วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วางพวงมาลา ร.9 เข้าเฝ้า ร.10

พระจักรพรรดิญี่ปุ่น เสด็จฯส่วนพระองค์

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงร่วมการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เผยขบวนพระบรมราชอิสริยยศ อัญเชิญพระบรมศพ พระบรมโกศ พระบรมอัฐิ พระบรมราชสรีรางคาร กำหนดไว้ 6 ขบวน พร้อมกันนี้ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้รัฐบาลจัดสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนทุกด้าน ขณะที่สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น จะเสด็จฯถึงไทยบ่ายวันที่ 5 มี.ค. แล้วเสด็จพระราชดำเนินวางพวงมาลาถวายราชสักการะ และร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ก่อนเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะพระราชอาคันตุกะ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ผู้บังคับการตำรวจทางหลวงเผยพระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ที่มีต่อตำรวจทางหลวง

พสกนิกรไทยปีติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับเป็นที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งนี้ เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 1 มี.ค. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงร่วมการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งที่ 1/2560 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยทรงรับเป็นที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรม ศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทรงรับเชิญเสด็จพระราชดำเนิน ในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ในการนี้มีพระราชกระแสรับสั่งให้รัฐบาลจัดสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เช่น หน่วยแพทย์ อาหาร น้ำดื่ม รถสุขา และถังขยะ ให้มีความพร้อมพอเพียงสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกตลอดเวลา

ทั้งนี้ ร่างหมายกำหนดการพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ประกอบด้วย 1.งานวันที่ 1 พระราชกุศลออกพระเมรุ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท 2.งานวันที่ 2 พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 3.งานวันที่ 3 เก็บพระบรมอัฐิ ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 4.งานวันที่ 4 งานพระราชกุศลพระ บรมอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหา ราชวัง 5.งานวันที่ 5 เลี้ยงพระ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ ขึ้นประดิษฐานพระวิมานบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

สำหรับการจัดขบวนพระบรมราชอิสริยยศเพื่ออัญเชิญพระบรมศพ พระโกศพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคาร กำหนดไว้ 6 ขบวน โดยจะมีการฝึกซ้อมย่อยและฝึกซ้อมใหญ่ในสถานที่จริงเพื่อให้มีความพร้อมเพรียงและสง่างามสมพระเกียรติยศ การจัดแสดงมหรสพสมโภช ประกอบด้วยการจัดแสดงโขนหน้าไฟหน้าพระเมรุมาศ เรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร-ยกรบ-รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ การแสดงมหรสพสมโภชบริเวณท้องสนามหลวงด้านทิศเหนือ ประกอบด้วย การแสดงหนังใหญ่และโขนพระราชทาน ตอนรามาวตาร การแสดงละคร หุ่นหลวงและหุ่นกระบอก และการบรรเลงดนตรีสากล “ธ คือ ดวงใจไทยทั่วหล้า” การจัดนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” รวมไปถึงการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจการทรงงานในแต่ละพื้นที่ของจังหวัด นิทรรศการด้านการพระราชไมตรีที่เกี่ยวกับประเทศต่างๆ ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

ขณะที่การจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของภาคประชาชน โดยจะดำเนินการทั้งในกรุงเทพมหานคร จังหวัดและอำเภอทั่วประเทศ ตลอดจนในต่างประเทศด้วย ในกรุงเทพมหานคร จะจัดตั้งซุ้มถวายดอกไม้ จันทน์บริเวณใกล้ท้องสนามหลวง 11 ซุ้ม และตามมุมเมือง 4 ซุ้ม ซุ้มขนาดกลางตามแนวถนนราชดำเนินและถนนอรุณอมรินทร์ 19 ซุ้ม ซุ้มขนาดเล็กตามวัดต่างๆ 67 ซุ้ม ส่วนภูมิภาคมีซุ้มขนาดใหญ่ 76 ซุ้ม (อำเภอร่วมกับจังหวัด) ซุ้มขนาดกลางทุกอำเภอ/วัดต่างๆ 802 ซุ้ม ส่วนในต่างประเทศ จะมีซุ้มขนาดกลาง ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุล 96 ซุ้ม และซุ้มขนาดเล็กตามวัดไทย 539 ซุ้ม รวมทั้งยังได้เชิญชวนจิตอาสาร่วมกันทำดอกไม้จันทน์เพื่อใช้สำหรับประชาชนที่ไปร่วมงานสามารถนำดอกไม้ จันทน์ไปถวายได้

