รณรงค์ “วันไตโลก” คนไทยเป็นปีละครึ่งหมื่น - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

รณรงค์ “วันไตโลก” คนไทยเป็นปีละครึ่งหมื่น

“ไต”...ทำหน้าที่ขับของเสียออก จากร่างกายทางปัสสาวะ ควบคุมเกลือแร่ ระดับน้ำในร่างกาย ของเสียต่างๆที่มาจากการเผาผลาญอาหารและจากการทำงานของอวัยวะต่างๆ

โรคไตวายเรื้อรังส่วนใหญ่เกิดจากโรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, โรคเนื้อเยื่อไตอักเสบ, นิ่วที่อุดตันไต ฯลฯ...เมื่อไตเสื่อมหรือไตวายอย่างเรื้อรัง เลือดจะสกปรก เป็นอันตรายต่อชีวิต

ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้ต้องอาศัยการ “ฟอกเลือด”...ด้วยเครื่องไตเทียม หรือการล้างช่องท้องตลอดชีวิต แต่วิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนไตเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยไตวายกลับคืนมาสู่สภาพเกือบเหมือนคนปกติ

“วันไตโลก” เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนัก ให้ความสนใจ รู้ถึงความเสี่ยง...สาเหตุที่ทำให้เกิด เป็นโรคที่เรากันไว้ล่วงหน้า ก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ เป็นโรคที่ทำให้สูญเสียทางเศรษฐกิจเยอะ...ถ้าเป็นแล้วต้องฟอกเลือดไปตลอดชีวิต ไม่แข็งแรง จนกว่าจะได้เปลี่ยนไตก็ต้องใช้ค่าใช้จ่ายมาก

“สมมติว่าเราเป็นเบาหวาน ไม่อ้วน คุมอาหาร น้ำหนัก พฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ดีๆ...เบาหวานก็เป็นไม่หนัก ก็จะไม่เป็นโรคไต ส่วนความดันโลหิตสูงก็เหมือนกัน ถ้าเราคุมได้ดี...พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ออกกำลังกาย พบหมอสม่ำเสมอ...ก็ไม่ทำให้ไตเสีย”

นพ.วิรุฬห์ มาวิจักขณ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคไตและเปลี่ยนไต โรงพยาบาลพระรามเก้า บอกอีกว่า ประเทศไทย...แต่ละปีมีคนเป็นโรคไต เพิ่มขึ้น 5,000-7,000 คน เป็นความสูญเสียที่เยอะมาก หากนับคนไข้ปัจจุบันที่ต้องฟอกเลือดอยู่แล้วทั่วประเทศจะอยู่ที่ราวๆ 70,000 คน

แต่ละปีเราเปลี่ยนไตคนไข้โรคไตที่มารักษาได้เบ็ดเสร็จ 600 กว่าราย เท่านั้นเอง ขณะที่คนไข้ใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ...ก็ทบต้นไปเรื่อยๆ ไม่สามารถ เปลี่ยนไตได้ทัน “วันไตโลก” จึงมีการรณรงค์หลายๆอย่าง ให้คนรู้จักป้องกัน ให้รู้สาเหตุ...ที่สำคัญยังรณรงค์ให้คนบริจาคไตด้วย

หมายถึงว่า คนไทยยังบริจาคกันน้อย...อย่างอุบัติเหตุทั่วประเทศสถิติการเกิด 20,000 กว่าคน เทศกาลปีใหม่...สงกรานต์ ความสูญเสียที่เกิดถ้าทุกคนยื่นเจตจำนงบริจาคไตเอาไว้หรือพ่อแม่ ลูกๆ ญาติพี่น้อง ยินดีบริจาคร่างกายให้คนอื่น อย่างน้อยก็ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยโรคไตได้อีกมาก

