วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โวยข้อเสนอเสรี! จงใจ'ช่วยพวก' คดีสนามบิน-ทำเนียบ ปชป.ซัดไม่ต่างนิรโทษ

สปท.การเมืองชงตั้งคณะกรรมการกลางสะสางคดีนำไปสู่ความปรองดอง ย้ำคดีการเมืองให้พักโทษ จำหน่ายคดี อัยการถอนฟ้องคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง ส่วนคดีแพ่งเสนอมาตรการประนอมหนี้ “เอกชัย” แย้มให้คู่ขัดแย้งตั้งกรรมการกลางขึ้นมา 9 คน ปชป.ชี้เปรี้ยงข้อเสนอไม่ต่างจากนิรโทษกรรม ซัดปูทางเอื้อประโยชน์ระบอบทักษิณ พร้อมปูด สปท.เตรียม 400 ล้าน ฮุบพรรคการเมืองบางพรรค นปช.ก็อัดยับจ้องล้มคดีช่วยเหลือปิดสนามบิน-ทำเนียบฯ ข้องใจหาแนวทางปรองดองหรือหาทางช่วยพวกพ้อง “วิษณุ” ยันไม่ใช้ ม.44 ยื้อรีดภาษีหุ้นชินคอร์ป สตง.บี้สรรพากรเร่งจัดการ เล็งฟ้อง ป.ป.ช. เอาผิด ม.157 ด้านกรณีสินบนโรลส์-รอยซ์ ปตท.ส่อฟันนักการเมือง-ผู้บริหาร แนวเดียวกับสินบนการบินไทย

แนวทางการแสวงหาความปรองดองยังเป็นปมประเด็นที่รัฐบาลตลอดจนแม่น้ำ 5 สาย พยายามคิดค้นหาสูตรสำเร็จที่ลงตัว รัฐบาลยังอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากบรรดาพรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองต่างๆ ขณะที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ชงข้อเสนอให้มีคณะกรรมการกลางขึ้นมาสะสางคดี โดยเฉพาะคดีทางการเมืองระบุให้มีการลดหย่อนโทษ จำหน่ายคดี เพื่อนำไปสู่การสร้างความปรองดอง

สปท.ชงตั้ง กก.กลางสะสางคดี

เมื่อวันที่ 13 มี.ค. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ขณะนี้ สปท.การเมืองอยู่ระหว่างสรุปรายงานแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองทางการเมือง โดยได้เสนอมาตรการอำนวยความสะดวกเพื่อการปรองดอง โดยการให้อภัยและการใช้กระบวนการทางกฎหมายแก้ปัญหาคดีความเป็นแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้ง เสนอให้ตั้งคณะกรรมการกลางเป็นเจ้าภาพแก้ปัญหาผ่านการใช้กระบวนการทางกฎหมาย ทั้งในส่วนคดีความทางอาญา และคดีแพ่ง ในส่วนคดีอาญาที่มีมูลเหตุจากแรงจูงใจทางการเมืองนั้น จะเสนอให้ใช้มาตรการจำหน่ายคดีชั่วคราว หรือการพักโทษ โดยอยู่ในเงื่อนไขห้ามไปปลุกม็อบก่อความวุ่นวาย

ให้อัยการถอนฟ้องคดีการเมือง

นายเสรีกล่าวว่า นอกจากนี้ยังรวมถึงการใช้มาตรา 21 พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 ให้พนักงานอัยการ เสนอเรื่องต่ออัยการสูงสุด ใช้อำนาจสั่งไม่ฟ้อง หรือถอนฟ้องคดีที่มีมูลเหตุจากแรงจูงใจทางการเมือง ในกรณีที่เห็นว่าการฟ้องคดีอาญาไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน หรือมีผลกระทบต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของชาติ ทั้งในส่วนคดีที่ยังไม่เข้าสู่ชั้นศาล หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาล แต่จะไม่ครอบคลุมถึงความผิดมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา และคดีทุจริต