ส่วนการจัดนิทรรศการภายหลังงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมเครื่องประกอบพระเมรุมาศด้านช่างสิบหมู่และความงดงามของสิ่งปลูกสร้างและส่วนประกอบทั้งหลายที่ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นระยะเวลา 30 วัน สำหรับการจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุ ให้มีการจัดทำหนังสือจดหมายเหตุฉบับหลักและฉบับรอง และหนังสือที่ระลึกอื่นๆ ตามความเหมาะสม

ก่อนหน้านี้ช่วงเช้าวันเดียวกัน สำนักพระราชวัง แจ้งว่า ในการที่สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น เสด็จฯเยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์ ระหว่างวันที่ 5-6 มี.ค. สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น จะเสด็จฯถึงท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ โดยเครื่องบินพระที่นั่ง เที่ยวบินพิเศษของรัฐบาลญี่ปุ่น ในเวลา 13.45 น. วันที่ 5 มี.ค.

จากนั้นเวลา 18.00 น. จะเสด็จพระราชดำเนินยังพระนั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อวางพวงมาลาถวายราชสักการะ และร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะสดับพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 1 จบ และทรงลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยในสมุดแสดงความเสียพระราชหฤทัย ณ อาคารสำนักราชเลขาธิการ แล้วเสด็จพระราชดำเนินต่อไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะพระราชอาคันตุกะ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมที่ประทับ

ในวันที่ 6 มีนาคม เวลา 11.00 น. สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น เสด็จพระราชดำเนินออกจากโรงแรมที่ประทับ ไปท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศโดยรถยนต์พระที่นั่ง และเสด็จฯออกจากประเทศไทย กลับประเทศญี่ปุ่น โดยเครื่องบินพระที่นั่ง เที่ยวบินพิเศษของรัฐบาลญี่ปุ่น

ในส่วนการพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 1 มี.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้องค์กรภาคเอกชน ตลอดจนมูลนิธิ สมาคมต่างๆ อาทิ มูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬาทางอากาศและการบินแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักงานจเรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจทางหลวง โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ฯลฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผบก.ทล. กล่าวภายหลังร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ ว่า กองบังคับการตำรวจทางหลวง เป็นหน่วยงานราชการที่ได้ถวายงานในหลวง ร.9 มาโดยตลอด เวลาที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปต่างจังหวัดเยี่ยมเยียนราษฎรทุกครั้ง ตำรวจทางหลวงมีหน้าที่ถวายงานในด้านความปลอดภัย แม้ว่าพระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว ตำรวจทางหลวงก็ยังน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณมาโดยตลอด ทุกครั้งที่เสด็จฯ พวกเราได้เห็นพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ในเรื่องการดูแลทุกข์สุขประชาชน จึงได้นำมาปลูกฝังให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนก็ได้เห็นและรับรู้อยู่ทุกครั้ง

“พระองค์ทรงเน้นย้ำเสมอให้ตำรวจทางหลวงดูแลและให้บริการประชาชนเป็นหลัก ให้ประชาชนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องร้องขอ โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้รถใช้ถนน ตลอดเวลากว่า 10 ปีที่ได้มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท จำได้ว่า สมัยก่อนเครื่องมือสื่อสารยังไม่ทันสมัย โทรศัพท์มือถือยังไม่แพร่หลาย พระองค์ทรงแนะนำให้ใช้วิทยุสื่อสารมาใช้ในการทำงาน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการช่วยเหลือประชาชน รวมถึงแนะให้ประชาชนที่อยู่ถิ่นทุรกันดารใช้วิทยุติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ปัจจุบันก็ยังคงใช้อยู่ นอกจากนี้ ทรงไม่เคยถือพระองค์ว่าเป็นพระมหากษัตริย์ เวลาจะเสด็จฯ ไปแห่งหนใด จะทรงมีรับสั่งให้เปิดการจราจรฝั่งตรงข้ามให้มีการสัญจรตามปกติ ไม่กระทบการดำเนินชีวิตของประชาชน แต่ทุกครั้งก็จะมีประชาชนมาเฝ้ารับเสด็จตลอดเส้นทางอย่างเนืองแน่น แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีที่ชาวไทยมีต่อพระองค์ท่านอย่างมากล้น” พล.ต.ต.สมชายกล่าว