วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คดีทำร้ายร่างกายยอมความไม่ได้ ปรับ1หมื่น สปท.เขกหัวเด็กเสิร์ฟ (คลิป)

ตำรวจปรับ “อนุสร จิรพงศ์” สปท. เขกหัวบาร์เทนเดอร์หนุ่ม 1 หมื่นบาท ขณะที่ ผบช.น.ชี้คดีทำร้ายร่างกายไม่สามารถยอมความกันได้ ด้านผู้เสียหายลั่นไม่ขอรับเงินค่าเยียวยา เตรียมกลับไปทำงานต่อ...

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 สน.บางซื่อ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ได้เชิญ นายอนุสร จิรพงศ์ อายุ 60 ปี สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และนายชาตอลงกรณ์ นิลยาน พนักงานบาร์เทนเดอร์ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านซอยอารีย์ ซึ่งเป็นผู้เสียหายมาพูดคุยไกล่เกลี่ย โดยมี พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ และ พ.ต.ท.จิรภัทร แต้มทอง รอง ผกก. (สอบสวน) สน.บางซื่อ นายแสงระวี ช่วยปุ้ม ผู้จัดการร้าน เข้าร่วมฟังการพูดคุยไกล่เกลี่ยในครั้งนี้ด้วย

นายชาตอลงกรณ์ เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพเป็นพนักงานบาร์เทนเดอร์ของทางร้าน ซึ่งมีหน้าที่ผสมเครื่องดื่มให้กับลูกค้าในเคาน์เตอร์ ซึ่งในวันเกิดเหตุ ตนได้ผสมเครื่องดื่มไปให้นายอนุสร ต่อมามีเพื่อนร่วมงานได้เดินมาบอกว่านายอนุสรเรียกไปพบ ตนจึงเดินเข้าไปและได้พูดคุยกัน แต่ด้วยความตื่นเต้นตนจึงได้เรียกสรรพนามแทนนายอนุสรว่า "ป๋า" ซึ่งก่อนหน้านี้ตนจะใช้คำว่า "คุณ" หลังจากนั้นก็เป็นภาพที่ปรากฏในคลิป ซึ่งหลังเกิดเหตุตนรู้สึกกลัวและน้อยใจ รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ว่าตนทำอะไรผิด จึงได้เดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.บางซื่อ อย่างไรก็ตามตอนนี้ตนไม่ติดใจเอาความ และเข้าใจแล้วว่า นายอนุสรไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งตนก็ต้องขอโทษนายอนุสรด้วย หากวันนั้นตนใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม ในส่วนการทำงาน ตนก็จะกลับไปทำงานต่อ และหากหลังจากนี้จะมีการเยียวยาอะไรนอกเหนือจากค่ารักษาพยาบาล ตนจะไม่ขอรับไว้

ด้านนายอนุสรกล่าวว่า ตนขอโทษสังคมและนายชาตอลงกรณ์ กับการกระทำของตนที่เกิดขึ้น เนื่องจากตนไม่ได้ตั้งใจ สำหรับนายชาตอลงกรณ์เคยเจอและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยบอกว่าไม่ให้เรียก "ป๋า" เพราะมันเป็นคำที่ไม่สุภาพ และการกระทำที่เกิดขึ้นวันนั้นตนคิดว่าเป็นการหยอกล้อ ไม่คิดว่านายชาตอลงกรณ์จะรู้สึกน้อยใจและเสียใจ จนเกิดเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ตนถือว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นบทเรียน เพราะด้วยหน้าที่การงานทำให้ต้องระวังเป็นพิเศษ และยังทำให้สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้รับความเสื่อมเสีย ทั้งนี้ตนก็ได้ขอรับผิดชอบจ่ายค่าปรับจำนวน 1 หมื่นบาท ตามที่พนักงานสอบสวนระบุ และจะเยียวยาผู้เสียหายที่ต้องทำให้หยุดงานและเสียรายได้อีกด้วย

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นความผิดอาญา เมื่อมีการแจ้งความเกิดขึ้นก็ต้องดำเนินคดี หลังทราบเรื่องตนไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ผลความเท็จจริงเป็นฐานใด อยู่ในใบชันสูติของแพทย์ ซึ่งแพทย์ระบุว่า มีรอยฟกช้ำ บวม ประมาณ 2 ซม. จำนวน 3 แผล ที่บริเวณแก้มขวา ใช้เวลาในการักษา 3 วัน พนักงานสอบสวนจึงพิจารณาให้แจ้งข้อกล่าวหาว่า " ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ" มีอัตราโทษจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท" แม้คู่กรณีไม่ติดใจอะไร ก็ต้องดำเนินตามคดี ในส่วนของพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการตามพยานหลักฐาน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ลงความเห็นให้ปรับในอัตราสูงสุดคือ 1 หมื่นบาท ก่อนนำสำนวนส่งอัยการดำเนินการต่อไป.

** ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่ **