บริการข่าวไทยรัฐ

ปรับลาย ราชรถปืนใหญ่ แบบใหม่

ใช้ขาสิงห์ปิดทอง สมพระเกียรติ‘ร.9’

คืบหน้าตามกำหนด อธิบดีกรมศิลปากร ตรวจแล้วโครงสร้างฐานรากพระเมรุมาศ ใกล้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมลงเสาเข็มอาคารประกอบพระเมรุมาศครบถ้วน รอประสานขอใช้พื้นที่หน้าวัดโพธิ์ เป็นที่จัดสร้างพลับพลายก ยันไม่กังวลหากเจอพายุฝนฤดูร้อนช่วงนี้ เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว ด้านช่างศิลปกรรม ออกแบบและเขียนลายราชรถปืนใหญ่ ที่ใช้อัญเชิญพระบรมโกศพระบรมศพ เสร็จเรียบร้อย ปรับต้นแบบเดิมมาเป็นขาสิงห์ ตกแต่งปิดทองทึบ หน้าเกลี้ยง แสดงถึงฐานานุศักดิ์อย่างสมพระเกียรติ

ที่ท้องสนามหลวง วันที่ 12 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยภายหลังมาตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการดำเนินงานจัดสร้างพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ว่าการขึ้นโครงสร้างฐานรากพระเมรุมาศ ดำเนินการไปเกือบครบสมบูรณ์แล้ว ขณะที่อาคารประกอบพระเมรุมาศต่างๆ ทั้งทับเกษตร ศาลาลูกขุน 1 และ 2 ทิม ลงเสาเข็มครบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่าง ประสานงานการขอใช้พื้นที่หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ เพื่อจัดสร้างพลับพลายก ขณะที่การดำเนินงานของกลุ่มจิตอาสาที่สำนักช่างสิบหมู่คัดเลือกเพื่อมาช่วยงานส่วนต่างๆของการจัดสร้างพระเมรุมาศ และพระโกศจันทน์นั้น ขณะนี้มีการแบ่งทีมจิตอาสาออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อเข้ามาช่วยดำเนินงานในแต่ละส่วนให้ตรงไปตามแผนงาน และระยะเวลาที่กำหนด อาทิ การจัดสร้างพระโกศจันทน์ ก็ให้เข้ามาช่วยเลื่อย ฉลุลายไม้ หรือประกอบไม้เข้าด้วยกันได้ในช่วงนี้ ส่วนการตกแต่ง การเขียนลวดลายฉลุกระดาษนั้น อาจจะต้องรอให้กระบวนการปั้นแล้วเสร็จก่อนจึงเข้ามาทำ โดยตนได้เน้นย้ำทางเจ้าหน้าที่ช่างสิบหมู่ช่วยให้คำแนะนำและให้งานตามความถนัดของจิตอาสา ตลอดจนตรวจฝีมืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลงานออกมามีประสิทธิภาพ และให้เสียหายน้อยที่สุด

อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวอีกว่า ภายในเดือนมี.ค. การดำเนินงานทั้งงานประติมากรรม จิตรกรรม งานประกอบโครงสร้างฉากบังเพลิงจากสำนักช่างสิบหมู่ ศาลายา จะเข้ามาดำเนินงานในพื้นที่ท้องสนามหลวงอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่จากความเป็นห่วงกรณีฝนฤดูร้อนที่ตกมาในช่วงนี้ ขอยืนยันว่า กรมศิลปากรเตรียมแผนรับมือไว้หมดแล้ว และคิดว่าฝนฤดูร้อนไม่มีความน่ากังวล เพราะจะตกลงมาเพียง 1-2 วันเท่านั้นก็จะหยุดไป ดังนั้น งานทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่กำหนด อย่างไรก็ตาม จะนำเสนอรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานจัดสร้างพระเมรุมาศทั้งหมดต่อ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของคณะช่าง ในวันที่ 14 มี.ค.

ด้านนายบัวลา พระสิลัก จิตอาสาที่เข้ามาช่วยงานพระโกศจันทน์ กล่าวว่า ตนเคยเป็นช่างไม้มาก่อน จึงเข้ามาทำการทดสอบ และได้มีโอกาสช่วยฉลุลายไม้ เพื่อจัดสร้างพระโกศจันทน์ ตนคิดเสมอว่าการที่เราเข้ามาเป็นจิตอาสา ทำงานถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 เพราะเรามีพ่อคนเดียวกัน เราเชื่อว่าในวันที่พ่อไม่อยู่แล้ว ไม่มีลูกคนไหนที่ไม่คิดถึงพ่อ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้ คือ รวบรวมความตั้งใจ ส่งความรัก ความคิดถึง ผ่านงานประดิษฐ์ สร้างพระโกศจันทน์ เพื่อส่งพ่อขึ้นสวรรค์ ในวันนี้เมื่อมีโอกาสได้เข้ามาช่วยงานกรมศิลปากร ก็อยากจะทำให้เต็มความสามารถ ให้งานประณีตที่สุด เรียนรู้หลักการฉลุลายไม้ไปเรื่อยๆ และจะขออุทิศทั้งชีวิตให้กับพ่อหลวง

