วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โบทูลินัม ท็อกซิน ดราม่าพิษสวยสั่งได้

เมื่อไม่นาน ที่ผ่านมานี้... เกิด กระแสดราม่า อย่างหนักในวงการ “โบทอกซ์ เกาหลี”

วงการแห่งความสวยความงามดุจดั่งเทวดาเนรมิต ซึ่งทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยสาเหตุสำคัญมาจากปัจจุบันในประเทศเกาหลี มีโรงงานผลิต “สารท็อกซิน” หรือ “โบทอกซ์ เกาหลี” เกิดขึ้นใหม่ถึง 4 แห่ง และยังมีบริษัทที่รอเข้าคิวจดทะเบียนอีก 3 บริษัท

ประเด็นน่าสนใจมีอยู่ว่า...บางบริษัทไม่มีการเปิดเผยที่มาที่ไปของสารตั้งต้น ทำให้ผู้บริโภคเกิดข้อกังขามากมาย นับรวมไปถึงความไม่โปร่งใสในการผลิตและการดำเนินธุรกิจ

ส่งผลทำให้วงการ “โบทอกซ์ เกาหลี” อยู่ในสภาวะปั่นป่วนอย่างหนัก

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญต่างก็ออกมาเตือน “ผู้บริโภค” ถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ทางที่ดีควรศึกษาข้อมูลก่อนฉีด เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน...มีกระบวนการผลิตที่โปร่งใส

ที่สำคัญ...หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งตรวจสอบแหล่งที่มาของสารตั้งต้นเสียแต่เนิ่นๆ ไม่อย่างนั้นก็จะเกิดผลเสียดังสุภาษิตไทย “วัวหายล้อมคอก” จะได้ไม่คุ้มเสีย

ทำความรู้จักสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย ไม่ได้อยู่ในแวดวงความสวยความงามแบบฉบับสวยด้วยเทคนิคทางการแพทย์ สวยได้แบบอมตะนิรันดร์กาลถ้าเงินถึง...กันสักหน่อย

“โบทอกซ์” เป็นชื่อสามัญของ “โบทูลินัม ท็อกซิน” หรือที่เรียก สั้นๆว่า “ท็อกซิน” แบคทีเรียตัวร้ายที่สั่นสะเทือนวงการความงาม

ย้อนกลับไปเมื่อราวๆปี 2360 มีรายงานการค้นพบแบคทีเรีย “คลอสตริเดียม โบทูลินัม” โดยชาวเยอรมันชื่อ จัสทินัส เคอร์เนอร์ กระทั่ง 150 ปีต่อมา...อลัน สก็อต จักษุแพทย์ชาวอเมริกัน ประสบความสำเร็จในการคิดค้นนำ “สารพิษ” หรือ “ท็อกซิน” มาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ โดยรักษาอาการตาเหล่

หลังจากนั้นมีการนำท็อกซินมาใช้เพื่อรักษาโรคต่างๆมากขึ้น เช่น การรักษาอาการใบหน้ากระตุก และกล้ามเนื้อตากระตุก ซึ่งในปัจจุบันมีการนำสาร “โบทูลินัม ท็อกซิน” มาใช้ในแวดวงความงาม จนกลายเป็นกระแส “โบทอกซ์” ฟีเว่อร์โด่งดังไปทั่วโลก

ด้วยความมหัศจรรย์ดังกล่าว ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างดุเดือดในแวดวงธุรกิจความงาม ที่เปรียบเสมือนเค้กชิ้นโตที่ทุกคนปรารถนา จะได้ครอบครองเป็นเจ้าของส่วนแบ่งตลาด ที่มูลค่าสูง ถึง 21 ล้านล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกามีการผลิต “โบทอกซ์” เป็นอันดับ 1 ของโลก

และอีกประเทศที่มีการผลิตโบทอกซ์มากที่สุด คือประเทศเกาหลี

ดร.เฮียน โฮ จอง ผู้วิจัยและพัฒนาสารโปรตีนบริสุทธิ์ “โบทูลินัม ท็อกซิน” ต้นกำเนิดโบทอกซ์ เกาหลี ให้ข้อมูลว่า ด้วยกระแสความนิยม “โบทอกซ์ ” เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกาหลีเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ในการผลิตโบทอกซ์ ติดอันดับ 4 ของโลก

“อย่างที่หลายคนรู้ดีอยู่แล้วว่า...ยุคนี้เป็นยุคที่เกิดการแข่งขันอย่างดุเดือด ด้วยมีการเปิดโรงงานผลิตโบทอกซ์เพิ่มถึงสี่แห่ง และยังมี บริษัทจ่อคิวจดทะเบียนอีกหลายแห่ง

จากเดิมมีแค่โรงงานเดียว คือโรงงานเมดิท็อกซ์ ที่จำหน่ายในชื่อ แบรนด์นิวโรน็อกซ์ กว่า 60 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย แต่สำหรับการจดทะเบียนโรงงานแห่งใหม่เป็นที่น่าตกใจ คือ บางบริษัทไม่มีการเปิดเผยที่มาที่ไปของสารตั้งต้นที่นำมาผลิตโบทอกซ์ จนทำให้ผู้บริโภคจากทั่วโลกไม่น้อยเกิดความสงสัย”

