วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยังไม่ทันได้ขึ้นภาษีก็วุ่นแล้ว

โดย ลมกรด

ถือว่าโชคดีของบิ๊กตู่ที่กลับลำทัน รีบออกมาแก้ข่าวยืนยันจะไม่ขึ้นภาษีแวตจาก 7% เป็น 8% หลังจากที่โยนหินถามทางบอกว่าหากขึ้นแวต 1% จะทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น แสนล้านบาท ประชาชนจะเสียสละกันได้ไหม?

ขืนทะเล่อทะล่าเพิ่มแวตจริงๆ รัฐบาลก็นับเวลาถอยหลังได้เลย เพราะกระทบกับคนทั้งประเทศ คนรวย คนจน เดือดร้อนกันหมดสินค้าจะแพงขึ้น เศรษฐกิจจะยิ่งถดถอย

ครั้งนี้นับเป็นบทเรียนสำคัญ เรื่องละเอียดอ่อนอย่างนี้ก่อนพูดต้องระมัดระวังให้ดี อย่ามาโทษสื่อมวลชนว่าต้องการขายข่าว เพราะสื่อทุกสำนักเสนอข่าวประเด็นนี้เหมือนกันหมด และอย่ามาอ้างว่าพูดเพื่ออธิบายภาษี ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แสดงว่าบิ๊กตู่ มีปัญหาในการอธิบายความ

ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนเสนอไอเดียให้เก็บแวตเพิ่ม แต่บิ๊กตู่ ควรกลับไปเฉ่งให้หนัก เพราะทำให้บรรยากาศวุ่นวายไปหมด

มีอีกเรื่องเกี่ยวกับภาษีที่เกิดความสับสนอลหม่าน “นักดื่ม” จำนวนมากยังเป็นกังวลกับ กระแสข่าวในโลกออนไลน์

กรณีการปรับภาษีสรรพสามิตใหม่ จะทำให้เหล้า เบียร์ ไวน์ ราคาแพงขึ้นเกือบเท่าตัว จากตัวเลขที่สร้างข่าวขึ้นมาดูเผินๆก็น่าตื่นตระหนกอยู่หรอก แต่ในโลกออนไลน์เรื่องมั่วเรื่องมโนมีให้เห็นเป็นประจำ

กรณีนี้เป็นเรื่องจินตนาการ หรืออาจจะตั้งสมมติฐานผิด เพราะมีการหยิบยกตัวเลข เพดาน อัตราภาษีสุราในปัจจุบัน ไปเปรียบเทียบกับเพดานอัตราภาษีสุราที่ปรากฏแนบท้าย พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ ตัวเลขเพดานภาษีต่างกันเท่าตัว เช่น เบียร์ 6 ดีกรี จากภาษีขวดละ 40.20 บาท ขยับเป็น 132 บาท ไวน์ 12.5-14.5 ดีกรี ภาษีขวดละ 225 บาท เพิ่มเป็น 519-1,482 บาท สุรากลั่น 35 ดีกรี จากภาษีขวดละ 162 บาท เป็น 320 บาท สุราขาวชุมชน ภาษีขวดละ 98 บาท พุ่งขึ้นเป็น 199 บาท

กรมสรรพสามิตตกอยู่ในภาวะน้ำท่วมปาก ไม่สามารถชี้แจงลงรายละเอียดมากนัก เพราะ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ยังอยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา และหลังจากนั้นต้องรออีก 180 วันจึงจะมีผลบังคับใช้ ระหว่างนี้กรมสรรพสามิตต้องจัดทำกฎหมายลูกอีกประมาณ 80 ฉบับ เพื่อให้มีผลบังคับใช้พร้อมกัน

หนึ่งในกฎหมายลูกดังกล่าวก็จะมีการกำหนด อัตราการจัดเก็บจริง ของภาษีสุรา ตรงนี้คงออกเป็นกฎกระทรวงการคลัง ซึ่งต้องนำเสนอขอความเห็นชอบจาก ครม.ด้วย

กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น เลยยังบอกไม่ได้ว่าอัตราจัดเก็บ จริงอยู่ที่เท่าไหร่

แต่ข้อมูลที่โลกออนไลน์แชร์กันจนตื่นตระหนกเป็นตัวเลขที่คิดจากอัตราภาษีในเพดานสูงสุด ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่กรมสรรพสามิตจะเก็บภาษีเต็มเพดานในตอนนี้ เพราะเพดานสูงสุดเป็นอัตราที่กำหนดเผื่อไว้ใช้สำหรับอนาคต ตามสภาวะเศรษฐกิจ สังคม และค่าเงินที่เปลี่ยนแปลงไป

เหมือนกับตอนนี้ที่เหล้า เบียร์ ไวน์ ไม่ได้จัดเก็บเต็มเพดานที่กำหนดไว้ในกฎหมายฉบับปัจจุบัน เช่น อัตราภาษี (ตามมูลค่า)ของเบียร์ เพดานอยู่ที่ 60% แต่จัดเก็บจริง 48% ไวน์ เพดานอยู่ที่ 60% จัดเก็บจริง 0-36% สุรากลั่น เพดานอยู่ที่ 50% จัดเก็บจริง 4-25%

นอกจากนี้ ครม.มีมติว่า การจัดทำกฎหมายภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่จะต้อง ไม่สร้างภาระต่อประชาชนผู้บริโภค และ ไม่สร้างภาระต่อผู้ประกอบการ แปลว่าสูตรการคำนวณพิกัดอัตราภาษีใหม่จะต้องไม่ทำให้ผู้ประกอบการมีภาระภาษีเพิ่มขึ้น จึงไม่มีข้ออ้างที่จะขึ้นราคาสินค้า ผู้บริโภคก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมารับภาระในส่วนนี้

อันที่จริงผมอยากย้ำเตือนให้ผู้บริโภคห่วงใยสุขภาพตัวเอง มากกว่าพะวงกับราคาเหล้า เบียร์ ยิ่งดื่มมากยิ่งเสียสุขภาพ ถ้าลดละได้ ดื่มพอเป็นกระสายแค่เข้าสังคมหรือเฉพาะโอกาสเฉลิมฉลองก็พอครับ.

ลมกรด