ประนอมหนี้ผู้ชุมนุมคดีแพ่ง

นายเสรีกล่าวว่า ในส่วนคดีแพ่งที่มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ชุมนุม ทั้งในส่วนเอกชนฟ้องผู้ชุมนุม หรือรัฐบาลฟ้องร้องผู้ชุมนุมนั้น ทั้งสองกรณีจะเสนอให้คู่กรณีมาเจรจาประนีประนอมตกลงเรื่องค่าเสียหายกันก่อน หากการเจรจาไม่สำเร็จ ให้เป็นหน้าที่ของศาลในการชี้ขาดเรื่องการเรียกค่าเสียหาย และเมื่อศาลพิพากษาแล้ว ทุกฝ่ายต้องยอมรับ โดยเฉพาะฝ่ายถูกฟ้องร้องต้องรับสภาพหนี้ที่เกิดขึ้นในการชดใช้ค่าเสียหาย แนวทางทั้งหมดนี้จะเสนอให้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) รับไปพิจารณาดำเนินการว่าจะทำตามข้อเสนอ สปท.การเมืองหรือไม่

คู่ขัดแย้งเลือก 9 กก.กลางหย่าศึก

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา รวบรวมความเห็น วิเคราะห์ และสังเคราะห์ประเด็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองทางการเมือง คณะกรรมาธิการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวว่า รูปแบบคณะกรรมการกลางที่จะตั้งขึ้นมาเป็นเจ้าภาพแก้ปัญหาความขัดแย้งนั้น เป็นการมองล่วงหน้าหากในอนาคตมีเหตุความขัดแย้ง จึงควรมีคณะกรรมการ กลางในการพูดคุย โดยมีกรรมการกลาง 9 คน มาจากคู่ขัดแย้งเสนอรายชื่อกรรมการกลางมา ซึ่งจะเป็นคนที่ทั้งสองฝ่ายและฝ่ายอื่นเห็นด้วย โดยมีกฎหมายรองรับให้คณะกรรมการกลางมีอำนาจ ส่วนข้อเสนอการพักโทษ ชะลอการลงโทษ หรือการให้อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีที่มีมูลเหตุจากแรงจูงใจทางการเมืองนั้น เรื่องเหล่านี้สามารถทำได้เลยในระดับนโยบายรัฐ ระดับอัยการ แต่ถ้าจะทำคดีในระดับที่เข้มกว่า ต้องออกกฎหมายผ่านสภาฯ จะใช้เวลามาก แต่ไม่ถึงขั้นนิรโทษกรรม

ปชป.ชี้ข้อเสนอไม่ต่างจากนิรโทษ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. เตรียมเสนอรายงานแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองให้ ป.ย.ป. โดยลดหย่อนโทษให้โอกาสทางคดีอาญาแก่ผู้กระทำความผิด อาทิ การรอลงอาญา การถอนฟ้อง การจำหน่ายคดีชั่วคราวแลกกับการไม่ไปปลุกม็อบสร้างความวุ่นวายว่า ไม่แตกต่างอะไรกับการนิรโทษกรรม เพียงแต่ตั้งชื่อฟังดูดีกว่ากัน แต่เนื้อหาพอกัน จึงสรุปได้ว่า สปท.เขียนรายงานหรือเขียนกฎหมายตามใบสั่งของผู้มีอำนาจ ขาดการยึดโยงจากประชาชน ข้อเสนอ สปท.เพื่อนิรโทษกรรมให้กับแกนนำม็อบโดยการจำหน่ายคดี ถอนฟ้อง รอลงอาญาเพื่อแลกกับการไม่ไปปลุกม็อบสร้างความวุ่นวาย ทำให้ดูเหมือนว่ากระบวนการยุติธรรมและประชาชนทั้งประเทศกลายเป็นเบี้ยล่างยอมจำนนต่อแกนนำม็อบ ถ้าไม่ยอมจำหน่ายคดี ถอนฟ้องหรือรอลงอาญาก็จะไปปลุกม็อบอีกใช่หรือไม่ ถือเป็นเงื่อนไขที่ไม่ยุติธรรมต่อสังคม

ปูด สปท.เตรียมเงิน 400 ล้านฮุบพรรค

“สปท.บางคนทำตัวเป็นสะพานทอดให้ระบอบทักษิณ บ้านเมืองมันวังเวง น่าเสียดายเงินภาษีของประชาชนเดือนละเป็นแสนๆที่ต้องมาจ่ายให้กับคนพวกนี้ สปท.บางคนในคณะนี้เดินสายพูดกับสื่อมวลชนบางแห่งว่า เตรียมเงินไว้แล้ว 300-400 ล้านบาท เพื่อเข้าไปยึดพรรคการเมืองบางพรรคนี่หรือคือการปฏิรูปการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ที่แต่งตั้งคนเหล่านี้เข้ามากินภาษีประชาชน ที่แท้ก็น้ำเน่าธรรมดาๆ นี่เอง” นายวัชระกล่าว

