บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดูเตอร์เตจะจบไม่ดี

Rodrigo Duterte (ภาพ : AP)

ผู้นำที่เป็นศัตรูกับหลักนิติธรรมไปไม่รอดสักราย นางพัค กิน-ฮเย อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ตอนนี้ก็ถูกถอดถอนเรียบร้อยแล้ว

พอน้ำลดตอก็ผุดครับ ในอดีตมีศิลปินและนักเขียนที่มีหัวเอียงซ้ายที่ล้อเลียนหรือวิจารณ์การทำงานของนางพัคและอดีตประธานาธิบดีพัค จุง-ฮี พ่อผู้ล่วงลับของเธอ พวกนี้ถูกเธอใส่ชื่อ ไว้ในบัญชีดำ จากนั้นก็โดนสอดแนมและได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เช่น ไม่ได้งานหรือไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากหน่วยงานรัฐ ตอนแรกที่ได้ยินข่าว ผมนึกว่าการขึ้นบัญชีดำคนที่วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลน่าจะมีแค่ 10-20 คน ที่ไหนได้ครับ มีเกือบหมื่น ตอนนี้ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องนางพัคแล้ว 461 คน

ที่น่าจะมีปัญหาต่อไปในอนาคตก็คือประธานาธิบดีดูเตอร์เตของฟิลิปปินส์ ที่มีจุดขายเพียงอย่างเดียวคือฆ่าผู้ค้ายาเสพติด ตั้งแต่ชนะเลือกตั้งมาแกพูดถึงแต่เรื่องนี้ โผล่หน้าออกมาหน้าจอโทรทัศน์แต่ละครั้ง มีแต่เรื่องฆ่า ฆ่า และฆ่า

ระยะแรก คนชอบดูเตอร์เตว่าเด็ดขาดดี แต่วิธีการที่ไม่ยึดหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชนอยู่ได้ไม่นานดอกครับ เดี๋ยวนี้ เริ่มมีคนจำนวนมากเชื่อเหมือนกันว่า นายดูเตอร์เตเป็นฆาตกรต่อเนื่องและโรคจิต

ตำรวจหลายคนที่เคยได้รับคำสั่งให้ฆ่าประชาชนสมัยที่นายดูเตอร์เตเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวาออกมาสารภาพกันแล้ว อย่างตำรวจที่ชื่อลาสกานาสออกมายอมรับแล้วว่า เคยได้รับคำสั่งให้ไปฆ่านักจัดรายการวิทยุที่วิจารณ์ดูเตอร์เต ฆ่าเสร็จแล้วก็เอาศพไปฝัง บางศพก็เอาไปโยนทะเล โดยดูเตอร์เตให้ค่าตอบแทนครั้งละสองหมื่นถึงแสนเปโซ ตอนนี้มีการค้นคว้าหาตัวเลข แล้วก็พบว่า 22 ปีที่เป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ดูเตอร์เตสั่งฆ่าคนไปหลายร้อย ส่วนตั้งแต่ที่เป็นประธานาธิบดีเมื่อกลางปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันมีคนตายไปแล้ว 7,700 คน ที่ตายจากการที่โดนตำรวจบุกและล่อซื้อมีประมาณ 2,500 คน

ระบบศาลเตี้ยไม่ควรถูกนำมาใช้นะครับ ผู้มีอำนาจไม่พอใจใครก็โยนข้อหายาเสพติดให้แล้วฆ่าทิ้ง เดือนที่แล้วคณะสังฆนายกคาทอลิกแห่งฟิลิปปินส์วิจารณ์สงครามต่อต้านยาเสพติด ก็ทำให้มีคนมาเดินขบวนต้านนายดูเตอร์เตมากถึง 50,000 คน

ดูเตอร์เตไม่ค่อยพูดถึงการพัฒนาเศรษฐกิจ พูดแต่เรื่องความมั่นคงกับยาเสพติด เดี๋ยวนี้ แกประกาศไม่ใช้ตำรวจไปปราบยาเสพติดแล้ว และจะให้ทหารทำงานแทน ผมว่าสั่งอย่างนี้นี่ยิ่งผิดไปกันใหญ่ เพราะทหารกับตำรวจถูกฝึกกันมาคนละแบบ ทหารถูกฝึกมาให้ต่อสู้กับศัตรู แต่ตำรวจถูกฝึกมาให้เป็นทำงานกับประชาชนของตัวเอง

สังคมฟิลิปปินส์เริ่มยุ่งเหยิงเละเทะ ไม่ยึดกฎหมาย ใครอยากฆ่าใครก็ทำ เท่าที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ มีการฆ่าผู้ต้องหาได้โดยที่ไม่มีอาวุธและไม่ได้ขัดขืนการจับกุม บางรายคุกเข่าและยกมือขึ้นเหนือหัวทั้ง 2 ข้างเพื่อแสดงว่ายอมแล้ว แต่ก็ยังโดนเจ้าหน้าที่ยิงทิ้ง เมื่อฆ่าเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ก็เอาปืนและยาเสพติดไปยัดใส่มือคนตายเพื่อถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน มีหลายครั้งที่ทรัพย์สินของคนที่ถูกฆ่าสูญหายไปหลังจากการวิสามัญฆาตกรรม

การฆ่าโดยคำสั่งดูเตอร์เตทำเด็กอายุ 8 ขวบถูกยิงตายในการปราบปรามยาเสพติดมาแล้ว จะมีประธานาธิบดีประเทศไหนนอกจากดูเตอร์เตล่ะครับ ที่กล้าพูดว่า “ผมมีความสุขที่จะฆ่า” แกบอกว่าจะต้องฆ่าคนติดยาให้ได้ถึง 3 ล้าน แถมยังเปรียบการรณรงค์ปราบปรามยาเสพติดของตัวเอง ว่าเหมือนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวของฮิตเลอร์

ใครวิจารณ์ดูเตอร์เตมักจะมีชะตากรรมที่เลวร้าย อย่างวุฒิสมาชิกหญิงไลลา เดอ ลิมา ที่อดีตเคยเป็นกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เธอเปรียบดูเตอร์เตกับเดอะโจ๊กเกอร์ในหนังมนุษย์ค้างคาว ผลลัพธ์ก็คือ เธอโดนตั้งข้อหาว่าสมคบคิดกับแก๊งยาเสพติด

ดูเตอร์เตต้องรีบปรับตัวเองให้เคารพหลักนิติธรรม และต้องรีบทำให้ฟิลิปปินส์เป็นนิติรัฐ

ไม่เช่นนั้น ชีวิตการเมืองของแกจะจบไม่สวย.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com