วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สหรัฐฯขึ้นดอกเบี้ย ไทยจะได้ประโยชน์หรือไม่

(ภาพจาก : REUTERS)

วันนี้ นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะแถลงผลการประชุมของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน ซึ่ง นักเศรษฐศาสตร์บลูมเบิร์ก 72 คน จาก 75 ประเทศ ฟันธงว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 แน่นอน และจะขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตอีก 2 ครั้ง หรือ 3 ครั้ง ก็ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ

การที่นักเศรษฐศาสตร์กล้าฟันธง เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ในการประชุมวันที่ 14-15 มีนาคม ก็เพราะว่า ตัวเลขการจ้างงานเดือนกุมภาพันธ์ ที่ออกมาดีกว่าที่คาด

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาค เกษตรเดือนกุมภาพันธ์ พุ่งขึ้นไปถึง 235,000 ตำแหน่ง การว่างงาน ลดลงเหลือร้อยละ 4.7 การจ้างงานสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 190,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ ตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงของแรงงาน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่เฟดใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึง “ภาวะเงินเฟ้อ” เดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 หรือร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบเป็นรายปี การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้สัดส่วน “กำลังแรงงาน” ต่อ “จำนวนประชากรสหรัฐฯ” เพิ่มขึ้นสู่ระดับร้อยละ 63.0

ข้อมูลสหรัฐฯทั้งหมดนี้ ผมอยากให้ท่านผู้อ่านตั้งข้อสังเกตว่า แต่ละเดือนออกมาเร็วมาก แทบจะเป็นเรียลไทม์หรือปัจจุบันกันเลยทีเดียว อย่างตัวเลขเดือนกุมภาพันธ์ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯแถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม ก่อนหน้าที่เฟดจะมีการประชุมหนึ่งสัปดาห์ ทำให้เฟดมีเวลาในการพิจารณาเรื่องอัตราดอกเบี้ยอย่างรอบคอบ

ผิดกับตัวเลขเศรษฐกิจไทย ที่ออกมา ช้าไปหลายเดือน กลายเป็นข้อมูลอดีต แถมยังไม่ครบถ้วนอีกด้วย เอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ นอกจากเขียนประวัติศาสตร์ อนาคตเศรษฐกิจไทยเลยไม่มีใครทำนายถูก ถ้าจะปฏิรูปเศรษฐกิจให้รวดเร็ว ผมคิดว่ารัฐบาลต้องปฏิรูปข้อมูลทุกกระทรวงให้ทันสมัยเสียก่อน ทุกวันนี้ผมอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลองเปิดเข้าไปดูบ้าง กระทรวงไหนก็ได้ มีแต่ข้อมูลเก่าที่ล้าหลัง ถ้ารัฐบาลจะทำ Big Data อย่างที่ประกาศ ต้องเริ่มต้นที่ข้อมูลทุกกระทรวงก่อน วันนี้ถ้าไม่มีข้อมูล ก็เหมือนคนตาบอดคลำช้าง เดามั่วไปหมด

กลับมาที่เฟดต่อครับ สาเหตุที่ตลาดทุนทั่วโลกเชื่อว่า วันนี้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ก็เพราะก่อนหน้านี้ นางเจเน็ต เยลเลน ไปแถลงต่อ สภาคองเกรส และ คลับผู้บริหารในชิคาโก ระบุว่า การพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในวันที่ 15 มีนาคมนี้ คณะกรรมการจะใช้ ตัวเลขการจ้างงาน และเงินเฟ้อ ในเดือนกุมภาพันธ์มาเป็นหลักพิจารณาว่ายังอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ของเฟดหรือไม่ หากตัวเลขเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็เป็นเรื่องที่เหมาะสม

เพราะฉะนั้นผมร่วมฟันธงด้วยคนว่า วันนี้เฟดขึ้นดอกเบี้ยแน่นอน

การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด จะส่งผลให้ตลาดหุ้นขึ้นทั่วโลก ถือว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้น เพราะสหรัฐฯเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจประเทศทั่วโลกดีขึ้นด้วย แต่เที่ยงวันจันทร์ผมเปิดดู ดัชนีหุ้นทั่วโลก จาก สำนักข่าวซีเอ็นบีซี พบว่ามี 4 ประเทศที่ติดลบคือ ไทย ลบร้อยละ 0.29 ออสเตรเลีย ลบร้อยละ 0.32 เม็กซิโก ลบร้อยละ 0.34 และ บราซิล ลบร้อยละ 1.02 ส่วนตลาดหุ้นยุโรปยังไม่เปิดทำการ

ผมเองก็แปลกใจ ทำไมหุ้นไทยติดลบ ทั้งที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยเป็นผลดีต่อไทย ทำให้ “ค่าเงินบาท” ที่แข็งโป๊ก จนผู้ส่งออกร้องกันมาตลอด จะได้อ่อนค่าลงเสียที ช่วยให้ผู้ส่งออก ส่งออกได้มากขึ้น สินค้าเกษตรมีกำไรมากขึ้น แต่ในโลกแห่งความจริง เมื่อดอลลาร์แข็ง เงินทุกประเทศในโลกก็อ่อนเหมือนกัน ไม่ใช่มีแต่เงินบาทอ่อนอย่างเดียว

ความพร้อมในการแข่งขันบนเวทีโลก จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

โลกวันนี้เป็นยุค “ข้อมูล” และ “ข่าวสาร” จึงทำให้ Big Data และ Information เป็น Power ที่สำคัญอย่างยิ่ง การทำข้อมูลภาครัฐให้มีความพร้อม รวดเร็ว ทันสมัย จึงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ถ้าไม่ทำตรงนี้ก็ต้องวิ่งกันเหนื่อยหอบอย่างนี้แหละ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”