นปช.จวกยับจ้องล้มคดีปิดสนามบิน

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. ระบุจะไม่เสนอการนิรโทษกรรม แต่เสนอให้เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการเมือง อาทิ การรอลงอาญา โดยนำมาใช้ในคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง เช่น การปิดสนามบิน ยึดทำเนียบรัฐบาลนั้น นายเสรีกำลังส่งสัญญาณอะไร ทำไมการปิดสนามบิน ยึดทำเนียบรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงอย่างนั้นหรือ นายเสรีกำลังต้องการสร้างความขัดแย้งเช่นที่เคยเกิดขึ้นตลอดสิบปีที่ผ่านมาให้สาหัสยิ่งกว่าเก่าเช่นนั้นหรือ อย่าลืมว่าการเลือกปฏิบัติ หรือความยุติธรรมสองมาตรฐาน เป็นต้นตอของความวุ่นวายตลอดสิบปีที่ผ่านมา

ถาม “เสรี” มุ่งปรองดองหรือช่วยพวก

“การยึดทำเนียบรัฐบาลคือความตั้งใจที่จะทำให้ฝ่ายบริหารไม่สามารถที่จะบริหารราชการแผ่นดินได้ เป็นการจงใจล้มล้างรัฐบาลอย่างชัดเจน เป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศอย่างบิดเบือนไม่ได้ ประมวลกฎหมายอาญา ระบุในมาตรา 113 ว่า ผู้ใดใช้กำลัง ประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต อยู่ในหมวดความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณา– จักรโดยตรง แต่นายเสรีกลับแยกต่างหากออกจากเรื่องความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง รวมไปถึงการยึดสนามบิน ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2521 ระบุไว้ชัดเจนว่า การทำให้การบริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง มีความผิดระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี ซึ่งเป็นเรื่องของความมั่นคงชัดเจนอีกเช่นกัน นายเสรีจงใจที่จะช่วยเหลือคนเสื้อเหลืองที่เป็นพวกเดียวกัน แต่ต้องการที่จะฟาดฟันคนเสื้อแดงที่เป็นฝ่ายตรงข้ามให้สาแก่ใจเพียงเท่านั้นใช่หรือไม่ นายเสรีต้องการให้ประเทศไทยเกิดความปรองดองขึ้นหรือเปล่า” นพ.เหวงระบุ

พรรคการเมืองยังทยอยให้ความเห็น

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ได้เชิญตัวแทนพรรคการเมือง เข้าให้ข้อคิดเห็นเสนอแนวทางสร้างความปรองดอง โดยมีพรรคการเมือง 4 พรรคเข้าร่วมหารือคือพรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครักษ์ธรรม พรรคเสรีนิยม และพรรคเมืองไทยของเรา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้คณะอนุกรรมการได้ทยอยจัดทำข้อสรุปเบื้องต้นในการหารือตามกรอบ 10 ประเด็น ครอบคลุมเรื่องการเมือง สังคม เศรษฐกิจ การปฏิรูปประเทศ ส่งให้คณะอนุกรรมการบูรณาการข้อคิดเห็นที่มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธาน หากยังไม่ได้ข้อเสนอที่ชัดเจนก็จะประชุมกลุ่มย่อยให้แล้วเสร็จ ก่อนจะนำข้อสรุปไปให้กับคณะอนุกรรมการเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ซึ่งมี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.เป็นประธาน เพื่อจัดทำร่างสัญญาประชาคมต่อไป ขณะเดียวกันจะรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่คู่ขนานกันไปด้วย

ทำง่ายๆ อย่าตั้งแง่ราวีฝ่ายตรงข้าม

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแสวงหาความปรองดองง่ายที่สุดคือการให้เกียรติกัน ขอให้ทหารอย่าติดตามนักการเมืองให้มากนัก เพราะเราไม่ใช่จำเลย การเดินทางมาที่บ้าน มาถ่ายรูปติดตามพฤติกรรมตลอดทุกเดือน ไม่ใช่แนวทางที่ควรทำ ต้องต่างคนอยู่อย่างให้เกียรติกันมันถึงจะปรองดองได้ ส่วนประเด็นกฎหมายก็ขอให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคไม่มีอคติกับใครหรือตั้งใจจะกวาดล้างใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ให้โอกาสแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง ใจกว้างให้อภัยซึ่งกันและกัน เท่านี้ก็สามารถปรองดองได้ ไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าโดนกลั่นแกล้งประเทศก็มีความสมานฉันท์ได้ด้วยวิธีง่ายๆ

