บริการข่าวไทยรัฐ

พ่อน้ำตานองโผกอดลูก ถูกลักจาก รพ. ขโมยสาวอ้างลูกตาย-กลัวสามีเสียใจ

พบแล้วทารกแรกเกิด ถูกสาวฉกออกจากโรงพยาบาลที่นครปฐม ตร.ตามไปเจอถึงบ้าน ตอนแรกอ้างว่าแท้ง กลัวสามีเสียใจ สุดท้ายยอมเปิดปาก มีลูกไม่ได้ เพราะทำหมันมากว่า 7 ปี ก่อเหตุเพราะต้องการผูกมัดสามีอายุน้อยกว่า ...

จากกรณี คนร้ายเป็นหญิง สวมเสื้อลายดอกขาวแดง กางเกงขายาวสีดำ รูปร่างท้วม อุ้มเด็กทารกเพศชายอายุเพียง 4 วัน ซึ่งเป็นลูกของคนงานพม่า เดินออกไปจากหน้าห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม แล้วเดินมุ่งหน้าออกไปทางด้านหน้าโรงพยาบาล ก่อนจะวิ่งข้ามถนนแล้วขึ้นรถแท็กซี่สีส้ม ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มุ่งหน้าเข้าเส้นทาง กรุงเทพมหานครหายไป เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ โดยวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ตร.นครปฐมเร่งตามตัวสาวแสบ ตีสนิทลักลูกแรกคลอดสาวพม่า หนีลอยนวล)

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (13 มี.ค.) ชุดสืบสวน รายงานว่า ได้พบทารกคนดังกล่าวแล้ว ภายในบ้านไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ริมถนนไผ่เตยใต้ ซึ่งนอนอยู่บนเตียง คู่กับ นางสุนีภร ศักดี อายุ 34 ปี ชาว อ.เมืองนครปฐม โดยมีเสื้อผ้าทารก และขวดน้ำนมวางอยู่ใกล้ๆ

นางสุนีภร เผยกับ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 ว่า ที่ทำเพราะลูกชายที่เพิ่งคลอด เมื่อวันที่ 9 มี.ค.60 เสียชีวิต เนื่องจากตอนท้องได้ 5 เดือน ได้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล แล้วแพทย์บอกว่า ตนท้องนอกมดลูก เด็กที่คลอดมาอาจเป็นอันตรายได้ ตนไม่กล้าเล่าให้สามีฟัง และเก็บเงียบเรื่อยมา จนคลอดแล้วลูกเสียชีวิต แต่สามีบอกจะมาเยี่ยม ตนก็ออกอุบายว่าลูกอยู่ในห้องกักเชื้อโรค ไม่ต้องมา และอีก 2 วันจะพาลูกกลับบ้าน กระทั่งเช้าวันที่ 10 ตนรีบออกจากโรงพยาบาล มาที่ รพ.ศูนย์นครปฐม เพื่อหาเด็กชายที่คลอดใกล้เคียงกัน เพราะบอกสามีไว้ว่าจะพาลูกกลับบ้านวันที่ 12 มี.ค.60 เลยเข้าไปป้วนเปี้ยนใน รพ.ศูนย์นครปฐม กระทั่งเจอเด็กที่เกิดใกล้เคียงกัน เมื่อเห็นว่าเป็นลูกคนเมียนมา เลยคิดว่า ไม่กล้าโวยวาย จึงลักกลับบ้าน เพื่อตบตาสามี

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 หลังสอบสวนเสร็จ เผยว่า สำหรับคดีนี้ตำรวจสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว เพราะตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดจากถนน และร้านค้า ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ ผู้ต้องหาที่สูญเสียลูก เลยคิดสั้น และไม่อยากให้สามีเสียใจ รู้เรื่องที่บุตรเสียชีวิต และเท่าที่สอบสวนไม่มีพฤติกรรมในการลักเด็กเพื่อเอาไปขายแต่อย่างใด เป็นเพียงแค่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ อย่างไรก็ตามจะต้องถูกดำเนินคดี ในเบื้องต้นตั้งข้อหาพรากผู้เยาว์ไว้ก่อน และสั่งให้สอบสวนอย่างละเอียดว่า การกระทำของผู้ต้องหานั้นพฤติกรรมส่อไปในทางจับเด็กขายหรือไม่ หากพบก็ให้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมไป พร้อมกับให้แจ้งรถพยาบาลจาก รพ.ศูนย์นครปฐม มารับตัวเด็กทารกไปตรวจ

ด้าน หนุ่มพม่า พ่อของเด็กทารก หลังจากทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มาดูตัวคนร้ายและบุตรชาย เพื่อยืนยันว่าเป็นบุตรของตนหรือไม่ เมื่อเดินทางมาถึงเห็นทารก ได้โผกอดลูกด้วยน้ำตานองหน้า พร้อมชี้ตัวยืนยันว่า นางสุนีภร เป็นคนที่เข้ามาตีสนิทกับภรรยา และเป็นคนอุ้มลูกหนีออกจาก รพ. แต่เมื่อฟังคำรับสารภาพของนางสุนีภร แล้ว เผยว่า รู้สึกเห็นใจ เพราะบุตรเสียในวันที่ลูกชายเกิดพร้อมกัน โดยไม่ขอเอาเรื่อง และยังขอบคุณ นางสุนีภร ที่เลี้ยงบุตรให้อย่างดีด้วย

ขณะที่ สามี ของนางสุนีภร เผยว่า เรื่องที่ภรรยาทำนั้นตนเองไม่ทราบเรื่อง หากทราบคงต้องห้าม บุตรสามารถมีอีกได้ ภรรยากลัวตัวเองจะเสียใจเลยคิดสั้นไป ก่อนที่ตำรวจจะนำตัวนางสุนีภร ไปดำเนินคดี ทั้ง 2 ได้กอดกันร้องไห้เสียงดัง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเจ้าหน้าที่คุมตัว นางสุนีภร มาสอบสวนต่อ ที่ สภ.เมืองนครปฐม เนื่องจากยังติดใจในพฤติกรรมของผู้ต้องหา ที่อ้างว่าท้องมดลูก แต่กลับฟื้นตัว และออกจากโรงพยาบาลที่ราชบุรีได้เร็ว จึงได้สอบถามไปยังโรงพยาบาล ปรากฏว่า ไม่พบข้อมูลของ นางสุนีภา เข้าทำการรักษา เมื่อเค้นถาม นางสุนีภร จึงยอมรับสารภาพว่า ไม่ได้ท้องแต่อย่างใด และทำหมันมานานกว่า 7 ปีแล้ว สาเหตุที่ต้องโกหก เนื่องจากต้องการผูกมัดสามีใหม่ ที่มีอายุเพีงแค่ 22 ปี และจะขอเลิก เลยเอาเรื่องเด็กทารกอ้าง เนื่องจากเห็นว่าสามีเป็นคนรักเด็ก ระยะหลังสามีเริ่มสงสัย เนื่องจากท้องไม่บวม จึงต้องเอาผ้ามาห่อ แล้วบอกว่าหมอนัดไปคลอด ก่อนที่จะก่อเหตุลักเด็กดังกล่าว พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้นำเด็กไปขาย เนื่องจากตัวเองก็ลักเด็กเช่นกัน