บริการข่าวไทยรัฐ

โหร ส.ว. บุญเลิศ ฟันธง! ไทยถึงเวลาปฏิรูปพระศาสนา คล้ายยุค ร.4

โหร ส.ว.บุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา ชี้ การเคลื่อนตัวดวงดาวบ่งบอกถึงเวลาปฏิรูปคณะสงฆ์-พระศาสนา ฟันธง ซ้ำรอยยุค ร.4 บริหารจัดการขนานใหญ่

วันที่ 11 มี.ค. บุญเลิศ ไพรินทร์ อดีตส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ หรือฉายา โหรส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีการปฏิรูปคณะสงฆ์ ว่า อยากคุยถึงเรื่องการปฏิรูปการบริหารจัดการคณะสงฆ์ในพระพุทธศาสนาโดยใช้โหราศาสตร์ หรือการเคลื่อนตัวของดวงดาวบนท้องฟ้าเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2394 เปรียบเทียบกับการเคลื่อนตัวของดวงดาวในตอนนี้ คือ ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2560 มีความเหมือนกันอย่างมาก คือ การกระจายตัวของดวงดาวใน 2 ระยะ ว่า มีความเหมือนหรือคล้ายกันอย่างมาก ก็คือดาวพฤหัสบดี ตกในราศีกันย์ เป็นอริกับดวงเมืองประเทศไทยเหมือนกัน ซึ่งดาวพฤหัสบดีเป็นตัวแทนของศาสนาที่แท้จริง ศาสนาตกในที่เสียอ่อนกำลัง การบริหารจัดการพระพุทธศาสนาอ่อนแรง ฟอนเฟะ ไม่อยู่ในหลักธรรมที่ควรจะเป็นส่วนดาวที่เกี่ยวกับการปฏิรูป คือ ดาวมฤตยูอยู่ในราศีเมษกุมลัคนาดวงเมือง และดวงโลก ให้คุณและให้โทษแก่ดวงเมืองและดวงโลกเต็มที่ ให้คุณ คือ จะเข้ามาปฏิรูปการบริหารจัดการคณะสงฆ์ให้สอดคล้องกับพระธรรมวินัยได้มากยิ่งขึ้น ดังปรากฏแล้วเมื่อในหลวง รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินเมื่อรัชกาลที่ 3 เสด็จสวรรคต โดยการแยกเป็นธรรมยุติกนิกาย และมหานิกาย ที่ให้โทษก็คือ ดาวมฤตยูขึ้นมาในราศีเมษทำให้ประเทศสูญเสียพระมหากษัตริย์ทุกครั้งไป นั่นคือ เราต้องสูญเสียรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 9 ไปเช่นเดียวกัน

นายบุญเลิศ ระบุต่อว่า แต่เราจะมีการปฏิรูปการบริหารจัดการคณะสงฆ์ในลักษณะเดียวกันกับเมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 4 ได้ทรงปฏิรูปมาแล้วเมื่อพระองค์ได้ขึ้นครองราชย์หลังจากรัชกาลที่ 3 เสด็จสวรรคต แม้การปฏิรูปจะได้เกิดมาตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2379 ขณะที่รัชกาลที่ 4 ยังทรงพระผนวชอยู่ก็ตาม แต่ก็มาเกิดมรรคผลจริงจังเมื่อรัชกาลที่ 4 ได้ขึ้นครองราชย์ในวันที่ 2 เมษายน 2394 นั่นเอง ซึ่งหลังจากการใช้ มาตรา 44 กับการนำเอาตัวพระธัมมชโย มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมฐานที่ถูกกล่าวหาว่า ฟอกเงิน รับของโจรและอื่นๆ อีกมากมาย แม้จะยังไม่สามารถนำตัวพระธัมมชโย มาได้ก็ตาม แต่จะมีการปฏิรูปการบริหารจัดการคณะสงฆ์อย่างขนานใหญ่ คล้ายๆ หรือเหมือนกับการปฏิรูปในรัชกาลที่ 4 ทั้งนี้ เพราะดาวพฤหัสบดี (ศาสนา) กับดาวมฤตยู (ปฏิรูป) จรมาอยู่ในราศีเดียวกันใน 2 ระยะเวลาดังกล่าว การวิเคราะห์เหตุการณ์ที่จะเกิดเหมือนๆ หรือคล้ายคลึงกันนั้น ได้ใช้หลักโหราศาสตร์ล้วนๆ คือ การเคลื่อนตัวของดวงดาวที่มีอิทธิพลเหนือการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเข้าทำนองประวัติศาสตร์ซ้ำรอยนั่นเอง