วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใช้ฤกษ์มงคล พิธียก! เสาเอก 'พระเมรุมาศ' (ชมคลิป)

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินส่วนพระองค์ยังโรงขยายแบบ ท้องสนามหลวง ทรงรับฟัง การบรรยายความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีรับสั่งสบายพระทัยที่เห็นการก่อสร้างดำเนินไปด้วยดีและคืบหน้า พร้อมพระราชทานคำแนะนำเกี่ยวกับการอนุรักษ์ต้นมะขามสนามหลวง เพื่อให้ประชาชนมีจิตสำนึกและรู้ถึงคุณค่าต้นมะขาม ด้านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีบวงสรวงและยกเสาเอกพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ตาม “มหัทธโนฤกษ์” เมื่อตอนสายวันที่ 27 ก.พ.

เมื่อเวลา 07.15 น. วันที่ 27 ก.พ. สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเป็นการส่วนพระองค์ยังห้องประชุมวิธานสถาปกศาลา หรือโรงขยายแบบ ตั้งอยู่ที่บริเวณด้านทิศใต้ของสนามหลวง ทรงรับฟังการบรรยายความคืบหน้า การก่อสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร โดยมีท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศฯ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรมและผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ทีมที่ปรึกษา พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับเสด็จ

จากนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และอาสาสมัคร ณ วิธานสถาปกศาลา อาคารปั้นหล่อประติมากรรม อาคารเขียนสีและตกแต่งองค์ประกอบ อาคารจัดสร้างพระโกศจันทน์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระ เนตรแบบผังพระเมรุมาศ แบบแสดงโครงสร้างเหล็ก 3 มิติพระที่นั่งทรงธรรม และแบบโครงสร้างเหล็กศาลาลูกขุน โดยมีนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายอารักษ์ สังหิตกุล ที่ปรึกษาวิศวกรโครงสร้างพระเมรุมาศ ถวายรายงานความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้าง แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มีพระ ราชปฏิสันถารกับรองนายกรัฐมนตรี อธิบดีกรมศิลปากร รมว.วัฒนธรรม และผู้ว่าฯ กทม. พระราชทานคำแนะนำเกี่ยวกับการอนุรักษ์ต้นมะขามสนามหลวงว่า “ต้องทำให้ประชาชนรู้ถึงคุณค่าของต้นมะขาม เพื่อที่จะได้มีจิตสำนึกและช่วยกันอนุรักษ์ไว้” จากนั้นได้เสด็จพระราชดำเนินกลับ

นายอารักษ์ สังหิตกุล อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะที่ปรึกษาวิศวกรโครงสร้างพระเมรุมาศ กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีรับสั่ง สบายพระทัย เนื่องจากได้เห็นการดำเนินการก่อสร้างทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ถวายงานพระเมรุมาศครั้งนี้อย่างเต็มที่ ทรงเน้นย้ำอยากให้ผู้ทำงานมีความชำนาญและมีประสบการณ์ร่วมทำงาน เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามแผนไม่ล่าช้า ขณะเดียวกันขอให้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ด้วย เพื่อให้มีการสืบทอดงานรุ่นต่อรุ่น

ต่อมาเวลา 09.00 น. กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีบวงสรวงการก่อสร้างและยกเสาเอกพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เริ่มด้วยพิธีสงฆ์ในเวลา 09.45 น. มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีบวงสรวงการก่อสร้างและยกเสาเอกพระเมรุมาศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยมีคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการอำนวยการและคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ รวมทั้งผู้แทน 4 เหล่าทัพเข้าร่วมพิธี

