บริการข่าวไทยรัฐ

กบเล็กเด็กจอมโหด PORSCHE 718 BOXSTER

Porsche 718 Boxster คลอดออกมาดูโลกในปี 2016 เป็นช่วงเวลาที่ Porsche ใช้ความพยายามในการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้มีขนาดที่เล็กลงแต่ยังคงมีเรี่ยวแรงที่ดีอยู่เหมือนเดิม 718 รุ่นใหม่กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า เครื่องเล็กแค่ 4 สูบก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับการเร่งความเร็ว Boxster รุ่นใหม่ที่ใช้รหัส 718 มาพร้อมกับมาตรการ Downsize up Power มันใช้เครื่องสูบนอนแบบ 4 กระบอกสูบอัดอากาศด้วยเทอร์โบแทนที่จะใช้เครื่อง 6 สูบหายใจเอง รูปลักษณ์ของโรดสเตอร์เปิดหลังคารุ่นยอดนิยมคันนี้ยังมีมนตร์ขลังมากพอที่จะสะกดทุกสายตาบนถนนให้หันมามอง 

718 ในรูปแบบเปิดประทุนสองที่นั่ง มีความยาว 4,379 มิลลิเมตร กว้าง 1,801 มิลลิเมตร และสูง 1,280 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อวัดจากดุมล้อหน้าไปถึงหลัง 2,475 มิลลิเมตร ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศหรือค่า CD อยู่ที่ 0.32 และมีน้ำหนักตัวรถทั้งคันที่ 1,385 กิโลกรัม รุ่นมาตรฐาน หรือ 718 Boxster พร้อมกลไกชุดส่งกำลังแบบ PDK มีราคา 7,200,000 บาท จากการนำเข้ามาทั้งคันของ AAS Auto ซึ่งมีโชว์รูม Porsche อยู่สองแห่งทั้งที่ดอนเมืองและพัฒนาการ เป็นรถที่มีการรับประกันอายุการใช้งานยาวนานถึง 9 ปี รวมถึงการเซอร์วิสแบบ 24h Roadside Assistance ที่มอบความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าไฮโซมากพอสมควร 

Porsche 718 Boxster วางเครื่องยนต์สูบนอนขนาด 2 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบ เครื่องยนต์วางกลางลำตัวแตกต่างจาก 911 / Panamera / Macan และ Cayenne เนื่องจาก 911 วางเครื่องไว้ด้านหลัง ส่วน Panamera / Macan และ Cayenne เป็นรถเครื่องวางหน้าทั้งหมด การเอาเครื่องไปวางไว้ตรงกลางลำตัวแล้วขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังถือเป็นการบาลานซ์น้ำหนักกับการจัดการระบบขับเคลื่อนที่ดีเยี่ยมและมีเฉพาะในรถซุปเปอร์คาร์เท่านั้น เครื่องที่อยู่ห่างจากหัวไหล่คันขับไม่ถึงฟุตทำให้น้ำหนักส่วนใหญ่ตกลงบนกึ่งกลาง ซึ่งส่งผลไปถึงการควบคุม ความสวยงามสมส่วนลงตัวของเรือนร่างที่มีทั้งความแบนกว้างและต่ำเตี้ยส่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของ 718 Boxster ออกมาในแนวรถขับเล่นในวันหยุดมากกว่าจะเอามาใช้งานจริงจังในชีวิตประจำวัน 

เครื่อง Boxer แบบสูบนอนยันชักข้างขนาด 2 ลิตร ปริมาตรความจุ 1,998 ซีซี อัดอากาศเข้าท่อร่วมไอดีด้วยเทอร์โบไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง สร้างเรี่ยวแรงได้ถึง 220 กิโลวัตต์ หรือ 300 แรงม้า (แต่ยังคงเป็นรองเครื่อง 4 สูบเทอร์โบ 2 ลิตรของ A45 AMG ที่เบ่งได้ถึง 386 แรงม้า) แรงบิด 380 นิวตันเมตร ที่ 1,950-4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์เทพ PDK 7 สปีด Porsche Doppelkupplung (Double  Clutch) เป็นเกียร์ที่มีคลัตช์สองชุดซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมากในการเปลี่ยนอัตราทด ตัวเลขสมรรถนะของ 718 Boxster เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุดทะยานไปถึง 275 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วพอๆ กับ BMW M4 Convertible ที่มีค่าตัว 12 ล้านบาท โดยเฉพาะความเร็วสูงสุด 718 Boxster รุ่นมาตรฐานนั้นเร็วกว่าเห็นๆ