“บางประเทศ สิงคโปร์ ออสเตรีย สเปน มีกฎหมายเลยว่า...ใครก็ตามที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุแล้วอยู่ในสถานะที่จะบริจาคร่างกายได้ รัฐบาลจะเอาอวัยวะเหล่านี้มาให้ผู้ป่วยคนอื่นๆได้ ไม่ว่าจะเป็นไต...คนเรามีไตสองข้าง เอามาบริจาคให้คนอื่นได้สองคน...หัวใจ ตับ ปอด ดวงตา...ก็บริจาคได้”

ยกเว้นกรณีเดียว...“คนไข้” ประกาศล่วงหน้าไว้ว่าไม่มีจุดประสงค์จะให้อวัยวะคนอื่น บ้านเราก็มีที่ประสงค์บริจาคอวัยวะให้สภากาชาดไทย แต่ก็ยังมีอยู่น้อยมาก

“สภากาชาดไทย” เป็นองค์กรกลางเดียวในประเทศไทยที่รับบริจาคอวัยวะมาและจะจัดสรรให้ผู้ป่วยได้อย่างยุติธรรมที่สุดในโลก ไม่ว่า คนไข้จะเป็นคนรวย คนจน คนต่างจังหวัดแดนไกล

คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก สถาบันโรคไตและเปลี่ยนไตที่นำทีมโดย นพ.วิรุฬห์ ได้สร้างชื่อเสียงให้กับ “วงการแพทย์ไทย” ได้รับประกาศนียบัตรเกียรติยศความเชี่ยวชาญเป็นเลิศทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนไต ตามมาตรฐานสากลระดับโลกจาก JCI (Joint Commission Internationnal, USA)

โดยได้รับการชมเชยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติผู้มาตรวจมาตรฐานว่าเป็นสถาบันแรกของโลก ที่ได้รับการรับรองความเป็นเลิศทางการเปลี่ยนไต...“กล่าวชมว่า ความสามารถและความพร้อมของทีมแพทย์ พยาบาล ความปลอดภัย ระบบความพร้อมอย่างสมบูรณ์แบบในทีมงานเปลี่ยนไตของสถาบันเปลี่ยนไต โรงพยาบาลพระรามเก้า เป็นสิ่งที่น่าประทับใจอย่างยอดเยี่ยม...(Praram 9 Hospital Kidney Transplant Team is a Phenomenon)”

นพ.วิรุฬห์ บอกว่า การผ่าตัดเปลี่ยนไตต้องมีความพร้อมทางทีมแพทย์ ต้องการแพทย์หลายๆสาขา เช่น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคไต, แพทย์ผ่าตัดเส้นเลือดไต, แพทย์ผ่าตัดทางเดินปัสสาวะ, วิสัญญีแพทย์ที่เชี่ยวชาญโรคไต, แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องติดเชื้อหลังเปลี่ยนไต, แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตรวจเนื้อเยื่อ (HLA Typing, DNA), จิตแพทย์, เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญยากดภูมิเปลี่ยนไต

แพทย์เอกซเรย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเปลี่ยนไตโดยเฉพาะ, นักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องเปลี่ยนไต, นักกายภาพบำบัด, เจ้าหน้าที่ห้องแล็บที่สามารถตรวจระดับยาเปลี่ยนไตได้ 24 ชั่วโมง, พยาบาลห้องผ่าตัด, พยาบาลไอซียูและพยาบาลประจำหอผู้ป่วยโรคไต และพยาบาลผู้ประสานงานการเปลี่ยนไต

“...เป็นเรื่องยากมากที่จะหาทีมงานผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มาทำงานพร้อมๆกันเพื่อรองรับการผ่าตัดเปลี่ยนไต...ดูแลผู้ป่วยก่อนและหลังผ่าตัด เปลี่ยนไตได้ 24 ชั่วโมง ทุกๆวันไม่มีวันหยุด”

