วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีตั๋วชนโรง: It's Only the End of the World ดราม่าครอบครัว สะบั้นอารมณ์


ท่ามกลางหนังแอ็กชั่นฮีโร่ หนังรีเมค หนังอสุรกาย ที่เข้าฉาย ก็ยังมีหนังทางเลือกให้กับคนดูที่ไม่นิยมหนังประเภทดังกล่าว ทั้งมีรางวัล Grand Prix และ Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด เป็นสิ่งการันตีความยอดเยี่ยมอีกด้วย หนังนั้นก็คือ It's Only the End of the World หรือในชื่อไทยว่า เรื่องรักโลกแตก ที่เต็มไปด้วยการเชือดเฉือนบทบาทกันของนักแสดงฝรั่งเศสระดับยอดฝีมือ ที่เรื่องราวนั้นบีบคั้น ดราม่า สะเทือนใจคนที่อินกับประเด็นเรื่องครอบครัวแบบสุดๆ

หนัง It's Only the End of the World เดิมเป็นบทละครเวทีเรื่อง Juste la fin du monde ของ ฌอง-ลุค ลาการ์ซ ที่ได้ผู้กำกับ ซาเวียร์ โดลอง มาทำหน้าที่ทั้ง กำกับ อำนวยการสร้าง เขียนบท ลำดับภาพ ออกแบบเครื่องแต่งกาย และทำซับอังกฤษในคนๆ เดียว ไม่เรียกว่า "อัจฉริยะ" ก็ไม่รู้เรียกยังไงแล้ว!


It's Only the End of the World
ว่าด้วยเรื่องของ หลุยซ์ นักเขียนหนุ่มมากฝืมือที่ตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน หลังจากได้ตัดขาดกันเป็นเวลาหลายปี นั่นหมายถึงการได้พบกับ “ครอบครัว” ที่ประกอบไปด้วย น้องสาวที่อารมณ์แปรปรวน พี่ชายอารมณ์ร้อน พี่สะใภ้สุดสวย และ แม่ผู้แต่งตัวจัดพอๆ กับฝีมือจัดจ้านในการทำอาหาร แต่การกลับบ้านของหลุยซ์ในครั้งนี้อาจเป็นการตัดสินที่ผิดก็เป็นได้ เมื่อความหมายของครอบครัวของแต่ละคนต่างกัน! ทุกคนจึงแสดงออกต่อคนในครอบครัวไม่เหมือนกัน!

ทางเลือกของคอหนังที่ไม่อยากดูอะไรที่จำเจ

นี่คือหนังสายประกวดหรือสายรางวัลอย่างแท้จริง ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการดูหนังสายหลัก ที่เน้นความบันเทิง แต่ It's Only the End of the World เน้นอารมณ์ความรู้สึก เกาะกุมคนดูให้จับจ้องด้วยฝีมือทางการแสดง ส่วนเรื่องราวก็ให้รายละเอียดคร่าวๆ ที่ให้คนดูไปต่อจิกซอว์เอาเอง ไม่มีการมาอธิบายขยายความให้คนดูเข้าใจอย่างกระจ่างแจ่มแจ้ง ซึ่งจากที่ดูไปหนึ่งรอบก็ไม่อาจบอกได้ว่า เข้าใจในเหตุและผลของตัวละคร หรือเข้าใจปมปัญหาสำคัญอันเป็นที่มาของเรื่องราวในหนังได้ทั้งหมด

หนังถ่ายทอดเรื่องราวของครอบครัวที่แตกร้าวออกมาได้เป็นธรรมชาติ เต็มไปด้วยบทสนทนายาวเหยียด ฉากแต่ละฉากที่เป็นเบื้องหลังการเผชิญหน้าของตัวละครและการสนทนา เช่น ห้องครัว ห้องนอน ในรถยนต์ นัยแฝงจากฉากนามธรรมในตอนจบ! ล้วนแฝงด้วยภาษาหนังที่คมคายที่เรียกร้องให้คนดูตีความ การใช้ดนตรีประกอบในเรื่องก็เป็นอะไรที่ต้องติดตาม เพราะเป็นส่วนที่โดดเด้งและสร้างสีสันให้กับตัวหนังได้เป็นอย่างดี

หนังท้าทายคนดูว่าจะ “เข้าถึง” และแปลงมาเป็นสาระให้จับต้องได้มากน้อยแค่ไหน นี่เองทำให้หนัง It's Only the End of the World เป็นหนังทางเลือกที่น่าสนใจในช่วงนี้ สำหรับคอหนังที่อยากลองดูอะไรที่ไม่ซ้ำซากจำเจ 