เมื่อถึงเวลา 10.01 น. อันเป็นมหัทธโนฤกษ์ พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ จุดธูปเทียนบูชาเครื่องบวงสรวง อ่านโองการบวงสรวง รดน้ำเทพมนต์และเจิมเสาเอก จากนั้นนายกรัฐมนตรี สรงน้ำปิดทอง ผูกผ้าแพร 3 สี ถือสายสูตรยกเสาเอกพระเมรุมาศตั้งขึ้น โดยเสาเอกมีขนาดความสูง 21.90 เมตร น้ำหนัก 19 ตัน/ต้น ใช้นอตยึดเสา 89 ตัว/ต้น โดยเสาเอกมีจำนวน 1 ต้น เสาโท 3 ต้น นายกรัฐมนตรีโปรยข้าวตอกดอกไม้และวางพวงมาลัยที่โคนเสาเอกพระเมรุมาศ ตามด้วยคณะรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องทยอยโปรยดอกไม้และวางพวงมาลัยเสาเอก คณะนาฏศิลป์ กรมศิลปากร รำบวงสรวง ประธานฯ ถวายภัตตาหาร พร้อมด้วยเครื่องไทยธรรมและจตุปัจจัยแด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานฯ กรวดน้ำถวายเป็นพระราชกุศล เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เยี่ยมชมแบบผังพระเมรุมาศและพระที่นั่งทรงธรรม และตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการดำเนินงานก่อสร้างพระเมรุมาศ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มาเยี่ยมการทำงาน ซึ่งกรมศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบ วันนี้เป็นพิธีลงเสาเอก ซึ่งเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ แสดงถึงความสามารถของผู้ประกอบการชาวไทยในการออกแบบและใช้ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ อยากให้สังคมและประชาชนรู้ว่าประเทศไทยมีสิ่งที่สวยงามเป็นจารีตประเพณี เป็นอัตลักษณ์ความเป็นไทย โดยเฉพาะรูปแบบอาคาร เป็นสิ่งที่เราควรภาคภูมิใจ เพราะเป็นการถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งคนไทยทั้งประเทศร่วมกันทำมาตั้งแต่เดือน ต.ค.ปีที่ผ่านมา คาดว่าจะใช้เวลา 1 ปี หรือช่วงเดือน ก.ย.หรือ ต.ค. ก่อนที่จะมีพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รู้สึกสบายใจ ที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนดำเนินการ เพราะทุกอย่างต้องมีแผนงานเหมือนกับรัฐบาลที่มีโรดแม็ปว่า ทำอะไรเมื่อไหร่ เสร็จเมื่อไหร่ แต่หากมีอะไรมาขัดขวาง โรดแม็ปก็ขยับทำไม่เสร็จ เข้าใจแค่นี้พอ ไม่ต้องเรื่องมาก อยากให้ทุกคนสงบสติอารมณ์ ทำให้บ้านเมืองเรียบร้อย ให้นึกถึงคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ เพราะวันนี้รัฐบาลแก้ปัญหาทุกอย่าง โดยคำนึงถึงคนทั้งประเทศทุกวัน อะไรที่ไม่จำเป็น ขัดแย้ง ไม่สร้างสรรค์ ก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการไป

ด้าน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศ เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ มีความคืบหน้า 15% ถือว่าเร็วกว่ากำหนด ส่วนงานโครงสร้างต่างๆมีความมั่นคง แข็งแรง มีประสิทธิภาพ หากฐานมีความมั่นคงแข็งแรง ส่วนประกอบต่างๆก็จะตามมาเร็ว เมื่อทีมช่างได้ทำการลงเสาเอก เสาโท เสร็จเรียบร้อย งานก็จะมีความคืบหน้าอีก 20% คาดว่าภายในเดือน ก.ย.งานก่อสร้างหลักจะแล้วเสร็จทั้งหมด ที่เหลือทีมช่างจะได้เก็บรายละเอียดของงานส่วนต่างๆ