ขณะที่นายชนะโยธิน อุปลักษณ์ นายช่างศิลปกรรมกลุ่มงานช่างเขียนและช่างลายรดน้ำ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ผู้ออกแบบราชรถปืนใหญ่ จะใช้ในการอัญเชิญพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากพระ บรมมหาราชวังสู่พระเมรุมาศ และเวียนอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ กล่าวว่า ออกแบบและเขียนลายราชรถปืนใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการลงสีเตรียมร่างแบบลวดลายราชรถส่งให้คณะกรรมการจัดสร้างพระเมรุมาศฯพิจารณา เพื่อนำขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัย สำหรับการออกแบบนั้น นำต้นแบบมาจากแบบของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ที่ออกแบบราชรถปืนใหญ่ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 และสมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ลายที่ใช้ประกอบด้วย บัวปากฐาน ขาสิงห์ และลักษณะย่อมุมไม้สิบสอง ต่างจากของเดิมตรงการออกแบบที่เป็นขาสิงห์ มีความสูงจากฐานล้อจนถึงบัวปากฐาน 185 เซนติเมตร

“การออกแบบที่เป็นขาสิงห์นั้น มีการปรับแบบจากต้นแบบเดิมมีลักษณะขาหมู ให้เป็นขาสิงห์ และเพิ่มขนาดที่ใหญ่กว่าเดิม เนื่องจากสิงห์ แสดงถึงฐานานุศักดิ์ขององค์พระบรมศพอย่างสมพระเกียรติ นอกจากนี้ยังมีการประดับตกแต่งด้วยการปิดทองทึบ หน้าเกลี้ยง แสดงความสูงในเรื่องของฐานานุศักดิ์ของการเชิญพระบรมศพในครั้งนี้ว่าสูงยิ่ง โดยการดำเนินการจะใช้ทองคำเปลวปิดทึบอย่างวิจิตรงดงาม” นายชนะโยธินกล่าว

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวัน ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ ทยอยเดินทางเข้ามาภายในท้องสนามหลวงอย่างไม่ขาดสาย เพื่อต่อแถวและนั่งภายในเต็นท์พักคอยที่อยู่ด้านทิศเหนือของสนามหลวง เพื่อรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้เจ้าหน้าที่สำนักการแพทย์ กทม. ได้นำยาดมมาแจกแก่ผู้ที่มีอาการวิงเวียนศีรษะ และมีจิตอาสานำร่มมาให้ไว้กางกันแดดระหว่างทางเดินเข้าไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ขณะที่ สำนักพระราชวังแจ้งว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ทั้งสิ้น 32,110 คน รวม 129 วัน มี 5,151,717 คน ยอดเงินที่ประชาชนถวายร่วมบำเพ็ญกุศล 2,276,874.75 บาท ยอดรวม 433,384,599.09 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เนื่องจากเต็นท์ให้บริการยืมเสื้อและกางเกงที่อยู่ถนนหน้าพระธาตุ หยุดให้บริการทุกวันอาทิตย์ ทำให้เจ้าหน้าที่สายตรวจวัฒนธรรมของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้มาตรวจเครื่องแต่งกายประชาชนที่รอคอยในเต็นท์ฝั่งทิศเหนือสนามหลวงเพื่อไม่ให้เสียเวลาการนั่งรอ จากการตรวจเบื้องต้นพบสุภาพสตรีที่สวมเสื้อดำลายลูกไม้ฉลุทั้งตัวที่มองเห็นเนื้อหนัง และสุภาพบุรุษสวมเสื้อโปโลดำมีแถบแดงบริเวณปกเสื้อ จึงแนะนำผู้ที่แต่งกายผิดระเบียบกลับบ้านไปก่อนแล้วค่อยมาใหม่ในวันหลัง

ทั้งนี้ นายนริส ไกลดานนท์ เจ้าหน้าที่สายตรวจวัฒนธรรม กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพควรแต่งกายให้ถูกต้องเหมาะสม โดยเฉพาะในวันอาทิตย์ที่ไม่มีบริการให้ยืมชุด หากแต่งกายไม่ถูกต้องมาในวันดังกล่าว คงต้องกลับบ้านไปก่อนและมาใหม่วันหลัง เจ้าหน้าที่ทำได้แค่ให้ข้อแนะนำเท่านั้น ถ้ายังยืนยันจะเข้าไป ทางสำนักพระราชวังคงต้องให้ออกมาอยู่ดี

อีกด้านหนึ่ง ที่วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กทม. ตั้งแต่เวลา 09.00 น. นายสมชาย เจริญอำนวยสุข อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พก. และเหล่าศิลปิน ดารา นำคณะคนพิการจำนวนกว่า 1,500 คน ร่วมทำจิตอาสา ภายใต้โครงการ จิตอาสาทำดี ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทั้งนี้ พก.โดยกองทุนส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ จัดโครงการดังกล่าวเพื่อร่วมทำความดีถวายแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 และเป็นการรวมกันครั้งสำคัญของกลุ่มคนพิการแต่ละประเภทความพิการจำนวนกว่า 1,500 คน อาทิ คนพิการทางร่างกายและการเคลื่อนไหว คนพิการทางการเห็น กลุ่มออทิสติก เป็นต้น