วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผงะ! จะไถปรับหน้าดินปลูกสับปะรด เจอทุ่นระเบิดสังหารฝังเกลื่อน

ชาวสวนสับปะรด จ.ตราด ผงะ! นำรถไถปรับหน้าดินเตรียมปลูกสับปะรด กลับเจอทุ่นระเบิดสังหาร ชนิดกดระเบิด 6 ลูก คาดหลงเหลือมาจากการสู้รบของคนกัมพูชา ที่อพยพเข้ามาในฝั่งไทย และฝังดินซ่อนไว้...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มี.ค.60 ที่ สภ.เมืองตราด ได้รับแจ้งจาก นายศิริพงษ์ ศิริสาคร ชาวบ้านท่ากุ่ม หมู่ที่ 3 ต.ท่ากุ่ม อ.เมืองตราด ว่าพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายเป็นวัตถุระเบิดจำนวนหลายลูกถูกฝังอยู่ในที่ดินของตนเองในพื้นที่หมู่ 3 ต.ท่ากุ่ม อ.เมืองตราด ให้ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการตรวจสอบ หลังรับแจ้งจึงได้รายงานไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พร้อมทั้งประสานไปยัง ร.ต.ท.เชิดพันธ์ บุญล้อม หัวหน้าหน่วยทำลายวัตถุระเบิด (EOD) กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่นำอุปกรณ์เข้าทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบเป็นทุ่นระเบิดสังหารชนิดกดระเบิดอยู่กับที่ จำนวนทั้งหมด 6 ลูก แบ่งเป็น ชนิด MD 82 จำนวน 5 ลูก และชนิด TYPE 72 จำนวน 1 ลูก ทั้งหมดอยู่ในสภาพเก่า ถูกฝังอยู่ในดินกระจายอยู่ไม่ห่างกันนัก เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเก็บกู้ทุ่นระเบิดทั้งหมดได้อย่างปลอดภัย

สอบถามนายศิริพงษ์ ศิริสาคร เจ้าของที่ดิน เล่าว่า ตนเองได้ว่าจ้างรถไถให้มาทำการไถปรับหน้าดินเพื่อจะปลูกสับปะรดในที่ดินของตนเอง ซึ่งระหว่างที่รถไถกำลังไถปรับหน้าดินอยู่นั้น คนขับได้สังเกตเห็นวัตถุบางอย่างโผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน ด้วยความแปลกใจจึงหยุดรถและเรียกตนเข้าไปดูก็พบว่า วัตถุดังกล่าวมีลักษณะคล้ายระเบิด ตนจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบพร้อมทำการเก็บกู้ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ระเบิดที่พบทั้งหมดนี้น่าจะหลงเหลือมาจากในสมัยที่มีการสู้รบภายในของประเทศกัมพูชา และได้มีชาวกัมพูชาอพยพเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณดังกล่าวที่พบระเบิดนี้เคยใช้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวของชาวกัมพูชาที่อพยพเข้ามาในสมัยนั้น ซึ่งอาจจะตกหล่นหลงเหลืออยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกู้ระเบิดทั้งหมดไปทำการเก็บไว้ที่คลังของหน่วยทำลายวัตถุระเบิด (EOD) กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด เพื่อรอการทำลายทิ้ง พร้อมทั้งฝากเตือนประชาชนที่พบวัตถุต้องสงสัยในลักษณะนี้ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ไม่ควรไปหยิบจับเองหรือเก็บไว้ เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้.


(ภาพจาก : หน่วยทำลายวัตถุระเบิด (EOD))