รองนายกฯกล่าวด้วยว่า จากนั้น กระทรวงวัฒนธรรม จะเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมพระเมรุมาศ ก่อนงานพระราชพิธี โดยมีแนวคิดที่จะสร้างสแตนด์โดยรอบสนามหลวง เพื่อให้ประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวได้ขึ้นบนสแตนด์ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก นอกจากนี้เตรียมที่จะทำความเข้าใจกับสื่อมวลชน ทั้งในและต่างประเทศ ในการนำเสนอข่าว การใช้คำราชาศัพท์ที่ถูกต้องเกี่ยวกับพระราชพิธี เพื่อให้การนำเสนอข่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนความคืบหน้างานประติมากรรม ทีมช่างสิบหมู่ได้จัดทำต้นแบบงานประติมากรรม งานจิตรกรรมประดับพระเมรุมาศ ดำเนินการแล้วเสร็จ 15-20% และจะทยอยนำมาปั้นและหล่อชิ้นงาน ที่อาคารปั้นหล่อประติมากรรม ณ ท้องสนามหลวง

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ส่วนต้นมะขาม บริเวณสนามหลวงทั้ง 44 ต้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ขุดล้อมต้นมะขามเพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายในช่วงเดือน เม.ย. เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะเคลื่อนย้ายต้นมะขามจำนวน 14 ต้น ด้านฝั่งทิศใต้ของสนามหลวง เพื่อเปิดพื้นที่ในการก่อสร้างศาลาทรงธรรม งานก่อสร้างพระเมรุมาศ ในช่วงกลางเดือน มี.ค.นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้เตรียมต่อท่อพร้อมเครื่องอัดออกซิเจน เพื่อช่วยบำรุงต้นมะขามให้มีความแข็งแรงก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้าย ทั้งนี้ ในวันที่ 1 มี.ค. จะมีการประชุมคณะอำนวยการก่อสร้างพระ เมรุมาศ คณะใหญ่ในการติดตามงานในด้านต่างๆเพื่อเตรียมงานพระราชพิธี และเป็นการประชุมครั้งแรก ณ ทำเนียบรัฐบาล

ในส่วนพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันเดียวกันสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้องค์กรภาคเอกชน ตลอดจนมูลนิธิ สมาคมต่างๆ อาทิ มูลนิธิศูนย์กลางอี่ก้วนเต้า (อนุตตรธรรม) ไทย มูลนิธิชาวเจ้าพ่อเสือ มูลนิธิวิชญ์ อริยศรีวัฒนา มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย มูลนิธิศาลเจ้าโจซือกง ตลาดน้อย มูลนิธิวงศ์วารีเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มูลนิธิระดมบุญ มูลนิธิหมอ 19 บาท กลุ่มบริษัท กำแพงเพชรวิวัฒน์ก่อสร้าง จำกัด ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท อุดมข้าวสยาม จำกัดและครอบครัวอันนวัฒน์ บริษัท ตลาดสดเมืองทองดอนเจดีย์ จำกัด บริษัท 3 เอ็ม ประเทศไทย จำกัด บริษัท ไอเอสเอส ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด และบริษัทในเครือ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม สมาคมผู้จำหน่ายหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ ฯลฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง หลังเสร็จสิ้นพิธีหลวง หรือพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) ถวายพระบรมศพ

นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิหมอ 19 บาท กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นต้นแบบของมูลนิธิหมอ 19 บาท เนื่องจากในอดีตพระองค์ทรงห่วงใยด้านสาธารณสุขของประชาชน ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งหน่วยแพทย์พระราชทานและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปตามจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนที่ยากจนได้เข้าถึงยาที่ดีและหมอที่ดี มูลนิธิหมอ 19 บาท ที่เกิดจากการรวมตัวของแพทย์ทุกแขนง พยาบาล และอาสาสมัครมากว่า 30 ปี ได้นำแนวทางดังกล่าว จัดตั้งเป็นหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ลงพื้นที่ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขรักษาคนยากจนในถิ่นทุรกันดาร ที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการด้านการแพทย์ โดยส่วนใหญ่ลงพื้นที่ในต่างจังหวัด รวมถึงชุมชนแออัดใน กทม. เน้นการให้ความรู้ทางด้านสาธารณสุข เนื่องจากยังมีคนในต่างจังหวัดอีกเป็นจำนวนมากที่ยังขาดความรู้ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อวงการสาธารณสุข รวมถึงด้านอื่นๆอีกมากมาย มูลนิธิฯจึงปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้มีโอกาสร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระองค์ท่านเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี

ขณะเดียวกัน สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 26 ก.พ.หลังสำนักพระราชวังปิดไม่ให้ประชาชนขึ้นถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.07 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 28,793 คน รวม 116 วัน มี 4,792,620 คน และประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,461,758.50 บาท รวม 116 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 404,126,704.84 บาท

นอกจากนี้ สำนักพระราชวังได้แจ้งหมาย กำหนดการว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราช ดำเนินมาบำเพ็ญพระราชกุศล (พิธีกงเต๊ก) ถวาย พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง ในวันอังคารที่ 28 ก.พ เวลา 19.00 น. ในการพิธีอัญเชิญและส่งเสด็จดวงพระวิญญาณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้ามสะพานโอฆสงสารสู่แดนสุขาวดี เพื่อเป็นการแสดงพระกตเวทิตาสนองพระเดชพระคุณ หลังจากที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นประโยชน์เกื้อกูลต่อพสกนิกรนานัปการ เพื่อดวงพระวิญญาณเสด็จพระราชดำเนินไปเสวยทิพยสุข ณ แดนพุทธเกษตร โดยสงบสันติตลอดไป

โดยเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราช ดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน มาประทับบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระสงฆ์จีน 21 รูปสวดพระพุทธมนต์ เชิญเสด็จดวงพระวิญญาณข้ามสะพาน พระสงฆ์จีน 21 รูป นำเสด็จดวงพระวิญญาณลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ม.จ.มงคลเฉลิม ยุคล และ พล.ท. ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล เป็นผู้เชิญเครื่องทองน้อยและเชิญธงพุ่มดวงพระวิญญาณ จากบนพระที่นั่งลงทางบันไดหน้าพระที่นั่งด้านตะวันตก ไปยังมณฑลพิธีด้านทิศเหนือของพระที่นั่งฯ โดยมี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินตามธงพุ่มดวงพระวิญญาณลงมายังมณฑลพิธี ประทับพระ ราชอาสน์ ณ ทิมคดตะวันออก ทรงเผากระดาษเงินกระดาษทอง

พระสงฆ์จีน 21 รูป ตั้งขบวนสวดพระพุทธมนต์นำดวงพระวิญญาณเสด็จพระราชดำเนินข้ามสะพานโอฆสงสาร โดยมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินตามธงพุ่มดวงพระวิญญาณ เที่ยวไปจนครบ 3 รอบ ระหว่างนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรยเหรียญลงในขันสาครที่หัวสะพานและท้ายสะพาน เมื่อเสร็จพิธีพระสงฆ์จีน 21 รูปเชิญดวงพระวิญญาณเสด็จขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาททางบันไดหน้าพระที่นั่งด้านตะวันตกแล้ว สมเด็จพระเจ้า อยู่หัวจึงจะเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีมอบเกียรติบัตร “น้ำใจ ไมตรี” แก่จิตอาสาที่ได้อุทิศตัวทำความดี ปฏิบัติงานบริการประชาชนที่สนามหลวงด้วยน้ำใจไมตรี นับตั้งแต่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคตเป็นต้นมา โดยได้มอบเกียรติบัตรจำนวน 99 รายชื่อ ทั้งหน่วยงานและบุคคล นอกจากนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้เปิดให้ผู้สนใจเข้ามาร่วมเป็นจิตอาสาทำดอกไม้จันทน์ ที่เต็นท์ท้องสนามหลวงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเชิญชวนประชาชนทั่วทุกภูมิภาคร่วมเป็นจิตอาสาจัดทำดอกไม้จันทน์เพื่อกระจายส่งไปยังจังหวัดต่างๆที่มีการจุดถวายดอกไม้จันทน์ทั่วประเทศ สำหรับใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพด้วย