Inside : 'Angela Lee' ราชินีสังเวียนเดือด One Championship - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

Inside : 'Angela Lee' ราชินีสังเวียนเดือด One Championship

ถึงแม้ว่าในอดีตเหล่าบรรดานักรบหรือนักต่อสู้ที่โลกรู้จัก พวกเขาเหล่านั้นส่วนใหญ่อาจจะเป็นผู้ชายอกสามศอกที่น่าเกรงขาม แต่ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา กลับมีนักสู้ที่เป็นผู้หญิงก้าวขึ้นมาสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่ยอมรับกันอย่างมากมายในหน้าประวัติศาสตร์โลก...

และหากจะพูดถึงนักสู้หญิงซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป แน่นอนว่าในลำดับต้นๆ ต้องมีชื่อของ "แองเจลา ลี" รวมอยู่ด้วย เพราะผลงานที่เธอทำเอาไว้ค่อนข้างประจักษ์เด่นชัดในแวดวงกีฬาต่อสู้ปัจจุบัน

ในโอกาสที่สาวน้อยวัย 20 ปีรายนี้ จะมาโชว์ความแข็งแกร่งให้กับแฟนกีฬาชาวไทยได้ชมกันอย่างใกล้ชิด ในการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นอะตอมเวตหญิง วัน แชมเปียนชิพ ที่อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี วันที่ 11 มีนาคมนี้ ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักแบบเจาะลึก ทัศนคติ และจุดเริ่มต้นบนสังเวียนนักสู้ ให้ได้ทราบกันถึงที่มาที่ไป เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยกันก่อน

สำหรับชื่อจริงของสาวน้อยรอยยิ้มรูปตาสระ อิ รายนี้คือ "แองเจลา ซุน จู ลี" มีเชื้อสายสิงคโปร์-เกาหลี เกิดที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ก่อนที่จะย้ายตามครอบครัวไปเติบโตยังฮาวาย สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบเท่านั้น

เจ้าของฉายา "Unstoppable" เกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ปี 1996 เป็นพี่สาวคนโตจากจำนวนพี่น้องทั้งหมด 4 คน ขณะที่น้องชายคนรองอย่าง "คริสเตียน ลี" ซึ่งมีอายุห่างกันแค่ 2 ปี ก็ได้เริ่มต้นฝึกปรือฝีมือตามพี่สาวมาติดๆ และวางอนาคตในการขึ้นชิงแชมป์โลก วัน แชมเปียนชิพ ด้วยเช่นกัน

แองเจลา ลี เริ่มต้นเส้นทางสายนักสู้เมื่ออายุได้เพียง 5 ขวบเท่านั้น ก่อนจะไต่เต้าขึ้นมาเรื่อยๆ ตามลำดับ โดยสร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในฮาวาย และดังเป็นพลุแตกเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2016 ด้วยการสร้างสถิติเป็นแชมป์โลกหญิง MMA ในรุ่นอะตอมเวต ซึ่งมีอายุน้อยที่ในโลก ด้วยวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น เมื่อสามารถสยบ เมอิ ยามากูจิ จากญี่ปุ่น ในการชิงแชมป์ที่สิงคโปร์

และไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไม นักสู้หน้าหวานรายนี้ถึงมีความเก่งกาจและเชี่ยวชาญด้านศิลปะป้องกันตัว เมื่อพ่อและแม่ของเธอเองนั้น แต่เดิมคือครูสอนเทควันโดมาก่อน ก่อนที่จะหันเหมาเอาดีด้านการต่อสู้ผสมผสาน (Mix Martial Arts) ในภายหลัง นอกจากนี้เธอยังมีดีกรีสายดำของบราซิเลียน ยูยิตสู และเทควันโดอีกด้วยเช่นกัน

เมื่อถูกถามถึงแรงบันดาลใจ "แองเจลา ลี" ตอบอย่างทันควันว่า สาเหตุเป็นเพราะตัวเองเริ่มต้นที่จะเลือกเดินทางบนสายนักสู้มาตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ และการที่เลือกการต่อสู้แบบ MMA ก็เพราะนี่คือเวทีที่ดีในการให้เธอได้แสดงออกถึงความสามารถ และพิสูจน์ตัวเองให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

นอกจากจะเป็นนักสู้ที่เก่งกาจแล้ว "แองเจลา ลี" ยังมีคารมที่ดีด้วยเช่นกัน เมื่อออกมาโปรยยาหอมว่า รู้สึกดีใจที่ได้เดินทางมาป้องกันแชมป์ครั้งแรกที่เมืองไทย เพราะรู้สึกชื่นชอบคนไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รวมถึงยังมีรอยสักเป็นภาษาไทยคำว่า "ใจเกินร้อย" ที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากครูมวยไทย ไว้เป็นเครื่องเตือนใจในการใช้ชีวิตอีกด้วย

ถึงแม้จะมีหน้าตาที่ค่อนข้างน่ารักในสไตล์สาวเอเชีย แต่เธอย้ำทุกครั้งว่าไม่ค่อยห่วงเรื่องความสวยบนใบหน้าแต่อย่างใด แม้จะมีรอยแผลที่เกิดจากการต่อสู้เป็นของแถม แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่มากระตุ้นให้ต้องซ้อมอย่างหนักขึ้นกว่าเดิม เพื่อเอาไว้รับมือไม่ให้คู่ต่อสู้ทำอันตรายเธอบริเวณใบหน้ายามขึ้นสังเวียน

ส่วนเคล็ดลับความเก่งนั้น แองเจลา ลี ยืนยันว่าไม่มีอะไรที่เป็นพิเศษ ยกเว้นการตื่นนอนแต่เช้า ทานอาหารที่มีประโยชน์ ฝึกซ้อมให้หนัก และพักผ่อนอย่างเพียงพอ แค่นี้ก็ทำให้สามารถพัฒนาและยกระดับฝีมือได้อย่างที่ใจต้องการ

ส่วนเป้าหมายในอนาคต เจ้าของเข็มขัดแชมป์รุ่นอะตอมเวตหญิง วัน แชมเปียนชิพ เผยว่า ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำลายสถิติใคร หรืออยู่ไปได้นานเท่าไร เพียงแค่ต้องการที่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อพิสูจน์ฝีมือให้กับคนทั่วโลกได้รู้เท่านั้น

อย่าลืมติดตามชมและเชียร์ "แองเจลา ลี" ในการพบกันแชมป์ครั้งแรกกับ "เจนนี ฮวง" นักสู้ชาวไต้หวัน ในศึก ONE: WARRIOR KINGDOM วันเสาร์ที่ 11 มีนาคมนี้ ที่อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี นอกจากนี้ มีนักต่อสู้ชาวไทยที่ขึ้นสังเวียนบนแผ่นดินบ้านเกิดอีกหลายราย ไม่ว่าจะเป็น เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค, “ครูตอง” ชานนท์ วิรัตน์ชัย และ ริกะ อิชิเกะ สาวน้อยลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น รวมถึงการระเบิดความมันของสองสุดยอดวงดนตรีชั้นนำอย่าง สลอตแมชชีน และ ไทเทเนียม 

สำหรับการแข่งขัน ONE: WARRIOR KINGDOM ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ถ่ายทอดสดให้ชมตั้งแต่เวลา 21.00 น. ผู้ที่สนใจสามารถซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com ราคา 12,000 / 5,000 / 2,500 / 1,500 / 800 / 500 / 300 บาท พร้อมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง www.onefc.com และเฟซบุ๊กแฟนเพจ ONEChampionship