เครื่องยนต์ Boxer ขนาด 2 ลิตร ติดตั้งเทอร์โบประสิทธิภาพสูงของรุ่น 718 Boxster และ Cayman ได้รับการปรับลดความจุหรือ ซีซี ลงอย่างมาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดขนาดของเครื่องยนต์ ลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งทำให้ค่ามลพิษลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม กำลังของเครื่องยนต์ขนาดเล็กตัวใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เกิดขึ้นจากการพัฒนาชุดอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ของโมเดล 718

โข่งเทอร์โบนั้นมีขนาดกะทัดรัดและได้รับการปรับจูนกำลังของการอัดอากาศให้เหมาะสมกับการเคลื่อนที่หรือความเร็วที่ใช้และรอบของเครื่องยนต์ ผลลัพธ์ก็คือแรงบิดกว้างมากเป็นพิเศษ เครื่องยนต์ที่ติดตั้งอยู่ห่างจากไหล่ของคนขับทางด้านหลังเพียงแค่ 30 เซนติเมตร ให้ความรู้สึกราวกับรถแข่ง ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงและค่าการปลดปล่อย Co2 ลดลง แต่กำลังในรูปของแรงบิดยังมีให้อย่างเต็มเหนี่ยว ทั้งหมดทั้งปวงเกิดจากประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ตัวใหม่ล้วนๆ

ห้องโดยสารมีพื้นที่แค่สองคนแต่ไม่ได้คับแคบอย่างที่คิดเอาไว้แต่แรก Porsche ตกแต่งห้องโดยสารของ 718 Boxster ด้วยหนังสีดำและอัลลอยสีเงิน เบาะนั่งปรับไฟฟ้าหุ้มหนังแท้และมีทรงของเบาะแบบสปอร์ต แผงแดชบอร์ดทำจากโฟมขึ้นรูปหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์สีดำ คอนโซลกลางคล้ายกับ 911 รวมถึงซุ้มเกียร์ PDK กับสวิตช์ปรับตั้งโช้คอัพไฟฟ้า สวิตช์แทรคชั่นคอนโทรล ปุ่มควบคุมการเปิดหรือปิดของหลังคาผ้าใบแบบไฟฟ้า ทุกสิ่งทุกอย่างภายใน Cockpit ของ 718 เวอร์ชั่นเปิดประทุนมีให้คุณทั้งความเรียบง่ายกับความหรูหราผสมปนเปกันออกมาเป็นความงดงามยามเปิดหลังคา 

Porsche chronometer หรือนาฬิกาจับเวลาถูกติดตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางของแดชบอร์ด เป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจับเวลาต่อรอบในสนามแข่งหรือคอยบอกเวลาตามปกติในรูปแบบของนาฬิกาจับเวลาที่มีความทันสมัย แถมยังใส่ใจในความคลาสสิก จอภาพมอนิเตอร์กลาง แสดงผลของระบบต่างๆ เช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม (ออปชั่นเสริมที่ต้องควักเงินเพิ่ม) ระบบเครื่องเสียงและการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก ฯ ปุ่มควบคุมของระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลแยกโซนใช้งานได้สะดวกสามารถปรับตั้งความเย็นและทิศทางของลมจากระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสาร ซึ่งมีการออกแบบให้ผู้ขับและผู้โดยสารสามารถปรับอุณหภูมิภายในให้แยกจากกันได้ 

พวงมาลัยแบบสปอร์ต 3 ก้าน ใช้วัสดุพวกอะลูมินั่มอัลลอย พลาสติกและหนัง โดยเฉพาะการหุ้มหนังที่พวงมาลัยนั้นทำออกมาได้อย่างประณีตบรรจง ก้านวงหุ้มด้วยชิ้นงานอัลลอยสีเงินมีปุ่มควบคุมการรับหรือวางสายโทรศัพท์แบบบลูทูธ ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงแบบ 4 ทิศทางที่ใช้งานได้ค่อนข้างยากและต้องสร้างความคุ้นเคยถึงจะใช้ได้คล่องขึ้น หลังวงพวงมาลัยมีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle Shift ทำจากอัลลอยดูมีราคามากกว่าทำจากพลาสติก ปุ่มปรับโหมดของการขับเคลื่อนแปะติดกับก้านวงพวงมาลัยทางด้านขวา มีมาให้ครบทุกโหมดตั้งแต่ Normal / Sport / Sport + / individual 

