บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาพฝันร้ายไม่เคยหาย

โดย สหบาท

ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว

เมื่อวันที่ 12 มี.ค.2553 ครอบครัว “ภูวพงษ์พิทักษ์” ไม่เคยลืมเหตุการณ์ความสูญเสียเสาหลักของบ้านที่กลายเป็น “ตำนานนักรบสีกากี” แห่งปลายด้ามขวาน

หลังเกิดเสียงระเบิดที่ดังสะท้าน สะเทือนใจไปทั่วทุ่ง ปทุมวัน

พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา นายตำรวจผู้กล้าที่เคยเรียก “น้ำตานอกสมรภูมิรบ” ในวีรกรรมที่ถูกปฏิเสธคำอ้อนวอนขอย้ายออกนอกพื้นที่เดือดจาก “ผู้มีอำนาจทางการเมือง” ในสมัยนั้นอย่างเลือดเย็นจนต้อง “เซ่น” ด้วยชีวิต

ไม่ใช่เพราะกลัวโจรก่อความรุนแรงในพื้นที่เกิด

แค่อยากให้เป็น “ของขวัญ” ภรรยาและลูกชายทั้ง 4 คน ในปีสุดท้ายก่อนเกษียณ

เนื่องจากเจ้าตัวรบมาทั้งชีวิตตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี เกือบตายมาหลายหน ได้โล่และหนังสือชมเชยเชิดชูเกียรติประวัติ มากมายเต็มบ้าน

ทำให้เขาน้อยใจ หอบผลงาน เข้ากรุงมุ่งสู่ “ทำเนียบรัฐบาล” ระบายความอัดอั้นผ่านสื่อ

“ผมทำงานในภาคใต้มายาวนาน เคยปะทะผู้ร้ายเกือบ 100 ครั้ง บาดเจ็บ 8-9 ครั้ง วิสามัญผู้ร้าย 22 คน คิดว่าผลงานขนาดนี้ เมื่อถึงเวลาจะได้อะไรตอบแทน แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายที่ใครหลายคนบอกว่า แย่ที่สุดในชีวิต”

มีการข้ามอาวุโส และเล่นพรรคเล่นพวกจำนวนมาก

สะท้อนสัจธรรมที่ นักรบแห่งเทือกเขาบูโด ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม

ตำรวจเลือกที่กับเลือกนายไม่ได้

จวบจนวันนี้ 7 ปีแล้ว ภาพฝันร้าย ในความทรงจำของ “ครอบครัวจ่าเพียร” ยังไม่เลือนหาย

เช่นเดียวกับอาการหิวกระหายของผู้มีอำนาจบางกลุ่มลงมะรุมมะตุ้ม “ก้อนเนื้อ” ภาษีของประชาชนบนผืนแผ่นดิน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

น่าเสียดายเหล่า “นักรบพลีร่าง” ปกป้องคุ้มครองชาวบ้าน สร้างตำนานไปแล้วหลายบท

สรุปตอนจบอยู่ถึงตรงไหน และใครจะเป็นคนกำหนด!!!

สหบาท