วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โอกาสทอง..ไก่ไทย

โดย สะ-เล-เต

ไข้หวัดนกระบาดในหลายทวีป โดยเฉพาะสหรัฐฯ ผู้ส่งออกไก่อันดับ 2 ของโลก ญี่ปุ่นและไต้หวันมีคำสั่งห้ามนำเข้าสัตว์ปีกจากสหรัฐฯ แล้ว ส่วนฮ่องกงกำลังจะห้ามนำเข้าสัตว์ปีกที่มาจากรัฐเทนเนสซี

ล่าสุด กระทรวงเกษตรเกาหลีใต้ได้สั่งห้ามการนำเข้าไข่และสัตว์ปีกเป็นจากสหรัฐฯเช่นกัน มีผลบังคับมาตั้งแต่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังอนุญาตให้นำเข้าเนื้อไก่ที่ผ่านความร้อนแล้วและผลิตภัณฑ์จากไข่

“หลายประเทศระงับการนำเข้าสัตว์ปีกจากสหรัฐฯ เป็นปัจจัยเสริมให้ไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น เนื่องจากเรามีความสำเร็จในการป้องกันจนปลอดโรคมาร่วม 10 ปี และยังคงเดินหน้ามาตรการติดตามป้องกันและเฝ้าระวังโรคเข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเลี้ยงไก่เพื่อการส่งออกที่เลี้ยงในระบบคอมพาร์ตเมนต์ องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศหรือ OIE รับรองว่า เป็นวิธีการที่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดนกได้จริง ส่งผลให้หลายประเทศหันมาสั่งซื้อไก่สดแช่เย็นและแช่แข็งของไทย โดยเฉพาะญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ที่หยุดนำเข้าไก่สดจากไทยมา 12 ปี แล้วกลับมานำเข้าใหม่อีกครั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว” น.สพ.สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงความสำเร็จของอุตสาหกรรมไก่เนื้อของไทย

ผู้จัดการสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย นายคึกฤทธิ์ อารีปกรณ์ ให้ข้อมูลการส่งออกไก่ ขณะนี้ไทยได้รับออเดอร์จากเกาหลีใต้มากขึ้นเพื่อทดแทนไก่จากสหรัฐฯ ดังนั้น เราควรใช้โอกาสนี้เปิดตลาดเพิ่ม เพราะไทยมีข้อได้เปรียบทั้งระยะทางที่ใกล้กว่าและฝีมือตัดแต่งที่ดีกว่า ขณะเดียวกันตลาดส่งออกหลัก ทั้งญี่ปุ่นและยุโรป มีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยปี 2559 สามารถส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ได้มากถึง 7.4 แสนตัน มูลค่า 95,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ส่วนปีนี้คาดว่าจะส่งออกไม่ต่ำกว่า 7.6 แสนตัน มูลค่าประมาณ 97,000 ล้านบาท

ด้านผู้ประกอบการ นายประสิทธิ์ ฉลองชัยชาญ รองกรรมการผู้จัดการบริหารซีพีเอฟ ให้ความเห็นถึงกรณีกรมปศุสัตว์ที่ได้เพิ่มมาตรการและความเข้มงวดในการตรวจสอบทุกขั้นตอนตลอดกระบวนการผลิตไก่ ยิ่งช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับประเทศคู่ค้ามากยิ่งขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมการส่งออกไก่ของไทยยังเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงซีพีเอฟที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากปัจจัยที่หลายประเทศในภูมิภาคมีปัญหาหวัดนก.

สะ–เล–เต