วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมืองอีเวนต์

โดย เบี้ยหงาย

เป็น 2 โปรเจกต์ที่ไทยเราต้องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัด หนึ่งนั้นคือ การประชุมสมัชชาสหพันธ์กีฬา นานาชาติ (สปอร์ตแอคคอร์ด) หรือ “สปอร์ตแอคคอร์ด คอนเวนชั่น 2018” และอีกหนึ่ง การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สปอร์ตแอคคอร์ดนั้น ใช้งบประมาณราวๆ 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าลิขสิทธิ์อยู่ 40 ล้านบาท คุยกันไว้ว่าจะมีผู้แทนองค์กรกีฬา และคนจากสหพันธ์กีฬานานาชาติ เข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดทิศทางของวงการกีฬาระดับโลก กว่า 2,000 คน ในปีหน้า ซึ่งมีเสียงค้านออกมาอยู่ตลอด นำโดยฟากฝั่งคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย องค์กรกีฬาหลักแห่งหนึ่งของประเทศ

ส่วนโมโตจีพีแรกเริ่มมีค้านบ้าง ก็ตรงประเด็นของเงินที่จะมาจัด ซึ่งรัฐจะออกราวๆ 100 ล้าน ที่เหลือเอกชนรับไป พอที่มาของเงินไม่ได้เอาจากเงินกองทุนฯที่อาจจะไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ไปใช้ช่องทางอื่น ก็ดูจะเงียบไป และเริ่มจะรับรู้กันได้ว่าประโยชน์จะเกิดขึ้นในหลายส่วน

แม้กระทั่งมีโพลสำรวจพี่น้องประชาชนออกมา ก็ยังเห็นด้วยมากกว่าไม่เห็นด้วย ในเปอร์เซ็นต์ที่ต่างกันมากพอสมควร

สถานการณ์ล่าสุด มีคำปรารภออกมาจากบิ๊กๆกีฬาในลักษณะที่ว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับในหลักการเรื่องจัดประชุมสปอร์ตแอคคอร์ดออกมาแล้ว ส่วนโมโตจีพียังรออยู่ !

ก็น่าแปลกที่งานที่เสียงคัดค้านมากกว่า และใช้งบประมาณเปลืองกว่า ส่วนประโยชน์จับต้องได้มากแค่ไหนไม่รู้ มีแต่เห็นยอดจำนวนคนที่จะเข้ามาประชุมซึ่งเราก็ดูแลให้ หรือจะมองไปที่การเพิ่มโอกาสของมวยไทย จะได้เข้าไปแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก อันเป็นคำพูดยอดฮิต และใช้สร้างประโยชน์ วาดวิมาน ได้อยู่ตลอดเวลา ใครพูดก็ดูดีได้ชื่อ ได้หน้าได้ตา และได้ประโยชน์แก่ตัวไป ส่วนจะได้แข่งจริงๆหรือไม่ โน่นอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ซึ่งก็แปลก คนที่อยู่ในแวดวงกีฬาจริงๆ ซึ่งไม่มีส่วนได้ส่วนเสียแต่อย่างไร ฟังแล้วยิ้มไปส่ายหน้าไป ออกอาการไม่เชื่อเสียมากกว่า

แต่สปอร์ตแอคคอร์ด ก็มีการบอกกล่าวกันมาว่า ครม.เห็นชอบในหลักการแล้ว

ฝั่งโมโตจีพี ซึ่งมีประโยชน์หลายมิติ ทั้งคนมาแข่ง ทีมงาน คนดู รวมถึงการถ่ายทอดสดไปประเทศต่างๆ ด้านท่องเที่ยวทั้งคน และเครือข่ายวงจรท่องเที่ยว บริษัททัวร์ สร้างกีฬาอาชีพ สร้างแรงบันดาลใจ ตลอดจนอุตสาหกรรมยานยนต์ บวกภาพลักษณ์ เป็นอีเวนต์พีอาร์ประเทศ และชัดเจนว่าจะต้องมีเงินไหลเข้าในด้านต่างๆ ส่วนจะมากมายมหาศาลขนาดไหน คุ้มค่ามากหรือน้อย ก็ต้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปคิดคำนวณดูเอง

แม้ว่าโมโตจีพีจะเป็นประโยชน์ จะมากน้อยขึ้นกับการเดินเกมวางกลยุทธ์ให้ดี แต่ในทางคู่ขนานกันก็อย่าหลงระเริงกับเกมแข่งความเร็วอันนี้ จนละเลยกับการวางมาตรการที่จะทำควบคู่กันไปเพื่อป้องกันปัญหาทางสังคมที่อาจมีผลพวงจากโมโตจีพีเป็นตัวกระตุ้น ด้วยปัจจุบันบิ๊กไบค์ในบ้านเรามากขึ้น อย่างก้าวกระโดด และเริ่มจะเกิดปัญหามากขึ้น หลากหลายขึ้น ทั้งเรื่องอุบัติเหตุและความเป็นกลุ่มก้อน ที่อาจสร้างความหวาดเสียวให้กับสังคม รวมถึงเรื่อง เก่าอย่างเด็กแว้น ที่ยังเป็นปัญหา ล้วนแล้วแต่มีท่อที่ตรงไปถึงการซิ่งมอเตอร์ไซค์ในสนาม “โมโตจีพี” ได้เช่นกัน

ทุกอย่างมีดีมีเสีย ต้องทำให้ด้านดีมีมากกว่าอย่างเด่นชัด

ดูแล้วคงจัดหมด ไทยแลนด์ซะอย่าง ชอบงานอีเวนต์อยู่แล้วครับ...

“เบี้ยหงาย”