และมีอีกมากที่มีข้อกังขาต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ถึงความไม่โปรงใส ในกระบวนการผลิตและการดำเนินธุรกิจ ทำให้วงการ “โบทอกซ์ เกาหลี” ปั่นป่วนเป็นอย่างมาก...ขาดความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค

ที่หนักไปกว่านั้น...บางบริษัทแอบอ้างว่าค้นพบสารตั้งต้นในอาหารกระป๋องและอานม้า ดร.เฮียน โฮ จอง ในฐานะนักวิจัยคนหนึ่ง ที่คิดค้นสารนี้มาตลอด 30 ปี ฟังแล้วรู้สึกตกใจมาก

“...ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครค้นพบสารนี้อีกเลย ซึ่งหากสารเหล่านี้ สามารถค้นพบได้ในอาหารกระป๋อง หรืออานม้า นั่นหมายความว่า ...ชีวิตคนเราอยู่ใกล้อันตรายมากขึ้นทุกที โอกาสที่จะค้นพบสารตัวนี้อีกครั้งก็เหมือนการถูกฟ้าผ่า ซึ่งไม่มีความเป็นไปได้เลย”

ดร.เฮียน โฮ จอง ย้ำว่า ที่ผ่านมาในฐานะนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านสารโบทูลินัม ท็อกซิน ได้พยายามเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรวจสอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ให้บริษัทต่างๆออกมาชี้แจงถึงจุดกำเนิดของสารที่นำมาผลิตโบทอกซ์ เพราะมันสร้างความเสียหายให้ประเทศเป็นอย่างมาก

สาร “โบทูลินัม ท็อกซิน” คือสารพิษที่สามารถทำลายระบบทางเดินหายใจ ทำให้คนเสียชีวิตได้...หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และอยู่ในอัตราที่แพทย์กำหนด

โดยปกติการเปิดบริษัทยาหรือผลิตภัณฑ์ที่มีผลทางการแพทย์ จะต้องโปร่งใส สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของสารต่างๆที่นำมาผลิตได้ เพราะหากเกิดความผิดพลาด จะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตคนได้

“แต่ที่ผ่านมา...ยอมรับว่า อาจเกิดความผิดพลาดบางอย่างในกระบวนการของภาครัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ ขาดผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เกี่ยวกับสารโบทูลินัม ท็อกซิน จึงไม่ได้มีการตรวจสอบข้อมูลของบริษัทที่ไปยื่นขอจดทะเบียน ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นบทเรียนให้หน่วยงานราชการของเกาหลีมีความเข้มงวดมากขึ้น”

เพื่อไม่ให้เกิดการทุจริต...การดำเนินธุรกิจที่ไม่โปร่งใส และเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

ประเด็นสำคัญข้างต้น ในยุคความสวยงามที่มนุษย์รังสรรค์ขึ้นได้ดังใจเช่นนี้ อยากเตือนให้ทุกคนศึกษาหาข้อมูลของผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก เพราะหากคุณตัดสินใจผิด อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ตัดฉากมาที่เมืองไทย นายแพทย์พลพงศ์ ชยางศุ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า เสริมว่า ปัจจุบันเทรนด์การรักษาด้วยสารโบทอกซ์ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่วงการแพทย์ให้การยอมรับ โดยคนไข้ส่วนใหญ่ที่มาหาหมอจะมีปัญหาเรื่องริ้วรอย ปัญหาของรูปหน้า

โดยเฉลี่ย...อายุประมาณ 20 ปีขึ้นไป บางรายอายุ 17-18 ก็เริ่มจะมาหาหมอแล้ว ถือว่าเร็วมาก

ปัญหาของริ้วรอยก็เกิดจากหลายปัจจัย อาทิ ความเครียด มลภาวะ พักผ่อนไม่เพียงพอ แต่บางรายก็จะเกิดขึ้นจากกล้ามเนื้อเกร็งตัวมากเกินไป

ที่เห็นชัดเจนที่สุด คือปัญหาการขมวดคิ้ว ซึ่งคนต่างชาติจะเป็น มากกว่าชาวเอเชีย สำหรับขั้นตอนในการรักษา หมอจะประเมินคนไข้ก่อนว่ามีปัญหามากน้อยแค่ไหน โดยส่วนใหญ่ในการฉีดสารโบทอกซ์ ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์หลังจากที่ฉีดไปแล้วประมาณ 1 อาทิตย์ แล้วก็จะยังคงสามารถอยู่สภาพนั้นได้ประมาณ 4-6 เดือน

“ปัจจุบัน...สารโบทอกซ์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จึงอยาก ฝากถึงคนไข้ทุกคนว่า ก่อนตัดสินใจรักษาด้วยสารชนิดนี้ ควรศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อน เพราะปัจจุบันมีการทำสินค้าปลอมออกมาจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง”

นายแพทย์พลพงศ์ ชยางศุ กล่าวทิ้งท้าย.