“เอนก” ไม่กดดันคุมปฏิรูปพรรค

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กล่าวถึงการได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญของ กกต.ว่า เบื้องต้นยังไม่ได้นัดประชุมคณะกรรมการฯ เนื่องจากเป็นผู้ใหญ่จากพรรคการเมืองหลายพรรคและเป็นสมาชิก สปท. จึงต้องให้เวลาเพื่อให้ทุกคนได้มีเวลาจริงๆ ทั้งนี้จะคุยกับนายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองในฐานะผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับรายละเอียดการทำงานว่า คณะกรรมการมีอำนาจมากน้อยแค่ไหนและมีอิสระเพียงใดเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการทำงาน ยืนยันไม่รู้สึกกังวล เพราะคณะกรรมการชุดนี้ตั้งขึ้นโดยประธาน กกต. ไม่ได้เป็นของรัฐบาลหรือ คสช.

“มีชัย” ไม่เปลี่ยนหลักการ ก.ม.ลูก

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธาน เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ นายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า วันนี้จะตรวจดูความเรียบร้อยกฎหมายลูกพรรคการเมืองและกฎหมายลูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามข้อเสนอที่ผู้เกี่ยวข้องส่งมาว่าจะปรับปรุงให้ได้แค่ไหน สำหรับเรื่องทะเบียนสมาชิกที่ กรธ.ให้สมาชิกไปปรับปรุง ยังยืนยันหลักการเดิมไว้ ส่วนปลีกย่อยอาจปรับปรุงให้พรรคไม่ลำบากเกินไป ส่วนกำหนดเวลา 180 วันในการ ปรับปรุงระบบสมาชิกพรรคก่อนลงเลือกตั้ง เราไม่ได้เขียนโทษไว้ แต่หากทำไม่เสร็จไม่สามารถส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งได้ กำลังดูว่าข้อเสนอที่ส่งมาเกี่ยวข้องกับการขยายเงื่อนเวลาหรือไม่ แต่ถ้าขยายต้องเข้าใจว่า การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป

อะลุ่มอล่วยให้เวลา สนช.เตรียมตัว

นายมีชัยกล่าวถึงขั้นตอนส่งร่างกฎหมายลูกต่อไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า ได้ประสานกันอยู่ กรณีหากรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้เป็นทางการในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ สนช.ขอมาให้ส่งกฎหมายลูกไปให้หลังจากพ้นช่วงหยุดยาว เพราะเมื่อ กรธ.ส่งไปต้องเริ่มกระบวนการนับหนึ่งทันที เมื่อเป็นวันหยุดยาวอาจทำให้เขาทำงานไม่ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญจะประกาศใช้เมื่อใดได้แต่ทำเตรียมไว้ หากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ช่วงวันหยุดแล้วเราส่งไปเลยเขาก็จะถูกนับหนึ่งเขาจะลำบาก เราต้องอะลุ่มอล่วยกัน ประสานกันอยู่ตลอด เมื่อถามว่า หากทอดเวลาแบบนั้นจะทำให้ถูกมองว่ายื้อเวลาเลือกตั้งหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ก็ไปไม่กี่วัน หากรัฐธรรมนูญลงมาช่วงหลังสงกรานต์ก็ไม่ต้องทอดเวลา แต่หากลงมาก่อนสงกรานต์ก็ต้องเว้นให้เขาหน่อย คงไม่กี่วัน อย่างไรก็ตามการส่งกฎหมายลูกของ กรธ. คงไม่ต้องรอจนกว่า สนช.จะผ่านข้อบังคับการประชุมฉบับใหม่เสร็จ เพราะไม่ทราบว่าใช้เวลานานเท่าใด หากใช้เวลาพิจารณา 1 เดือนก็แย่

