วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ชูพระดำรัส 'สมเด็จพระสังฆราช' ฝาก ปชช.ยึดเป็นมงคลชีวิต

นายกฯ นำพระดำรัส "สมเด็จพระสังฆราช" มีสติ-รู้คิด-รู้ตัว ส่งต่อ ปชช.ย้ำความดีคงทนสุด ขอในชีวิตประจำวันมี "หิริ-โอตตัปปะ"ละอายต่อบาป ระบุเห็นใจ ปชช.ที่อาศัยในพื้นที่ป่าอนุรักษ์-เขตอุทยาน เตรียมหามาตรการดูแลคุ้มครอง พร้อมคาดโทษ จนท.ที่ปล่อยปละละเลย

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า ตน คสช. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าถวายพระพร สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จึงขอน้อมนำพระดำรัสและมงคลชีวิตต่างๆ มาฝากพี่น้องประชาชน ทรงสอนให้พวกเรามีสติ ให้รู้คิด รู้ตัว และรู้ปฏิบัติ แล้วก็เป็นกำลังใจรัฐบาล คสช.ในการทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ ด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท พร้อมรับสั่งว่า "ในเมื่อทุกคนมีลาภก็มีเสื่อมลาภ มียศก็เสื่อมยศได้ อย่าไปผูกติดตรงนั้น" ซึ่งตน ครม.และคสช.ตระหนักส่วนนี้เป็นอย่างดี เพราะรู้ดีอยู่ว่าไม่มีอะไรคงทน เว้นแต่ความดี ความชั่ว ก็ตั้งใจในการทำความดีเพื่อประเทศชาติ เพื่อคนไทยได้มีความสุขที่ยั่งยืน เป็นการสนองพระราชปณิธานของในหลวง รัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลปัจจุบัน ทั้งนี้สิ่งหนึ่งที่เป็นธรรมะที่สำคัญ แต่อาจลืมกันไปคือคำว่า "หิริ-โอตตัปปะ" ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป ที่อยากให้พวกเราทุกคนได้ยึดถือปฏิบัติในชีวิตประจำวัน หากว่าเราขาดคำนี้แล้ว ความชั่ว สิ่งไม่ดี อาจครอบงำจิตใจได้

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการอนุรักษ์ป่าว่า ปัญหาสำคัญวันนี้ คือ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หรืออุทยานมาก่อน เราจะทำอย่างไรกับคนเหล่านี้ เพราะบางส่วนเข้ามาอยู่ก่อน มาทำมาหากินตั้งแต่บรรพบุรุษ ก่อนจะมีกฎหมาย หรือก่อนกำหนดเป็นเขตป่า ปัจจุบันกลายเป็นผิดกฎหมายทั้งหมด โดยไม่มีอะไรรองรับ จึงต้องเข้าไปดูรายละเอียด รับฟังความคิดเห็นว่าจะดูแลคุ้มครองได้อย่างไร แต่ไม่ได้ปล่อยให้มีการบุกรุกป่าอีกต่อไป แต่ต้องหาวิธีการแก้ปัญหา ยืนยันว่าเห็นใจประชาชนเหล่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จะต้องมีมาตรการควบคุม ติดตามให้รัดกุม เจ้าหน้าที่ก็ต้องเอาจริงเอาจัง ไม่ปล่อยปละละเลย มีมาตรการลงโทษที่เด็ดขาดทั้งกับผู้ที่บุกรุก หรือผู้ที่ไม่รักษากติกา รวมความไปถึงการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยควบคู่ไปด้วย