มาตรวัดแบบอนุรักษนิยมของ 718 ที่ยังคงยึดโยงกับทรงของมาตรวัดคลาสสิกในอดีต มาตรวัดรอบเครื่องยนต์แบบเข็มสีแดงที่ Porsche นิยมใช้มานานกว่า 50 ปี ก็ยังมีให้เห็นใน New Boxster แต่มีการปรับรายละเอียดของมาตรวัดให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้นด้วยการใส่จอเล็กๆ ที่คอยแจ้งตำแหน่งเกียร์มาให้เพื่อความสะดวกและไม่หลงเกียร์ขณะซิ่งเต็มกำลัง มาตรวัดความเร็วแปะติดกับมาตรวัดรอบทางด้านซ้าย มีตัวเลขมาให้ถึง 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนกรอบมาตรวัดทางด้านขวาสุดเป็นจอภาพ MID multi information display ทำงานคล้ายคอมพิวเตอร์ประจำรถคอยแจ้งโหมดของการขับเคลื่อน อัตราการบูสของเทอร์โบ อุณหภูมิหม้อน้ำ อุณหภูมิน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ ปริมาณไฟในแบตเตอรี่และอุณหภูมิภายนอก ปริมาณเชื้อเพลิงในถังต่อระยะทางที่สามารถวิ่งไปถึงและอื่นๆ อีกเพียบ! 

เนื่องจากเป็น New Boxster รุ่นมาตรฐาน ปุ่มรูปท่อในระบบ Sport Exhaust จึงไม่มีมาให้เหมือนกับรุ่น Boxster S เจ้าโรดสเตอร์เปิดหลังคาคันนี้ยังคงใช้การบิดกุญแจสตาร์ตเหมือนบรรพบุรุษของมันในรุ่น 550 Spyder เสียงเครื่องยนต์ในรอบเดินเบาเมื่อติดขึ้นมาดังสนั่นแม้จะคาอยู่ในโหมด Normal มันก็ยังดังราวกับเครื่องยนต์ของ Subaru WRX STi!! แรงบิดของเครื่องยนต์อยู่ในเกณฑ์ดี (มาก) กดคันเร่งเร็วๆ รอบจะกวาดขึ้นทันทีพร้อมการพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างเร็ว

แม้จะมีเสียงท่อระบายท้ายที่ดุดันจนออกแนวหนวกหู เมื่อลองจับความรู้สึกให้ดีๆ คุณจะพบว่า 718 Boxster มีเสียงท่อท้ายแค่โทนเดียวไม่ว่าคุณจะลากรอบมันขนาดไหนก็ตาม ขุมพลัง 2 ลิตรอัดเทอร์โบมีเรดไลน์ที่ 7500 รอบต่อนาที แต่ช่วงที่มีแรงบิดดีเยี่ยมอยู่ระหว่าง 2000-4500 รอบต่อนาทีเท่านั้น คุณจึงไม่จำเป็นที่จะต้องคารอบเครื่องให้สูงเข้าไว้เพื่อเรียกแรงบิดแตกต่างจากเครื่อง 6 สูบหายใจเองที่ต้องขยันลากกันจนเกือบจะสุดรอบทุกเกียร์แรงบิดถึงจะเททะลักออกมาให้ใช้งาน 

Porsche Active Suspension Management (PASM) ใช้โช้กอัพไฟฟ้าแปรผันซึ่งจะกดรถให้เตี้ยลง 10 มิลลิเมตร ยางรุ่นมาตรฐานจาก Pirelli P Zero หน้าเล็กหลังใหญ่สไตล์รถขับหลัง ล้อหน้าขอบ 18 นิ้วยัดยางไซส์ 235/45ZR18 ส่วนล้อหลังที่เป็นล้อขับเคลื่อนยัดยาง 265/45ZR18 เนื่องจาก AAS Auto ไม่ค่อยจะปล่อยรถทดสอบให้ใครง่ายๆ 718 Boxster คันนี้จึงวิ่งมาแค่ 3,000 กิโลเมตร ยางยังคงสดใหม่ไม่มีร่องรอยของพวกสาระแนห้าวเป้งที่ชอบสเวเซซัดรถทดสอบจนยางแหกหมดสภาพ