สุดยอดนักแสดงฝรั่งเศสแห่งยุค

หนังเรื่องนี้เดินเรื่องด้วยตัวละครเพียง 5 ตัว ซึ่งเป็นการรวมนักแสดงฝรั่งเศสระดับยอดฝีมือในยุคนี้มาเจอกันได้แก่ กัสปาร์ อุลลิแอร์, แวนซองต์ กัสเซิล, นาตาลี เบย์, เลอา เซย์ดูซ์ และ มาริยง โกติยาร์

บทภาพยนตร์ในเรื่องนี้เอื้อให้นักแสดงแต่ละคนปล่อยของกันเต็มที่ ไม่มีใครเด่นหรือด้อยไปกว่ากัน ซึ่งทีมนักแสดงก็ทำหน้าที่ได้เยี่ยม สามารถสร้างบรรยากาศที่สนุกสนาน ในอีกด้านก็สร้างความตึงเครียดกดดันได้เช่นกัน ยิ่งช่วง 10 นาทีสุดท้าย เป็นอะไรที่พีคมาก ทุกนักแสดงต่างโชว์ฝีมือ บีบคั้นอารมณ์กันสุดๆ แม้ยังไม่แน่ชัดว่าบทสนทนาที่เกรี้ยวกราดตรงหน้ามีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร แต่เราสามารถรับรู้ได้ถึงความหนักหนาสาหัส จนอดสะเทือนอารมณ์ไปด้วยไม่ได้

ดราม่าครอบครัว สะบั้นอารมณ์

ครอบครัวที่ไม่ค่อยจะลงรอยกัน แม้จะพูดดีใส่กัน ยิ้มให้กัน แต่ก็พร้อมจะเดือดดาล สาดอารมณ์โกรธเกรี้ยวใส่กัน จากความขัดแย้งเพียงเล็กๆ น้อยๆ ได้ตลอดเวลา เมื่อดูหนังแล้วย้อนมองดูตัว เราก็จะพบว่าครอบครัวที่เราเป็นหนึ่งในสมาชิก ก็อาจแอบมี “คลื่นใต้น้ำแห่งความขัดแย้งในครอบครัว” ซ่อนอยู่ พร้อมที่จะซัดใส่ทุกคนในครอบครัวได้ตลอดเวลา

ซึ่งจุดเริ่มต้นของปัญหาในครอบครัว ก็มักจะเกิดจากการยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ให้เกียรติ ไม่อภัยให้แก่กัน ต่อให้ครอบครัวที่ประกาศให้โลกรับรู้ว่ารักกันมากที่สุด ก็ไม่อาจรอดจากคลื่นใต้น้ำแห่งความขัดแย้งในครอบครัวไปได้.. ใครที่อินหรืออ่อนไหวกับประเด็นเรื่องครอบครัว อาจมีเสียน้ำตากับเรื่องนี้ได้เลย

จะว่าไปคนไทยเราเกือบจะไม่ได้ดูหนัง It's Only the End of the World กันแล้ว (เพราะหนังเปิดตัวไปตั้งแต่เทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อปีที่แล้ว) แต่สุดท้ายหนังก็เข้าฉายให้คนไทยได้ดูกัน แม้ภาพรวมของหนังอาจพูดไม่ได้ว่านี่คือหนังที่ว่าด้วยเรื่องปัญหาในครอบครัวที่ดีที่สุด แต่นี่ก็คือหนังคุณภาพเรื่องหนึ่งของปีที่แล้ว ที่สะท้อนความขัดแย้ง ความเปราะบางของครอบครัวได้ชัดเจน ตรงไปตรงมาที่สุดเรื่องหนึ่ง

หนังแบบนี้ไม่ใช่หนังที่จะอยู่ยืนโรงฉายเป็น 2-3 สัปดาห์ ฉะนั้นใครที่อยากดูหนังฉีกแนวจากหนังสายหลัก และรู้ตัวว่าชอบหนังบทดีๆ หรือชอบดูการแสดงขั้นเทพของนักแสดงมากฝืมือ It's Only the End of the World เป็นทางเลือกที่ดีในช่วงนี้ อย่าได้นิ่งนอนใจ ควรไปตีตั๋วดูภายในสัปดาห์นี้เลย

อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ
--- ชาแมน ---
CMZMOVIE.COM
Facebook.com/cmzmovie
Twitter.com/Chamanz13