“คนไทย” กับ “โรคไต” ยุคปัจจุบัน ปัญหาสำคัญก็คือจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเหมือนอเมริกา ยุโรป เนื่องด้วยความเจริญที่เพิ่มมากขึ้น โรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือด โรคอ้วน เกิดมากขึ้น นับรวมไปถึงอาหารการกินในยุคนี้เค็มมากขึ้น...ผนวกรวมทั้งหมดข้างต้น ถ้าไม่ได้พักผ่อน ออกกำลังอย่างเหมาะสมก็ยิ่งทำให้เกิดอาการของ “โรคเมตาบอลิกซินโดรม”...โรคสมัยใหม่ที่เกิดจากการกระทำของเรา

“พอเบาหวาน ความดัน โรคอ้วน เป็นไปนานๆแล้ว ก็ทำให้ไตเสื่อม ก็เป็นโรคไตกันมากขึ้น เวลาไตเสื่อมในที่สุดไตก็เสียไป”

“ไต” ก็แปลกต้องเสีย 80-90 เปอร์เซ็นต์ถึงจะมีอาการ เสียเกือบหมดแล้วถึงจะมีอาการ...ไม่เหมือนโรคหัวใจ ปกติทำงาน 100 เปอร์เซ็นต์...ถ้าอ่อนไปสัก 20 เปอร์เซ็นต์จะรู้สึกได้แล้วว่าเหนื่อยมากขึ้น ยิ่งอ่อนไป 50 เปอร์เซ็นต์ยิ่งรู้สึกใหญ่...ไม่เหมือนสายตาถ้ามัวสัก 20 เปอร์เซ็นต์ก็รู้สึกแล้ว ไม่เหมือนสมองปกติเต็มร้อยจำได้หมดทุกเรื่อง แต่ถ้าเบลอสัก 20 เปอร์เซ็นต์ก็เริ่มมีอาการให้เห็นแล้ว

“โรคไต” ความอันตรายอยู่ที่ความเสียหายของ “ไต” เกิดขึ้นเยอะแล้วจึงจะมีอาการ คนก็เลยตกใจเมื่อเดือนที่แล้วยังดีอยู่เลย...สามเดือนที่แล้วก็ยังดี ความน่ากลัวที่ว่านี้จะรู้ได้ว่าเป็นหรือไม่ต้องตรวจเลือด

“จะเสียบางส่วน...ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ก็ยังทำงาน เล่นกีฬาได้เหมือนคนปกติไม่รู้สึกอะไรเลย สมมติว่าคนคนนึงไตเริ่มเสื่อมเมื่อห้าปีที่แล้วสี่ปีผ่านมาก็ยังแข็งแรงตลอด แต่พอปีที่ห้าไตเริ่มเสื่อมแปดสิบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ตอนนี้เริ่มเพลีย ไม่มีแรง มีอาการของโรคไตแล้ว”

ปัจจัยเรื่อง “อายุ”... “เพศ” ...“วัย” เกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน?

คุณหมอวิรุฬห์ บอกว่า โรคไตเป็นได้ทุกอายุเนื่องจากสมัยนี้พบในคนที่เป็นเบาหวาน ความดัน ไขมัน โรคอ้วนบ่อย...ก็จะพบในคนไข้ที่อายุอยู่ในวัยกลางคนขึ้นไป แต่ในเด็กก็พบได้...เด็กอ้วนมากๆก็เป็นได้

ท้ายที่สุดนี้ เนื่องใน “วันไตโลก” คุณหมอ วิรุฬห์ มาวิจักขณ์ ขอให้คนไทยช่วยกันรณรงค์ให้มีการแจ้งเจตจำนงในการบริจาคอวัยวะให้กับศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เพราะเป็นการทำบุญกุศลที่ได้ประโยชน์ที่สุดในวาระสุดท้ายของชีวิต เนื่องจากประเทศไทยยังขาดแคลนไต

“ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ถ้าได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนไต...ก็เหมือนได้ชีวิตใหม่กลับคืนมาอีกครั้ง”.