วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บทเรียนกรณีธรรมกาย

คำแถลงของ พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอที่ว่า การเข้าตรวจค้นไม่พบตัวพระธัมมชโย หลังจากนี้จะยุติการตรวจค้น และจัดให้พระธัมมชโยเป็นผู้หนีคดีตามหมายจับ และกลุ่มผู้สนับสนุนวัดพระธรรมกายก็จะยุติการชุมนุม เป็นความล้มเหลวหรือความสำเร็จของหน่วยปราบมือหนึ่งของประเทศ ที่ถือดาบอาญาสิทธิ์ ม.44 แล้วแต่มุมมอง

แต่จากการใช้กำลังตำรวจดีเอสไอ และทหารรวมกว่า 4 พันคน ปิดล้อมวัดพระธรรมกายนานถึง 23 วัน เพื่อจับกุมพระธัมมชโยผู้ต้องหาคดีฟอกเงินและรับของโจร น่าจะทำให้สังคมไทยเรียนรู้บทเรียนร่วมกันหลายบท ตัวอย่างเช่น เสียงเชียร์เย้วๆ ให้จับพระสึกกลางอากาศ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ตามใจ ต้องยึดหลักกฎหมายและพระวินัย

หลายฝ่ายเชียร์ให้ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติเรื่องการสึกหรือสละสมณเพศของพระธัมมชโย แต่ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ชี้แจงว่า มส.ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ แต่ ผอ.พศ.ได้ยื่นหนังสือถึงเจ้าคณะใหญ่หนกลางให้พิจารณา แต่จะต้องผ่านเจ้าคณะปกครองตามลำดับ อันได้แก่ เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด อำเภอ ตำบล จนถึงเจ้าอาวาส

การพิจารณาตัดสินความผิดทางวินัยสงฆ์ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน เช่นเดียวกับการดำเนินคดีอาญา ตามกระบวนการยุติธรรมต้องผ่านพนักงานสอบสวน อัยการ และศาลอีก 3 ศาล ที่พูดกันว่าพระธัมมชโยถูกกล่าวหารับของโจร เข้าข่ายละเมิดอาบัติปาราชิกฐานลักทรัพย์ ขาดจากภิกษุอาจถูกจับสึกได้ จึงไม่ถูกต้อง เพราะยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ฉะนั้น หากพระธัมมชโยมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตน ควรจะมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ต้องมั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากการดำเนินการที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบและถ่วงดุลไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ตัดสินฝ่ายเดียว แต่ต้องผ่านพนักงานสอบสวน อัยการ และ 3 ศาล อาจต้องใช้ต่อสู้คดีเป็นเวลานานนับสิบปี

บทเรียนอีกบทหนึ่งคือการใช้ ม.44 เพื่อจับกุมผู้ต้องหาคดีอาญา ไม่ศักดิ์สิทธิ์เสมอไป แม้ ม.44 จะเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจเด็ดขาดที่สุด เด็ดขาดกว่ากฎหมายใดๆ แม้แต่รัฐธรรมนูญ เพราะ ม.44 ให้หัวหน้า คสช.มีอำนาจสั่งการ ระงับยับยั้งหรือกระทำการใดๆก็ได้ ไม่ว่าจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ทางบริหาร หรือทางตุลาการ ตั้งข้อหาเองและตัดสินเองได้

บทเรียนอีกบทหนึ่งเป็นของคณะสงฆ์ พระภิกษุผู้มีชื่อเสียงโด่งดังต้องระวังเรื่อง “สตรีกับสตังค์” มีพระดังๆหลายรูปที่ถูกสั่งให้สละสมณเพศเพราะมั่วสีกา ส่วนกรณีพระธรรมกายไม่เกี่ยวกับสีกา แต่มีเรื่องราวเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทอง ถูกกล่าวหาและเป็นคดีมาโดยตลอด แต่องค์การปกครองคณะสงฆ์อ่อนแอ ไม่เร่งแก้ปัญหาก่อนที่จะลุกลามบานปลาย.