วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขนศพน้องปอนด์ ส่งนิติเวช-ผ่าใหม่

ผบก.ป.รอรับ18โจ๋โหด สอบเรียงตัวคดีรุมฆ่า!

แม่น้องปอนด์ เหยื่อโหด 18 โจ๋เพชรบุรีรุมฆ่า นำศพลูกชายส่งสถาบันนิติเวช รพ.ตร.ชันสูตรใหม่อีกครั้ง ร่ำไห้ยังทำใจไม่ได้ ด้านทนายสงกานต์เตือน 18 โจ๋ หากปฏิเสธและไม่ให้การตามคำแนะนำของผู้ปกครองบางคน จะไม่เป็นผลดี ด้านผู้การกองปราบฯรับพนักงานสอบสวนท้องที่จะส่งสำนวนพร้อม 18 ผู้ต้องหา วันที่ 14 มี.ค.นี้ ขณะที่สวนดุสิตโพลชี้คดีนี้โหดเหี้ยมทารุณ กระทำเกินกว่าเหตุ และให้ดำเนินคดีถึงที่สุด

กรณีนายธีระพงษ์ หรือปอนด์ ฐิตะฐาน อายุ 24 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี ถูกกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ทั้งผู้ชายและผู้หญิง 18 คน บุกเข้าไปรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม ก่อนใช้ไขควงแทงศีรษะและกระทืบซ้ำจนทะลุกะโหลกเสียชีวิต โดยเพื่อนๆที่อยู่ด้วยกันอีก 4 คนบาดเจ็บ เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุนางอารีรัตน์ ชมโลก อายุ 50 ปี แม่ผู้เสียชีวิตประกาศเอาเรื่องผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด แต่ยังกังวลว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะ 1 ในกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นลูกคนในเครื่องแบบ จนกระทั่งมีคำสั่งโอนคดีไปที่กองบังคับการปราบปราม และย้าย พ.ต.อ.ภคิน ศิวเมธากุล ผกก.สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ช่วยราชการที่ ศปก.ตร.ภาค 7

ความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 มี.ค. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และนางอารีรัตน์ ชมโลก แม่นายธีระพงษ์ ฐิตะฐาน ผู้ตาย และญาติ ร่วมกันนำร่างไร้วิญญาณของนายธีระพงษ์ออกจากบ้านเกิดที่จ.ชุมพร มามอบให้เจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชฯ เพื่อผ่าชันสูตร ตรวจหาร่องรอยบาดแผลทางนิติวิทยาศาสตร์ และหาดีเอ็นเอ อย่างละเอียด

นายสงกานต์กล่าวว่า คดีนี้ญาติผู้ตายให้ตนรับผิดชอบ พบข้อพิรุธข้อสงสัยมากมาย โดยนางอรุณี ดีสุวรรณ อายุ 52 ปี ป้าผู้ตาย ได้ส่งหลักฐานในคดีให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ใช้เป็นหลักฐานประกอบการสืบสวนสอบสวน และขอให้โอนคดีให้กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เนื่องจากพยานบางปากไม่กล้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนท้องที่ และอาจมีการข่มขู่พยานจากผู้ที่มีอิทธิพลในท้องถิ่น จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ มีคำสั่งโอนคดีมายังกองปราบปราม และให้มีการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยผลการผ่าพิสูจน์คาดไว้ไม่เกิน 15 วัน ส่วนความเคลื่อนไหวต่อจากนี้ ในวันที่ 13 มี.ค. เวลา 13.00 น.

นางอารีรัตน์และเพื่อนๆผู้ตาย จะไปที่กระทรวงยุติธรรม เนื่องจากได้ประสานนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อปรึกษามาตรการคุ้มครองพยานนอกเหนือจากที่ตำรวจดูแล รวมทั้งเรื่องการเยียวยาผู้เสียหาย จากนั้นวันที่ 14 มี.ค. สภ.ชะอำ จะส่งผู้ต้องหาทั้ง 18 คน มาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดยแยกสอบปากคำทีละคน คาดว่าจะมีอีก 2 คน ถูกออกหมายจับเพิ่มเติมด้วย

นายสงกานต์กล่าวอีกว่า อยากจะฝากถึงผู้ปกครองผู้ต้องหาทั้งหมด หากบุตรหลานของท่านทุกคนปฏิเสธและไม่ให้การ จะไม่เป็นประโยชน์แก่น้องๆอย่างแน่นอน อาจจะถูกตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ถ้าต่างคนต่างให้การ จะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และจะพิจารณาได้โดยง่าย อย่าไปเชื่อผู้ปกครองบางคนที่โทรศัพท์มาหาว่าไม่ต้องให้การใดๆเดี๋ยวจะหาทนายให้ อยากให้น้องๆ ให้การอย่างอิสระ ให้การกับตำรวจกองปราบฯ ตามความเป็นจริง พูดไปเลย ใครลงมือทำอะไรบ้าง ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะมีข้อมูลหมด ใครเป็นคนใช้ไขควงแทง ใครเป็นคนกระทืบไขควงซ้ำ ใครเป็นคนใช้ขวดเบียร์ตี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลอีกว่า มี 1 ใน 18 คน ได้ส่งข้อมูลเป็นคลิปเสียงมาทางเฟซบุ๊กตน ว่ามีลูกผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เป็นคนลงมือกระทำความผิด โทรศัพท์แจ้งทุกคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะให้การในชั้นศาลแล้วจะหาทนายความให้ ดังนั้น อยากให้น้องๆคิด ทำไมถึงจะต้องไปร่วมข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หากไม่ได้เป็นคนลงมือ อย่าเสี่ยงเลย