กริ้บที่ดีของยาง P Zero ยิ่งทำให้เจ้าโรดสเตอร์เหลืองคันนี้เกาะหนึบเป็นตุ๊กแก Porsche ทุกคันไม่เคยทำให้รู้สึกผิดหวัง 718 เป็นการควบรวมเอกลักษณ์ความบันเทิงของรถรุ่นเก่ามาปรับให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปได้อย่างกลมกลืน เพียบพร้อมไปด้วยกลไกไฟฟ้าที่ช่วยส่งเสริมการขับให้สบายและสนุก ไม่ว่าจะเป็นกลไกเฟืองท้ายแบบลิมิเตด Porsche Torque Vectoring Plus ช่วงล่างสปอร์ต Porsche Active Suspension Management (PASM) ท่อไอเสียเสียงโหด พวงมาลัย Porsche Servotronic Plus สุดมั่น เห็นได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่ให้มานั้นเหมาะกับการขับเร็วมากกว่าการขับแบบย่องๆ หยอดๆ 

การบังคับเลี้ยวที่เที่ยงตรงจากจังหวะของการขับเข้าโค้งมุมแคบที่มีการสอดประสานกับแชสซีได้อย่างยอดเยี่ยมคือเอกลักษณ์ของรถที่วางเครื่องกลางลำตัว ด้วยการควบคุมต่างๆ นานา จากระบบช่วยทรงตัวบวกยางประสิทธิภาพสูงก็ยิ่งทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างบนรถคันนี้มีความมันเกินคำบรรยาย สิ่งที่ทำให้รู้สึกประทับใจและอยากได้มาครอบครองก็คือความสามารถด้านกำลัง ความคล่องตัวและการตอบสนองของเกียร์ แม้จะใช้โหมดต่ำสุด 718 ก็ยังดุดันราวกับรถแข่ง ขับไปได้ไม่นานคุณจะเริ่มรำคาญเสียงท่อที่ดังเกินเหตุโดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนมาใช้ Sport Mode เสียงท่อระบายท้ายจะดังสนั่นราวกับรถซิ่งของเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งจะใช้บริการร้านเฮดเดอร์เป็นครั้งแรก สมดุลของช่วงล่างถ่ายเทออกมาให้รับรู้ทันทีที่วิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอ แรงดึงขืนที่พวงมาลัยเมื่อออกตัวแรงๆ หรือที่เรียกกันว่าอาการทอร์คสเตียร์แทบไม่ปรากฏ Porsche จูน 718 จนออกมาดีพร้อมคล้ายกับการปรับให้ขับแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามใจชอบ  

Porsche Active Suspension Management (PASM) คอยควบคุมการวิ่งในทุกระดับของการใช้คันเร่งและเกือบจะทุกสภาพถนน ระดับของการแปรผันในโช้คอัพไฟฟ้ามากเกินพอที่จะสำแดงความดิบโหดออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ 718 ยังให้ความรู้สึกที่เป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างรถและคนขับ บั้นท้ายยังคงนิ่งแม้จะถูกหวดแรงๆ ในโค้ง รวมถึงอาการหน้าดื้อโค้งก็ไม่โผล่ออกมาให้เสียวสันหลังเหมือนรถโรดสเตอร์บางรุ่นที่เอาแต่แรงอย่างเดียวแถมยังมีเสียวเมื่อขับเร็วๆ ความนิ่งและแน่นของช่วงล่างเหมาะกับชายสูงวัยหรือคนแก่ที่ยังรักการซิ่ง