“วิษณุ” ยันไม่ใช้ ม.44 ยื้อรีดภาษีหุ้นชิน

เมื่อเวลา 12.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บภาษี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กรณีขายหุ้นชินคอร์เปอร์เรชั่น ประกอบด้วย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ กรมสรรพากรเข้าหารือ ว่า มีความคืบหน้าอยู่เหมือนกัน แต่ในที่สุดต้องให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจ เมื่อถามถึงกรณีมีข้อเสนอให้ใช้มาตรา 44 ขยายอายุความออกไป นายวิษณุตอบว่า ไม่มียืนยันจะไม่ทำอะไรที่ฝ่าฝืนหลักนิติธรรม เมื่อถามย้ำว่า เรื่องดังกล่าวยังคงยึดอายุความ 10 ปีใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ใช่ ในการหารือไม่มีการพูดถึงการขยายเวลา เมื่อถามอีกว่า กรมสรรพากรระบุว่ากรณีดังกล่าวอายุหมดตั้งแต่ มี.ค.ปี 55 นายวิษณุตอบว่า เรื่องมันยืดยาว ตอบสั้นๆ ไม่ได้ ไม่ขอตอบรายละเอียดใดๆมากไปกว่านี้

ด้าน พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาฯ ปปง. กล่าวว่า “ผมไม่สามารถให้รายละเอียดได้ แต่ในที่ประชุมได้ข้อสรุปที่รัฐบาลแฮปปี้” จากนั้นนายวิษณุพร้อมด้วยนายอภิศักดิ์ และ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ ได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อรายงานผลการหารือต่อนายกฯ

สตง.บี้สรรพากร–เล็งยื่น ป.ป.ช.ฟัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สตง.ได้รายงานรองนายกฯเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าการดำเนินการเรียกเก็บภาษีนายทักษิณ สามารถดำเนินการได้ตามมาตรา 61 ของประมวลรัษฎากร ไม่จำเป็นต้องยึดตามมาตรา 19 ที่ต้องมีการแจ้งเตือนไปก่อน โดยอายุความการเรียกเก็บภาษีจะหมดลงในระยะเวลา 10 ปีคือวันที่ 31 มี.ค.นี้ ส่วนการดำเนินการกับกรมสรรพากรกรณีไม่เรียกเก็บภาษีช่วงที่ผ่านมา ได้แจ้งไปยังกระทรวงการคลังให้ตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องว่าปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องหรือไม่แล้ว ส่วนการดำเนินการกับผู้ที่มีส่วนกับการเรียกเก็บภาษีในขณะนี้จนอายุความจะหมดลงนั้น หากไม่สามารถเรียกเก็บภาษีได้ทันตามอายุความ สตง.ก็อาจต้องแจ้งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

“มาร์ค” จี้สะสางให้หายข้องใจ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกรมสรรพากรยังไม่เรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและผู้เกี่ยวข้องว่า ในปี 2555 ซึ่งเป็นปีที่ครบกำหนดต้องออกหมายเรียกผู้ยื่นแบบชำระภาษีที่ยังค้างชำระไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องมาไต่สวนภายในเวลา 5 ปี พวกตนในขณะนั้นเป็นฝ่ายค้านได้เข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงคลังว่า จะปล่อยเรื่องนี้หมดอายุความไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีการดำเนินการ เรื่องนี้หากปล่อยไป การทำนิติกรรมหรือใช้นอมินีก็ไม่ต้องเสียภาษี ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ต้องสะสางให้ชัดว่าใครเป็นผู้เสียภาษี แต่หากบอกว่าเกินอายุความ ต้องสอบเท็จจริงว่าใครเกี่ยวข้องจึงปล่อยให้หมดอายุความ ส่วนการอ้างว่าเงิน 4.6 หมื่นล้านบาทถูกยึดไปแล้ว ทำให้ไม่ต้องเสียภาษีนั้น ต้องแยกกันระหว่างการยึดทรัพย์และภาระการจ่ายภาษี จะนำมาปะปนกันไม่ได้

แนะรัฐเก็บภาษีที่ดินแทนขึ้นแวต

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT เพิ่มอีก 1 เปอร์เซ็นต์ว่า ต้องประเมินว่ามีความจำเป็นทางการคลังและมีความจำเป็นใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่ โดยรวมวันข้างหน้ามีความจำเป็นที่จะต้องเก็บภาษีให้ได้มากขึ้นอย่างแน่นอน แต่ยังมีทางเลือกอื่น ไม่ใช่เฉพาะวิธีการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวอย่างเช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีไปลดภาษีนิติบุคคลนั้นทำให้รัฐสูญเสียรายได้ อยากให้รัฐบาลไปสรุปว่าการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลมีการลงทุนเพิ่มขึ้นจำนวนเท่าใด หากเทียบกับรายได้ที่เสียไป ดังนั้นมันง่ายเกินไปที่จะบอกว่ารัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายจึงต้องขึ้น VAT เพราะเป็นภาระที่ผลักให้กับคนทั้งประเทศ นอกจากนี้ยังมีความสุ่มเสี่ยงที่จะมีการขึ้นราคาสินค้า