ภายหลังส่งศพให้กับเจ้าหน้าที่นิติเวชฯ นางอารีรัตน์ แม่ผู้ตายกล่าวทั้งน้ำตาว่า เสียใจเป็นอย่างมาก ถึงจะผ่านมาหลายวัน ยังทำใจไม่ได้ ยังคิดถึงลูกตลอดเวลา ตอนนี้ทำอะไรไม่ถูก ครอบครัวเสียใจอย่างมาก มอบหมายให้ทนายเป็นคนเดินเรื่อง และ ขอให้ตำรวจกองปราบฯจับคนร้ายได้โดยเร็ว คิดว่าการหาความจริงในยุคนี้ไม่น่าจะยาก อย่างไรก็ตาม ครอบครัวก็ไม่มีใครมาข่มขู่หรือมาในลักษณะไม่ดี แต่กับเพื่อนน้องปอนด์เป็นห่วง เพราะเมื่อวันที่ 12 มี.ค. มีคนบอกว่ามีรถต้องสงสัยไม่เคยเห็นขับวนเวียนแถวหอพัก

ด้านนายวิวัฒน์ อรุณเมธา อายุ 42 ปี น้าชายผู้ตาย กล่าวว่า การที่ทางครอบครัวนำร่างน้องปอนด์มาให้แพทย์นิติเวชฯ รพ.ตร.ชันสูตรอีกครั้ง เพราะเนื่องจากในครั้งแรกรายละเอียดไม่ครอบคลุม ระบุแค่ร่องรอยภายนอกร่างกาย แต่ไม่มีรายละเอียดถึงอวัยวะภายใน อยากจะพิสูจน์ใหม่เพื่อจะได้เอาไปใช้ในการประกอบสำนวนการสืบสวนสอบสวน เพื่อนำไปดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต. สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป.เปิดเผยว่า สำนวนคดีและผู้ต้องหาที่ได้ประกันตัวไปทั้งหมดจาก จ.เพชรบุรี จะมีการส่งมาให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามในวันอังคารที่ 14 มี.ค.นี้ โดยจะมี พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป.เป็นหัวหน้าชุดคณะพนักงานสอบสวนตรวจสอบรายละเอียดต่างๆในสำนวน ต้องมาดูว่ายังขาดอะไร ต้องแสวงหาหลักฐาน พยานต่างๆ มาประกอบเพิ่ม โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.จะเป็นผู้พิจารณา

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เรื่องการโอนสำนวนมาให้กองปราบฯในครั้งนี้ นอกจากจะต้องสอบสวนให้ได้ว่าผู้ใดในกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นผู้ก่อเหตุ ยังต้องตรวจสอบผู้ต้องหาทั้งหมดว่า ใครมีญาติพี่น้องหรือคนใกล้ชิดใดบ้างที่เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เพื่อรายงานให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ทราบด้วย

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลโดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจ “การใช้ความรุนแรงของวัยรุ่นไทย” จาก 1,364 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 7-11 มี.ค.ว่า ความคิดเห็นต่อคดี “น้องปอนด์” ส่วนใหญ่ร้อยละ 79.69 ระบุเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ โหดเหี้ยม ทารุณ ร้อยละ 65.76 ระบุขอให้ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ส่วนสาเหตุของการใช้ความรุนแรงของวัยรุ่นไทย ณ วันนี้ ร้อยละ 81.52 ระบุอารมณ์ร้อน ขาดสติ คึกคะนอง ร้อยละ 76.61 พ่อแม่ไม่ดูแลเอาใจใส่ ขาดการอบรมเลี้ยงดูที่ดี ร้อยละ 73.68 ระบุเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ สำหรับแนวทางการแก้ไข ร้อยละ 74.19 ระบุพ่อแม่ผู้ปกครองต้องมีเวลาดูแลเลี้ยงดูอบรมบุตรหลาน ร้อยละ 70.97 ให้พิจารณาปรับแก้กฎหมายสำหรับเยาวชนให้มีบทลงโทษมากขึ้น ร้อยละ 67.96 ให้สถานศึกษา โรงเรียน ปลูกฝังจิตสำนึก เน้นคุณธรรมจริยธรรม เมื่อถามถึงพฤติกรรมของวัยรุ่นไทยที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด ร้อยละ 76.47 ระบุการใช้ความรุนแรง ยกพวกตีกัน ฆ่ากัน ร้อยละ 64.44 ติดการพนัน ติดเกม ยาเสพติด ร้อยละ55.94 ติดสื่อโซเซียล ร้อยละ 50.37 หึงหวง ชู้สาว มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และร้อยละ 49.71 คบเพื่อนไม่ดี ไม่สนใจการเรียน