เมื่อขับแบบเจ้าพายุบนไฮเวย์ 718 ส่งถ่ายชั้นเชิงและความสามารถของพวงมาลัยกับระบบรองรับออกมาจนทำให้มั่นใจมากยิ่งขึ้น มันสามารถวิ่งอย่างเร็วจี๋บนไฮเวย์โดยไม่ต้องกลัวว่ารถจะเสียอาการเมื่อต้องหักหลบหลุมบ่อหรือผิวถนนที่ขรุขระ เกียร์ PDK ทำงานอย่างขยันขันแข็ง แม่นและกระชับฉับไวเกินใจต้องการแต่ก็ไม่ควรบ้าพลังมากจนเกินไปในโค้งเนื่องจากลักษณะของการวางเครื่อง หากเกิดการหมุนในรถเครื่องวางกลางลำ คนขับจะกลายเป็นจุดศูนย์กลางของการหมุนซึ่งแก้ได้ยากเอามากๆ แบบหมุนแล้วหลุดเลยยากที่จะดึงมันให้กลับมาตั้งลำบนถนนอีกครั้ง 

Porsche Sport Chrono Package เป็นออปชั่นเสริมที่เจ้าของจะต้องจ่ายเพิ่มเพื่ออัพเกรดประสิทธิภาพให้ถึงขีดสุด ใน 718 คันนี้ได้รับการพัฒนามาเต็มขั้น มีระบบที่เปิดโอกาสให้เจ้าของสามารถปรับเซตค่าต่างๆ ได้เองตามใจชอบ โหมดการขับเคลื่อนที่หลากหลายมีมาให้ครบทุกโหมดตั้งแต่ Normal / Sport / Sport + / individual โดยใช้วิธีควบคุมหรือปรับโหมดผ่านปุ่มข้างขวาใต้พวงมาลัย

เมื่อผมลองเปลี่ยนมาเป็น Sport Plus Mode เสียงของไอเสียปริมาณมหาศาลที่มีอากาศจำนวนมากวิ่งผ่านท่อและกลไก bypass valve ซึ่งมี ECU คอยควบคุมการทำงาน เกิดเป็นเสียงระเบิดดังปุๆ ไปตลอดทางเมื่อยกคันเร่ง Porsche เคลมว่าการตอบสนองของคันเร่งแทบจะไม่แตกต่างจาก Boxster รุ่นเก่าที่วางเครื่อง 6 สูบ แต่พอเอาเข้าจริงๆ อาการรอรอบหรืออาการเทอร์โบแลคโผล่ออกมานิดๆ เมื่อลองสวนคันเร่งลงจนสุดจะมีอาการรออยู่นิดหนึ่งก่อนที่พลังงานในรูปของแรงบิดจะถูกเทลง ล้อหลังซึ่งต้องระวังข้างหน้าให้ดีๆ เพราะมันจะพุ่งลิ่วๆ ราวกับก้อนหินที่ถูกยิงออกจากหนังสติ๊ก  

Bosxter รุ่นใหม่ล่าสุดรหัส 718 มีพื้นที่สำหรับเก็บของไม่มากทั้งพื้นที่ใต้ฝากระโปรงหน้าและใต้ฝาท้ายพอให้ใส่กระเป๋าเดินทางใบเล็กได้สองใบ รูปทรงที่สวยงามของมันนั้นก็ยังโดดเด่นมากกว่าคู่แข่งอย่าง Z4 /SLC / MX-5 /TT Roadster รวมถึงราคาค่าตัวก็ยังทะลุโด่งเกินหน้าเกินตาคู่แข่งไปไกลลิบถึง 7.2 ล้านบาท ถ้าคุณมีเงินเหลือเยอะและเริ่มเบื่อ Z4 หรือ SLC รถอย่าง 718 ก็นับว่าเหมาะมากกับการเป็นรถขับเล่นคันใหม่ เกียร์ PDK คือของเล่นสุดเจ๋งที่สามารถปรับอัตราทดไปตามโหมดกับความเร็ว มันทำงานได้ดีมากจนไม่มีความจำเป็นที่คุณจะต้องเข้าไปวุ่นวายเพื่อเปลี่ยนเกียร์เอง ความกระชับรัดกุมแอบมีดีดกระชากกระชั้นให้รู้สึกสาแก่ใจบ้างในบางจังหวะจะโคนที่กระแทกคันเร่งเร็วๆ Sport Plus Mode เกียร์จะลดให้ 1-2 เกียร์ทันทีที่เบรกแรงๆพร้อมการทำงานของตัวเบิ้ลรอบคอยคาจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับการเทแรงบิดลงพื้นเมื่อเท้าขวาสลับจากแป้นเบรกไปยังแป้นคันเร่ง ส่วนระบบห้ามล้อหรือเบรกก็ยังวางใจได้ เบรหน้าแบบ 4 พอตเอาอยู่ในทุกกรณีหากไม่ติดลูกบ้ามากจนเกินไป สำหรับเครื่องยนต์ 4 สูบนั้นแตกต่างจากเครื่อง 6 สูบตัวเก่าทั้งในด้านขนาดและน้ำหนัก อัตราสิ้นเปลืองและค่าการปล่อย Co2 ท่อระบายท้ายจะสร้างความตื่นเต้นได้ไม่นาน จากนั้นจะกลายเป็นความรำคาญเข้ามาแทนที่ เสียงท่อที่ขาดความชัดเจนในด้านโทนเสียงที่ขึ้นตรงกับรอบของเครื่องยนต์กลายเป็นจุดด้อยของมันอย่างน่าเสียดาย  