สินบน ปตท.แนวเดียวกับการบินไทย

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีบริษัทโรลส์รอยซ์ จ่ายสินบนการจัดซื้อเครื่องยนต์ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แก่เจ้าหน้าที่รัฐ เตรียมนัดประชุมเพื่อวางแผนไต่สวนคดีสินบนโรลส์รอยซ์ว่า ในสัปดาห์นี้กรรมการ ป.ป.ช. 3 คนที่รับผิดชอบสำนวนคดีดังกล่าวจะประชุมในวันที่ 15 หรือ 17 มี.ค.เพื่อกำหนดแผนการไต่สวน เชิญพยานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ป.ป.ช.จะเร่งดำเนินการเพราะเป็นคดีอยู่ในความสนใจของประชาชนและสังคม หากมีมูลเพียงพอชี้มูลความผิดได้จะรีบดำเนินการ รอช้าไม่ได้ หากพบพยานหลักฐานว่าใครต้องรับผิดชอบ จะแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อให้มาแก้ข้อกล่าวหา และสรุปสำนวนส่งให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณาต่อไป ส่วนความคืบหน้าการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนสินบนโรลส์รอยซ์ ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คาดว่าภายในปลายเดือน มี.ค.จะทราบผล ขณะนี้ดำเนินการแสวงหาข้อมูล เพื่อนำไปสู่การตั้งคณะอนุกรรมการได้ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาจะมีลักษณะใกล้เคียงกับกรณีสินบนการบินไทย คือ มีทั้งนักการเมือง อดีตผู้บริหาร ปตท.และอดีตเจ้าหน้าที่ของ ปตท. และ ปตท.สผ.เกี่ยวข้อง

“วิษณุ” แจงผู้แทนไทยบินทัวร์สวิตฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Somsak Jeamteerasakul” ถึงกรณีคณะผู้แทนไทยเดินทางไปร่วมประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จำนวน 46 คนโดยตั้งข้อสังเกตว่าไปเที่ยวฟรีด้วยเงินภาษีประชาชนว่า ตนไม่ทราบว่าเดินทางไปกี่คน แต่เขามีภารกิจต้องทำหลายเรื่อง และมีการประชุมกรรมการหลาย คณะ ซึ่งมีอีกคณะหนึ่งที่ต้องแยกตัวไปที่ประเทศออสเตรียเพื่อประชุมอีกเรื่องหนึ่งด้วย

ชง ครม.อนุมัติ ก.ม.ยุทธศาสตร์-ปฏิรูป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 14 มี.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ และร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ให้ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการเสนอร่างกฎหมายต่อไป โดยมีสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ เป็นการกำหนดให้มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ หลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศ สภาพบังคับของแผนการปฏิรูปประเทศ การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล รวมทั้งกำหนดกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาตินั้น เป็นการกำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ หลักเกณฑ์และวิธีการการจัดทำ กำหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่บรรลุเป้าหมาย และกลไกการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล รวมทั้งกำหนดการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง

แก้ยุทธศาสตร์ต้องรัฐสภาเห็นชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับเป็นกฎหมายที่ต้องตราตามร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ผ่านการออกเสียงประชามติ ซึ่งกำหนดให้ต้องดำเนินการประกาศใช้บังคับภายใน 120 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ส่วนหลักเกณฑ์การแก้ไขเพิ่มเติมยุทธศาสตร์นั้น ให้กระทำได้ในกรณีที่สถานการณ์ของโลกหรือสถานการณ์ของประเทศเปลี่ยนแปลงไปจนไม่สามารถหรือไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการตามเป้าหมายหรือยุทธศาสตร์ด้านหนึ่งด้านใดได้ โดยกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน

นายกฯนั่ง ปธ.กก.ยุทธศาสตร์ชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ กำหนดให้มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้าน ประกอบด้วย ประธานกรรมการปฏิรูปคนหนึ่ง และกรรมการปฏิรูปจำนวนไม่เกิน 40 คน ซึ่ง ครม.แต่งตั้งจากผู้แทนองค์กรภาคเอกชนหรือภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องและผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือมีประสบการณ์ในด้านที่ได้รับการแต่งตั้ง และต้องไม่เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ เว้นแต่เป็นคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ โดยจะมีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ทำหน้าที่จัดทำร่างแผนการปฏิรูปประเทศในด้านที่รับผิดชอบ ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา เป็นรองประธานคนที่หนึ่งและรองประธานคนที่สอง ตามลำดับ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประธานกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการโดยตำแหน่งที่มาจากองค์กรวิชาชีพที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆที่ ครม.แต่งตั้งขึ้น ไม่เกิน 40 คน โดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระคราวละ 5 ปี และให้จัดตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติขึ้น แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆไม่เกิน 15 คน

โปรดเกล้าฯตั้ง 3 รองราชเลขาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 13 มี.ค.เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในพระองค์ โดยมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุมัติให้โอนข้าราชการพลเรือน ในพระองค์ สังกัดสํานักพระราชวัง ไปรับราชการสังกัดสำนักราชเลขาธิการ และให้สำนักราชเลขาธิการดำเนินการรับโอนมาแต่งตั้งให้ดำรงตําแหน่งรองราชเลขาธิการ สํานักราชเลขาธิการ จํานวน 3 ราย ดังนี้ 1.พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต 2.พล.อ.ต.สมชาย เปล่งขำ และ 3.พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ และมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้โอน คุณจันทนี ธนรักษ์ ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ตำแหน่งรองราชเลขาธิการ ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ราชการบริหารส่วนกลาง สำนักราชเลขาธิการ ไปรับราชการในตำแหน่งกรมวังผู้ใหญ่ประจําพระองค์และผู้ช่วยราชเลขานุการ ในพระองค์ 904 สังกัดสํานักพระราชวัง ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

พระราชทานเครื่องราชย์ “บิ๊กโชย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ข้าราชการหลายคน อาทิ ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.2560 ประกาศ ณ วันที่ 23 ม.ค.2560 ขณะเดียวกัน ได้พระราชทานยศทหารชั้นนายพล ให้แก่ ว่าที่พันเอกหญิง อภิญญา ชุมสาย ณ อยุธยา และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นประถมาภรณ์ ช้างเผือก (ป.ช.) และประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ นายสมศักดิ์ เขมะรังษี ผู้ช่วยผู้จัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. 2560 มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอินทร์จันทร์ บุราพันธ์ ข้าราชการพลเรือน ในพระองค์ ตำแหน่งเลขาธิการคณะองคมนตรี เป็นรองราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.2560

ถอดยศ 2 นายทหารทำผิดร้ายแรง

นอกจากนี้ ยังมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอด น.ท.หญิง จารุวรรณ ช้างมูล ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ.2560 เนื่องจากได้กระทําผิดวินัยฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ เอาใจใส่ และรักษาประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง กล่าวคือ บกพร่องในหน้าที่ ไม่พัฒนาตนเอง ขาดความกระตือรือร้น เฉื่อยชา ขาดดุลพินิจที่ถูกต้อง ทําให้เกิดผลเสียแก่ราชการในพระองค์ จึงไม่สมควรดํารงอยู่ในยศทหารต่อไป ณ วันที่ 3 มี.ค.2560 มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอด พ.ต.ธนพนธ์ อยู่มั่น ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. 2560 ซึ่งเป็นวันที่มีคําสั่งปลดออกจากราชการ เนื่องจากใช้กิริยาวาจา ไม่สมควรหรือประพฤติไม่สมควร โต้แย้งพระราชกระแส อวดรู้ อวดดี และกระด้างกระเดื่อง ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ เกียจคร้าน ละทิ้งหรือเลินเล่อต่อหน้าที่ราชการ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญทองช้างเผือก และเหรียญจักรมาลา ที่บุคคลดังกล่าวได้รับพระราชทาน ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 ประกาศ ณ วันที่ 28 ก.พ.2560

3 อดีตนายกฯเป็นเจ้าภาพสวด “เจ๊ยุ”

เย็นวันเดียวกัน เวลา 18.30 น. ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร มีการสวดพระอภิธรรมศพนางยุวดี ธัญญสิริ อดีตนักข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล เป็นวันที่ 3 โดยนายอานันต์ ปันยารชุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายสมชาย วงสวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธี ท่ามกลางนักการเมืองและสื่อมวลชนที่มาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมเป็นจำนวนมากเหมือนเช่นเคย บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาลัย