วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยต้องเก่งไม่แพ้ชาติอื่น! ม.กรุงเทพปั้น 3 หลักสูตร สร้างหัวกะทิยุคดิจิทัล

ม.กรุงเทพ เปิดหลักสูตรใหม่ด้านดิจิทัล เน้นดิจิทัลมีเดีย เกม และการตลาดดิจิทัล ชูความพร้อมทั้งเครื่องมือ และมืออาชีพถ่ายทอดความรู้ หวังปั้นเด็กไทยหัวกะทิ...

"ในปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมแอนิเมชั่นของไทยมีมูลค่าราว 4,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดดิจิทัลคอนเทนต์มีมูลค่ากว่า 14,000 ล้านบาท ประกอบกับศักยภาพของคนไทยในด้านดิจิทัล ก็ได้การยอมรับในระดับนานาชาติ ทำให้เทรนด์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายทั้งแวดวงการศึกษาและวิชาชีพ" นายเพชร โอสถานุเคราะห์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าว

สำหรับหลักสูตรใหม่ด้านดิจิทัลของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ประกอบด้วย 1. คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ 2. หลักสูตรเกมและสื่ออินเตอร์แอคทีฟ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม และ 3.หลักสูตรการตลาดดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ


อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวอีกว่า คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์นั้นเป็นคณะใหม่ ซึ่งแยกออกจากคณะนิเทศศาสตร์เดิม เนื่องจากมีผู้ให้ความสนใจและเลือกศึกษาเป็นจำนวนมาก มหาวิทยาลัยฯ จึงพัฒนาหลักสูตรใหม่ภายใต้ความร่วมมือกับบุคลากร และหน่วยงานชั้นนำทั้งในและต่างประเทศในด้านดังกล่าว และใช้เครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้หลักสูตร และทำให้นักศึกษาได้รับทั้งความรู้และการฝึกปฏิบัติจริง

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลักสูตรใหม่ทั้ง 3 หลักสูตร จะได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากนักศึกษาและผู้สนใจ เนื่องจากแนวคิดของมหาวิทยาลัยกรุงเทพนั้น ฝึกสอนทั้งทักษะการเรียนรู้ การปฏิบัติจริง และการคิดแบบเจ้าของธุรกิจด้วย ทั้งยังได้รับประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสายอาชีพ คาดว่าจะสามารถผลิตแรงงานด้านดิจิทัลออกสู่ตลาดไม่ต่ำกว่า 150-250 คนต่อปี


"ปัจจุบัน หลักสูตรดิจิทัลมีอยู่หลายสถาบันการศึกษาแล้ว แต่ ม.กรุงเทพมั่นใจในศักยภาพทั้งด้านคณาจารย์ บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ และอุปกรณ์ทันสมัย ว่าจะทำให้ผู้ที่ชื่นชอบและสนใจด้านดิจิทัลนึกถึงและเลือกศึกษาต่อกับเรา นอกจากหลักสูตรดิจิทัลใหม่ ทางมหาวิทยาลัยก็จะทยอยปรับหลักสูตรอื่นๆ เข้าสู่รูปแบบดิจิทัลด้วย เนื่องจากประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากรด้านดังกล่าวอีกมาก โดยเฉพาะการเข้าสู่ยุคดิจิทัลให้สอดคล้องกับนโบายประเทศไทย 4.0 ขณะเดียวกันก็ยังเป็นเทรนด์ระดับโลกที่ต้องการแรงงานที่มีศักยภาพทางเทคโนโลยีแทบทุกสายอาชีพ".