สมรรถนะทั้งทางตรงและทางโค้งอยู่ในระดับแนวหน้า ไม่ได้แรงมุทะลุดุดันเท่ากับซุปเปอร์คาร์ แต่ขับแล้วสบายเนื้อสบายตัวไม่ว่าจะขับใกล้ๆ หรือเอาออกทางไกลแบบที่ผมกำลังทำอยู่ แรงบิดมีพร้อมให้ใช้เกือบทุกเวลาจนไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปเล่นกับเกียร์เหมือนรถคู่แข่ง การปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้มีขนาดที่เล็กลงไม่ได้กัดกร่อนประสิทธิภาพของการวิ่งแต่อย่างใดทั้งสิ้นเนื่องจากมีระบบอัดอากาศคอยเติมเต็มความสามารถของแรงบิด!! โดยภาพรวม Porsche 718 Boxster เป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนแบบสองที่นั่งที่มีความน่าขับน่าสัมผัส เป็นจักรกลที่สร้างขึ้นมาเพื่อความสนุกสนานล้วนๆ มันเป็นรถสองบุคลิก โดยมีให้คุณทั้งความดิบโหดและความหรูหรา ขับช้าก็ได้ขับเร็วก็ดีเยี่ยม

เย็นมากแล้วในแถบปากน้ำประแสของจังหวัดระยอง สายฝนหลงฤดูโปรยปรายลงมาในช่วงก่อนค่ำแต่ผมกลับเพลิดเพลินจนลืมมองดูเวลา สำหรับการขับทดสอบเพื่อทำรีวิวแค่วันเดียวกับคาบเวลา 12 ชั่วโมงตั้งแต่เช้าจดเย็นก่อนเอารถกลับไปส่งคืนที่โชว์รูมในย่านพัฒนาการเป็นห้วงเวลาสั้นๆ แบบไฟลนก้น แม้เวลาจะน้อยแต่ 718 ก็ทำให้คนชอบขับแบบผมรู้สึกประทับใจไม่รู้ลืม.

Porsche 718 Boxster 2017 Specifications 
Engine
Manual PDK
Number of cylinders  4
Displacement  1,988 cm³
Engine layout Mid-engine 
Power  220 kW (300 hp)
at rpm 6,500
Max. torque at rpm 380 Nm at 1,950 - 4,500 
Compression ratio 9.5 : 1

Performance
PDK
Top speed  275 km/h
Acceleration from 0 - 100 km/h 4.7 s with Sport Chrono Package 
Acceleration from 0 - 160 km/h 10.8 s with Sport Chrono Package
Flexibility (80-120 km/h) in 5th gear 5.6 s 
In-gear acceleration (80-120km/h)  3.2 s

Fuel Consumption/Emissions*
PDK
Urban in l/100 km 9.0
Extra-urban in l/100 km  5.7
Combined in l/100 km 6.9
CO2 emissions in g/km 158

Transmission
PDK 7 speed
Driveline layout Rear-wheel drive

Body
PDK
Length 4,379 mm
Width 1,801 mm
Height 1,281 mm
Wheelbase 2,475 mm
Drag coefficient (Cd)  0.31
Unladen weight (DIN) 1,365 kg
Unladen weight (EC) 1,440 kg
Permissible gross weight 1,685 kg

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/