วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปกป้องศาสนา "ศรัทธา" หรือ "งมงาย"

ขอความสุขความเจริญจงมีแด่ทุกท่าน พระมหาสมปองมาอีกแล้ว มาพร้อมกับธรรมะเย็นๆ ที่พร้อมจะชโลมให้โยมเย็นทั้งกาย เย็นทั้งใจ เรียกว่าเย็นไปทั้งตัว เย็นนะโยม ยังไม่ถึงชา ถ้าถึงขนาดชาเดี๋ยวเขาจะส่งเข้าห้องผ่าตัดก็เป็นได้!!

โยมทุกท่านธรรมะ “รู้” อย่างเดียวไม่ได้ มันต้อง “มี” ด้วย เพราะว่าคนรู้ธรรมะชอบเอาชนะคนอื่น ส่วนคนมีธรรมะจะเอาชนะตนเอง คนรู้ธรรมะอย่างเดียว มักจะเอาไว้อวดว่าตนเองรู้อย่างโน้น รู้อย่างนี้ มักอ้างด้วยตำรา มันไม่ได้มีประโยชน์อันใด เหมือนทัพพีที่อยู่ในหม้อแกงแต่ไม่รู้รสแกง เหมือนกบเฒ่านั่งเฝ้ากอบัว ไม่ได้รู้รสชาติของเกสรบัวว่ามีรสหวานขนาดไหน ถ้าเป็นแบบนี้ เวลาที่ความทุกข์มาในชีวิต ธรรมะที่รู้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะเพียงแค่รู้ ไม่ได้นำมาปฏิบัติเพื่อให้เกิดมีขึ้นมาในจิตใจ

ส่วนคนที่มีธรรมะ จะไม่พยายามเอาชนะใคร จะพยายามเอาชนะใจของตนเองให้ได้ จะพยายามเอาชนะ ความโลภ ความโกรธ ความหลง เอาชนะความตระหนี่ถี่เหนียวที่อยู่ในใจ

โยมทุกท่าน ก่อนที่อาตมาจะตอบคำถามที่สังคมอยากรู้ อาตมามีธรรมะดีๆ ที่หลวงพ่อปัญญานันทะ ท่านกล่าวไว้ว่า คนเรามี 3 หน้าคือ 1. หน้านอก 2. หน้าใน 3. หน้าที่ หน้านอก บอกความงาม หน้าใน บอกความดี หน้าที่บอกความสามารถ ท่านก็สอนไว้อีกว่า หน้านอกแต่งให้พอดี หน้าใน และหน้าที่แต่งให้มากๆ แต่บางคนแต่งหน้านอกมากเกินไป ออกมาจากบ้านหมางงเลย ไม่รู้ว่าจะเห่าหรือจะหอนดี แบบนี้ก็ไม่ไหว ดังนั้นเราควรให้ความสำคัญของจิตใจให้มากๆ

เอาละโยมมาเข้าประเด็นกันเลย ในสภาวการณ์ตอนนี้เราต้องมีธรรมะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว เพราะว่าคนเราทุกวันนี้ใจร้อนมากขึ้น และกระแสโซเชียลเร็วและแรงมาก ถ้าเราเสพข่าวตามความรู้สึกและปรุงแต่งใจของตนที่อยากจะให้เป็น เราอาจจะตกเป็นทาสของกระแสนั้นได้ ดังนั้นเราจะต้องนิ่งเป็นเย็นได้

กระแสตอนนี้ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ ข่าวของวงการวัด จริงๆ อาตมาก็ไม่อยากจะพูดเท่าไร แต่ถ้าเป็นประโยชน์กับสังคมแม้จะถูกด่าก็ยอม ที่จริงแล้วทุกฝ่ายไม่ได้ถูกไปเสียหมด และไม่ได้ผิดไปเสียทุกอย่าง แต่คนอยู่คนละมุม มองคนละด้าน จึงทำให้เกิดความเห็นที่ต่างกัน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ และหน้าที่อุบาสก อุบาสิกา เราต้องรักษาหน้าที่ของตนเองเหมือนกัน

อาตมาขอกล่าวถึงหน้าที่อุบาสกก่อน ในพระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม 3 หน้าที่ 373 จัณฑาลสูตร ว่าด้วยธรรมสำหรับอุบาสกที่ดี ไว้ 5 ประการคือ

1. อุบาสกเป็นผู้มีศรัทธา
2. เป็นผู้มีศีล
3. เป็นผู้ไม่ถือมงคลตื่นข่าว เชื่อกรรม ไม่เชื่อมงคล
4. ไม่แสวงหาเขตบุญภายนอกศาสนานี้
5. ทำการสนับสนุนในศาสนานี้

เอาละต่อไปนี้อาตมาขอตอบคำถามที่สังคมอยากรู้กัน

1. ขอบเขตของอุบาสกอุบาสิกา ที่จะปกป้องหรือทำนุบำรุงศาสนา

หน้าที่หลักของศาสนิกชนคือ ศึกษาพระธรรมคำสอน ปฏิบัติตามพระธรรมคำสอน เผยแผ่หลักธรรมคำสอน และช่วยกันปกป้องศาสนา

การทำนุบำรุงและปกป้องศาสนาที่ดีที่สุดคือ เราศึกษาพระธรรมคำสอนให้ถ่องแท้ เราเป็นผู้ตั้งมั่นในศีล และปฏิบัติตามธรรมะอย่างเคร่งครัด เอาความสง่างามในศีลช่วยเผยแผ่ศาสนา แก่นแท้ของศาสนาจะปกป้องศาสนาได้

2. การต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ คือการทำนอกเหนือหน้าที่ของอุบาสกอุบาสิกาหรือไม่

ก็อย่างที่ว่านะโยม คนเราอยู่คนละมุม มองคนละด้าน ย่อมเห็นอะไรที่ต่างกัน ถ้าเรายอมลดทิฐิของตนทั้งสองฝ่าย ยอมมองมุมของคนอื่น เราก็จะได้ทางออกร่วมกัน ถ้าแบบนี้ก็จะชนะทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าจะเอาให้ถูกใจต้องเพียงฝ่ายเดียว สุดท้ายก็ต้องจบด้วยความรุนแรง ก็อย่างที่ว่า ถ้าชนะด้วยอาวุธจะสิ้นสุดด้วยความแค้น ถ้าใช้ธรรมะชนะแทนความขุ่นแค้นจะหายไป

3. การปกป้องพระพุทธศาสนาเพราะศรัทธา กับปกป้องเพราะงมงาย ต่างกันอย่างไร

โยมทั้งหลายในพุทธศาสนาสอนไว้ชัดเจนว่า เมื่อเรามีศรัทธา เราต้องมีปัญญาควบคู่ไปด้วย เพราะว่า ถ้ามีศรัทธาเพียงอย่างเดียว อาจจะทำให้เกิดความหลง ความงมงาย ปัญญาจึงเป็นสิ่งที่จะทำให้เราเดินไปในทางที่ถูกต้อง

โยมศรัทธากับงมงายมีความหมายที่ต่างกันมาก อาตมาขอให้ความหมายของคำทั้งสอง

พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาแห่งเหตุและผล ไม่สอนให้เชื่ออย่างงมงาย แม้จะสอนเรื่องศรัทธา - ความเชื่อ แต่ความเชื่อนั้น ต้องตั้งอยู่บนรากฐานแห่งปัญญา ซึ่งต่างจากงมงายมาก พระพุทธศาสนามีความเกี่ยวข้องกับกฎแห่งกรรมโดยตรง ดังนั้นอาตมาหยิบยก ศรัทธาในพระพุทธศาสนา มี 4 อย่าง คือ

1. กัมมสัทธา เชื่อว่า กรรมมีจริง
2. วิปากสัทธา เชื่อว่า ผลของกรรมมีจริง
3. กัมมัสสกตาสัทธา เชื่อว่า สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตนจริง
4. ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อการตรัสรู้ของพระตถาคตเจ้า

งมงาย หมายถึง หลงเชื่อโดยไม่มีเหตุผล หรือโดยไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นหรือเหตุผลของผู้อื่น

ดังนั้นแล้ว ท่านทั้งหลายที่กำลังทำอะไรต้องใช้ปัญญาให้รอบด้าน ยิ่งเรื่องศาสนาด้วยแล้ว ยิ่งต้องรอบคอบเพราะศาสนาเป็นที่พึ่งทางจิตใจของมวลชน ศาสนิกชนก็ต้องใช้ปัญญาให้ยึดความถูกต้องเป็นที่ตั้ง เจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องมีธรรมาภิบาล

พระมหาสมปอง