บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สาวผู้รักการเรียนรู้ “ศรมณ อุรพีพัฒนพงศ์” เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยพัฒนาตนเอง

สร้างโอกาสและเสริมศักยภาพของตนเองด้วยการเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง หนึ่งในแนวคิดของเวิร์กกิ้งวูแมนรุ่นใหม่คนนี้ “ศรมณ อุรพีพัฒนพงศ์” ผู้ที่มีความชื่นชอบด้านกฎหมาย ตามรอยคุณพ่อ จึงสมัครเรียนด้านนิติศาสตร์เพิ่มเติม หลังจากจบปริญญาตรีและโท จากมหาวิทยาลัยดังระดับโลกแล้วก็ตาม

ศรมณ หรือ “พลอย” ลูกสาวคนโตของ ศ.พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด กับ วิภา อุรพีพัฒนพงศ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่วิจัยและนโยบาย กลุ่มโครงการสิทธิผู้หญิงและเด็ก สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ได้เล่าว่า พลอยเรียนโรงเรียนอินเตอร์มาโดยตลอด ที่ ร.ร.นานาชาติกรุงเทพ (ISB-Inter-national School Bangkok) จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาตรี Political Science ที่มหาวิทยาลัยเยล สหรัฐฯ จบแล้วได้เข้าทำงาน ที่ธนาคารโลก (World Bank) สำนักงานใหญ่ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ในตำแหน่งผู้ช่วยทนาย ดูเรื่องการคอร์รัปชันขององค์กรต่างๆ “พลอย”ทำงานอยู่ 2 ปี งานสนุกแต่ก็อยากจะเรียนต่อ เลยออกไปเรียนปริญญาโท ด้านนโยบายสาธารณะ ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ พอเรียนจบเป็นช่วงที่คุณแม่ไม่สบาย จึงกลับเมืองไทย มาเข้าทำงานที่สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย

แม้ประวัติการศึกษาเริ่ดขนาดนี้ และต้องทำงานเช้าจดเย็น แต่สาวรุ่นใหม่คนนี้ก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาตนเอง และมองหาสิ่งที่ตนเองชื่นชอบอยู่ตลอด ได้เล่าต่ออีกว่า ตอนเรียนปริญญาโทวิชานโยบายสาธารณะ เป็นวิชาค่อนข้างใหม่ทีเดียว เป็นเรื่องนโยบาย จากที่เรียนและทำงาน ทำให้ “พลอย” สนใจเรื่องกฎหมาย โดยมองว่าเป็นงานที่ท้าทาย การทำงานมีหลายมิติ “พลอย” จึงไปสมัครเรียนคณะนิติศาสตร์ ภาคบัณฑิต ที่จุฬาฯ ในช่วงเย็นทุกวัน ซึ่งมีระยะเวลาเรียน 3 ปี ตอนนี้เรียนอยู่ปี 1 เมื่อจบแล้วจึงค่อยค้นหาตนเองอีกครั้งว่าอยากที่จะทำอะไรต่อไป

“พลอยเป็นคนที่ชอบทำอะไรแล้วมีเป้าหมายชัดเจน ไม่ชอบทำไปเรื่อยๆ งานที่ทำตอนนี้ก็น่าสนใจ เป็นเรื่องเกี่ยวกับนโยบาย เนื้องานค่อนข้างเป็นงานวิจัย “พลอย” จึงอยากหาความรู้ด้านกฎหมาย จากการทำงาน “พลอย” คิดว่ากฎหมายของไทยเรามีความก้าวหน้า แต่ความเข้าใจและการใช้กฎหมายของผู้หญิงอาจจะยังน้อยและยังไม่เข้าใจ เมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคการทำงานแต่ละแห่งล้วนเปิดโลกทัศน์ให้ “พลอย” โดยเฉพาะที่ ธนาคารโลก ที่นั่นได้สอนให้เรามองอะไรให้ลึกเข้าไปถึงข้างในและมองหลายๆด้าน”

ในฐานะของสาวรุ่นใหม่ไฟแรง “พลอย” ได้บอกตอนท้ายว่า ผู้หญิงสมัยนี้เก่งมาก ทั้งการเรียนและการทำงาน รวมทั้งยังมีโอกาสมากขึ้น แต่ตนคิดว่า เท่านี้ยังไม่พอ เราควรเปลี่ยนทัศนคติของสังคมคนรุ่นใหม่ให้ตื่นตัวกับความเท่าเทียมที่แท้จริงด้วยว่า คืออะไร นอกจากนี้เราควรที่จะเรียนรู้ไปเรื่อยๆเพราะการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำมาพัฒนาตนเอง...สมกับเป็นสาวรุ่นใหม่ที่พร้อมพัฒนาตัวเองควบคู่ไปกับโลกที่เปลี่ยนแปลงจริงๆ.