วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระองค์ภา รับสั่งถึงแนวการพัฒนาชาวเขาของในหลวง ร.9

ทำให้หลักนิติธรรมเกิดได้ ในสังคม นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (สถาบันทีไอเจ) จัดการประชุมเวทีสาธารณะว่าด้วยหลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยจัดขึ้นในโอกาสเปิดโครงการ RoLD Program เพื่อส่งเสริมหลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นโครงการที่สถาบันทีไอเจริเริ่มขึ้น โดยสอดคล้องกับวาระ 2030 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ อันเป็นวาระการพัฒนาของโลก

โอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเข้าร่วมการประชุมและทรงปาฐกถาพิเศษ ซึ่งเป็นพระภารกิจแรกในฐานะทูตสันถวไมตรีด้านการส่งเสริมหลักนิติธรรมและระบบงานยุติธรรมทางอาญา สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) โดยมีนายลุค สตีเวนส์ ผู้ประสานงานสหประชาชาติและผู้แทนสำนักโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำประเทศไทย และนายเจเรมี ดักลาส ผู้แทนสำนักงาน UNODP ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก มาร่วมเป็นองค์ปาฐกเกี่ยวกับความสำคัญของหลักนิติธรรมที่มีต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีผู้เข้าร่วมฟังจากภาคส่วนต่างๆ กว่า 200 คน ที่ห้องประชุม 2 ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา

พระองค์ภามีพระดำรัสว่า พระองค์รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงาน และทรงมีโอกาสที่จะปฏิบัติภารกิจใหม่นี้ สำหรับหัวข้อปาฐกถา หลักนิติธรรมและความเชื่อมโยงต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น มีขอบเขตที่กว้างขวาง โลกได้เรียนรู้บทเรียนที่ดีมากมายในการแสวงหาหนทางในการนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หลักนิติธรรมเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนอย่างหนึ่งในการกำหนดทิศทาง การที่เราจะเปลี่ยนแปลงโลกที่เราอาศัยอยู่ให้เกิดประสิทธิผล จะทำให้เรามีสังคมที่มีความมั่นใจ และมีความชัดเจนถึงการใช้อำนาจของรัฐบาล และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ จะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทุกๆคน กล่าวคือ หลักนิติธรรมทำให้ประชาชนทั้งหลายสามารถที่จะใช้สิทธิพื้นฐาน
ต่างๆได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีการเลือกปฏิบัติ พระองค์ทรงเชื่อว่าทุกคนควรจะมีความคิดเห็นตรงกันว่าเราควรที่จะเคารพกฎหมาย ซึ่งทัศนคติดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่าย อาจจะใช้เวลาหลายชั่วอายุคน อาจจะต้องใช้ความพยายามร่วมกัน

พร้อมกันนี้มีพระดำรัสเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างหลักนิติธรรมและพัฒนาที่เข้มแข็งและยั่งยืน โดยทรงยกตัวอย่างแนวทางการดำเนินโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในชุมชนชาวเขา ที่แต่เดิมปลูกพืชที่ผิดกฎหมาย จนสามารถทำการเกษตรมีรายได้เลี้ยงชีพที่ภูมิใจได้ว่า พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงวางเงื่อนไขแวดล้อม ที่จะทำให้หลักนิติธรรมสามารถเกิดได้ในสังคม โดยเริ่มจากการช่วยให้ชาวบ้านสามารถเลี้ยงชีพได้ก่อนเป็นสำคัญ คนเหล่านี้ต้องได้รับการสนับสนุน เสริมพลังจนถึงจุดที่สามารถมีทางเลือกในการใช้ชีวิต จากนั้นจึงมีการพัฒนาทางเลือกให้ไปสู่ความสำเร็จนั้น ก็เนื่องมาจากการที่ภาครัฐเข้าใจอย่างชัดเจนว่าก่อนใช้กฎหมายบังคับให้ชาวบ้านปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ควรต้องคำนึงถึงเงื่อนไขทางสังคม เศรษฐกิจ หรือแม้แต่เรื่องธรรมเนียมประเพณี หากขาดการสนับสนุนเรื่องที่ดินทำกิน การบริหารจัดการน้ำ การคมนาคม สาธารณสุขพื้นฐาน หรือการศึกษา กฎหมายที่เคร่งครัดก็ไร้ประโยชน์ นอกจากนี้ ทรงเน้นย้ำว่า หลักนิติธรรมนั้นไม่ได้สำคัญเฉพาะกับนักกฎหมาย หรือใช้ในการมองบริบทงานด้านตุลาการหรือกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น หากแต่หลักนิติธรรมเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประชาชน และส่งผลต่อทุกคน แม้จะอยู่ในสถานที่ห่างไกล ไม่ว่าผู้นั้นจะเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ บริการสาธารณะ หรือสถานะทางกฎหมายใด ความเชื่อมโยงระหว่างหลักนิติธรรมและการพัฒนามีความซับซ้อนในหลายแนวทาง ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะมาร่วมกันทำความเข้าใจถึงความสำคัญของความเชื่อมโยงดังกล่าว.