเทศและการดำเนินโครงการสำคัญเดินหน้า ถ้าหากไม่ดำเนินการก็จะถูกฟ้องร้องได้ ซึ่งจะแก้ปัญหาของประเทศไทย จากที่ผ่านมามีการจัดทำแผนจำนวนมาก แต่ไม่ได้ปฏิบัติตาม ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองมีนโยบายหาเสียง เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลก็สามารถนำมาดำเนินการได้ แต่ต้องไม่ทิ้งแผนยุทธศาสตร์ของประเทศ ส่วนกรณีที่กำหนดแผนไว้ในกฎหมายแล้วเกิดสถานการณ์ในอนาคตเกิดเปลี่ยนแปลง กฎหมายก็ได้เปิดช่องให้เปลี่ยนแปลงแผนยุทธศาสตร์ได้ แต่ต้องเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนและนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา”

สำหรับสาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.การจัด ทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ...กำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศไม่น้อยกว่า 20 ปี โดยคำนึงถึงเป้าหมายการปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติซึ่งจะต้องมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาเป็นรองประธาน มีหน้าที่จัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติเพื่อเสนอ ครม.และกำหนดวิธีการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำร่างตลอดจนการติดตามตรวจสอบและประเมินผล

สำหรับวิธีการทำงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ จะแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติขึ้น เพื่อจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ ก่อนเสนอต่อ ครม.และรัฐสภาให้ความเห็นชอบ จากนั้นให้นายกรัฐมนตรีนำร่างยุทธศาสตร์ชาติ ขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศใช้ จากนั้นต้องมีการจัดทำแผนแม่บท ส่งให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและ ครม.เห็นชอบ ซึ่งเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาและบังคับใช้จะมีผลผูกพันหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนแม่บทนั้น รวมทั้งการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีต้องสอดคล้องกับแผนแม่บท ขณะที่ ครม.มีหน้าที่ดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายโดยกำหนดนโยบายการบริหาร

“ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ดำเนินการโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สภาส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ดำเนินการภายใน 1 ปี หากพบว่ามีมูล ให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาสั่งพักราชการ หรือพักงาน หรือสั่งให้ออกจากราชการหรือออกจากงานไว้ก่อน หรือสั่งให้พ้นจากตำแหน่งต่อไป หรือในอีกกรณีที่หน่วยงานของรัฐดำเนินการไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนแม่บท ให้แจ้งให้หน่วยงานทราบ ถ้าหากยังไม่แก้ไขปรับปรุง หรือไม่แจ้งผลภายใน 60 วัน ให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เสนอต่อ ครม. หากพบว่า หน่วยงานนั้นไม่ดำเนินการ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อกฎหมาย ให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแจ้งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบเพื่อดำเนินการต่อไป”

ส่วนร่าง พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ...กำหนดให้จัดทำแผนการปฏิรูปประเทศแต่ละด้านที่จะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท โดย ครม.ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับจากกฎหมายที่ใช้บังคับ สำหรับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้าน ในเบื้องต้นมี 11 ชุด ซึ่งแต่ละชุดจะมีไม่เกิน 15 คน และภายใต้กฎหมายนี้ กำหนดให้หน่วยงานรัฐทุกหน่วยมีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศเพื่อให้การปฏิรูปประเทศบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้โดยมี ครม.กำกับดูแลและสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐดำเนินการ ทั้งนี้ หากการดำเนินการไม่สอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ ให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศประสานรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อแก้ไขปรับปรุงความไม่สอดคล้องนั้น แต่หากไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาต่อไป.